มารู้จักกับ Eye-Fi หน่วยความจำ SDHC card แบบไร้สาย Leave a comment

บทความอื่นๆเกี่ยวกับ Eye-Fi
มารู้จักกับ Eye-Fi หน่วยความจำ SDHC card แบบไร้สาย
การประยุกต์ Eye-Fi ตอนที่ 1: ส่งภาพเข้า mobile device อัตโนมัติ
7 เรื่องต้อง​รู้ก่อนเลื​อกซื้อ Wi-Fi Card

! เนื้อหาในส่วนของรุ่นสินค้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง บทความนี้ลงเมื่อวันที่ 21/12/2555

มารู้จักกับ Eye-Fi หน่วยความจำ SDHC card แบบไร้สาย

ปัจจุบันกล้องรุ่นใหม่ๆบางรุ่นเริ่มมี Wi-Fi เป็นคุณสมบัติเสริมมากับตัวกล้องทำให้เราสามารถถ่ายโอนภาพจากกล้องดิจิตอลของเราไปยัง smartphone ได้โดยไม่ต้องไปต่อกับคอมพิวเตอร์หรือต่อสายให้ยุ่งยาก แต่สำหรับคนที่ใช้กล้องรุ่นที่ไม่มี Wi-Fi เรามีอีกทางเลือกหนึ่งมาแนะนำ และขอบอกว่าวิธีนี้ทำอะไรได้มากกว่า Wi-Fi ในตัวกล้องเยอะเลย

Eye-Fi คืออะไร

Eye-Fi Card ผลิตโดยบริษัท Eye-Fi ของอเมริกา รุ่นก่อนๆจะ made in USA แต่ในรุ่นปัจจุบันเปลี่ยน made in Thailand! Eye-Fi เป็น SD card หรือหน่วยความจำสำหรับกล้องดิจิตอลที่มีระบบการเชื่อมต่อ Wi-Fi ในตัว กล้องแทบทุกรุ่นที่ใช้ SD Card สามารถใช้ Eye-Fi card เพื่อบันทึกภาพได้ตามปกติ และจะสามารถทำงานได้เสมือนตัวกล้องมีระบบ Wi-Fi คือสามารถโอนย้ายภาพถ่ายหรือวีดีโอไปยังคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นๆได้โดยไม่ต้องถอดการ์ดออกจากตัวกล้องเลย พูดให้ชัดอีกคือไม่ต้องแตะต้องอะไรหรือเปิดโปรแกรมอะไรเพื่อ import ภาพเลย ถ้าเราทำการ setup ไว้ล่วงหน้าแล้ว หลังจากนั้นเพียงแค่เปิด Wi-Fi เปิดคอม เปิดกล้อง ดื่มวีต้าแล้วไปนอน ที่เหลือปล่อยให้ตัวการ์ดและซอฟต์แวร์ทำงานเอง

ลองมาดูวีดีโอสาธิตการทำงานกันดูต่อ

จากการทดลองใช้ ฟังก์ชั่นที่เป็นคุณสมบัติมาตรฐานของ Eye-Fi ที่ทำงานได้ดีมาก กล้องแทบทุกรุ่นในปัจจุบันมีการออกแบบมาเพื่อรองรับมาตรฐานของ Eye-Fi โดยตรง และเป็น Wi-Fi SD Card เพียงยี่ห้อเดียวในโลกที่ผู้ผลิตกล้องหลักๆทุกรายออกแบบมารองรับ ถ้าไม่แน่ใจสามารถเช็ครุ่นที่รองรับได้จากเว็บไซต์ของ Eye-Fi กล้องหลายๆรุ่นในปัจจุบันจะมีเมนู Eye-Fi เพิ่มขึ้นมาเมื่อใส่การ์ด สามารถเปิดหรือปิดการทำงานและดูสถานะการทำงานของ Wi-Fi ได้จากตัวกล้องเลย ปัญหาที่อาจพบคือการตั้งค่าการ์ดและซอฟต์แวร์เมื่อเริ่มใช้ครั้งแรกๆ เพราะการ์ดมีฟังก์ชั่นให้มาค่อนข้างเยอะ หลายอย่างทำให้งงได้ง่ายๆ หากเซ็ตผิดเซ็ตถูกก็อาจทำให้การทำงานไม่ออกมาอย่างที่ตั้งใจ แต่ไม่ต้องกังวล หากมีปัญหาการใช้งาน ทาง zoomcamera สามารถให้คำปรึกษาได้เต็มที่ ต่อจากบทความนี้ก็จะมีบทความอธิบายการ setup และหลักการทำงานแบบละเอียดออกมาให้อ่านกันต่อ หากเข้าใจหลักการแล้วจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป การตั้งค่าส่วนมาก็ตั้งครั้งเดียวแล้วไม่ต้องไปยุ่งอะไรอีกเลย

Direct Connect เชื่อมต่อ smartphone ได้ไม่ว่าอยู่ที่ไหน

ไม่เพียงแค่โอนภาพผ่าน Wi-Fi router เท่านั้น สมัยนี้ใครๆก็ใช้ smartphone, iPhone5, iPad mini, Galaxy S3, Galaxy Nexus, บลาๆๆ ดังนั้น Eye-Fi รุ่นใหม่ยังมีโหมดเพิ่มมาคือ direct connect mode ให้อุปกรณ์เหล่านี้เชื่อมต่อกับการ์ได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่าน Wi-Fi router นั่นแปลว่าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถถ่ายรูปแล้วโหลดลง smartphone ได้ในทันทีโดยไม่ต้องทำอะไรเลย การทำงานทุกอย่างจะออโต้ตามที่ได้ setup ไว้ล่วงหน้า เรียกได้ว่าอยากถ่ายอะไรถ่ายไปพอเปิดมือถือขึ้นมาภาพก็นอนรออยู่ในนั้นแล้ว
ลองดูคลิปนี้กันดูนะ

การทำงานในโหมด direct connect นี้ ตัวการ์ Eye-Fi จะตั้งตัวเป็น access point หรือ Wi-Fi hotspot เองเพื่อให้อุปกรณ์ smartphone หรือ tablet เข้ามาเชื่อมต่อโดยต้องลง app ไว้ในเครื่องเราเสียก่อน มีทั้งใน appstore และ android

คุณสมบัติ direct connect นี้ยังสามารถใช้กับ laptop ก็ได้ หากตั้งค่าไว้ถูกต้อง เราสามารถถ่ายภาพนอกสถานที่หรือในสตูดิโอแล้วเห็นภาพเราปรากฏขึ้นบน laptop เราได้แทบจะทันทีเลย

Social Sharing

Social Sharing เป็นอีกฟังก์ชั่นที่เหมาะกับ lifestyle สมัยใหม่ เมื่อภาพอยู่ในโทรศัพท์เราแล้วทีนี้จะแชร์ออกไปไหนก็ง่าย ไม่ว่าจะ facebook, twitter, instagram, ฯลฯ แต่ Eye-Fi มีฟังก์ชั่นที่ให้เราทำได้ง่ายกว่านั้น คือเราสามารถตั้งค่าไว้ล่วงหน้าได้ว่าต้องการแชร์ภาพขึ้น social network อะไร โดยจะแชร์ทุกภาพ หรือจะแชร์เฉพาะภาพที่เราเลือก การเลือกทำได้จากกล้องโดยกดปุ่ม protect ภาพเอาไว้ (รูปกุญแจ) ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่กล้องทุกรุ่นมีอยู่แล้ว แค่นี้ภาพอื่นๆก็จะไม่ถูกแชร์ การแชร์โดย Eye-Fi โดยตรงแบบนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ smartphone มาช่วย แค่มีสัญญาณ Wi-Fi ที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ก็พอ โดยกล้องของเราจะส่งภาพออกไปในเน็ตเองตามเว็บไซต์ที่เราตั้งค่าและ login ไว้ในขั้นตอนเซ็ตอัพ หรือถ้าบริเวณนั้นไม่มี Wi-Fi จะเปิด smartphone เป็น access point เพื่อแชร์ Wi-Fi internet ให้กล้องก็ยังได้

ยกตัวอย่างการแชร์ภาพไป facebook เราสามารถตั้งค่าได้ว่าต้องการส่งภาพไปที่ folder ไหน จะแชร์ให้ใครเห็นบ้างหรือเป็นส่วนตัวก็ยังได้ รวมทั้งตั้งขนาดของภาพได้ว่าต้องการส่งภาพขนาดเต็มๆหรือย่อภาพให้เป็นขนาดไหน

สำหรับผู้ที่ถ่ายภาพจริงจัง ฟังก์ชั่น share ใน Eye-Fi ยังเหมาะกับการ backup ภาพของเราไว้ใน cloud หรือกระทั่ง FTP server อีกด้วย อย่างเช่นเราอยากให้ทุกภาพในกล้องของเราถูกส่งไป backup ยัง Flickr account ของเราหรือไปเซฟไว้ใน server ของเรา ถ้าตอนที่เราถ่ายภาพไม่มีเน็ตหรือ Wi-Fi ก็ไม่เป็นไร มีหน้าที่ถ่ายก็ถ่ายไปพอกลับบ้านมีเน็ตเมื่อไหร่ Eye-Fi จะทำหน้าที่ของมันเอง

Geotag บันทึกพิกัดไม่ง้อ GPS

Eye-Fi เฉพาะรุ่น Pro X2 8GB จะมีคุณสมบัติเพิ่มมาจากรุ่นอื่นคือสามารถบันทึกตำแหน่งพิกัดลงในภาพได้ คล้ายๆกับเราใช้กล้องที่มีฟังก์ชั่น GPS ซึ่งภาพที่มีข้อมูลพิกัดบันทึกไว้สามารถแสดงผลละติจูดและลองจิจูดบนโปรแกรมที่รองรับได้ว่าภาพนั้นถ่ายที่ไหนหรืออาจแสดงผลบนแผนที่ก็ยังได้

การบันทึกพิกัดของ Eye-Fi ไม่ได้ใช้ GPS และสัญญาณดาวเทียมเพราะไม่มีบนการ์ดไม่ได้มี GPS มาด้วย แต่ใช้เทคนิคที่เรียกว่า WPS (Wi-Fi Positioning System) ซึ่งเป็นการจับสัญญาณ Wi-Fi จาก router ทีอยู่รอบๆตัวแล้วส่งข้อมูลไปที่ server เพื่อคำนวณพิกัดบนพื้นโลกโดยปัจจุบัน Eye-Fi ใช้บริการนี้จากเซิฟเวอร์ของ Google ดังนั้นตำแหน่งของพิกัดที่ได้จะแม่นยำแค่ไหนขึ้นอยู่กับข้อมูลของ Google และสัญญาณ Wi-Fi รอบๆตัวเราณ.สถานที่นั้นๆ

จากที่ได้ทดลองในกรุงเทพฯพบกว่าภาพส่วนมากจะบันทึกได้ค่อนข้างถูกต้อง คลาดเคลื่อนไม่เกิน 20-30 เมตรแต่หลายครั้งก็พบความคลาดเคลื่อนค่อนข้างเยอะไปถึง 300-400 เมตร ส่วนมากจะเป็นในบริเวณที่ไม่ค่อยมีบ้านคนหรือร้านค้าแต่ก็ยังถือว่าอยู่ในบริเวณละแวกใกล้เคียง สำหรับคนที่ต้องการใช้งานระดับแม่นยำและเสถียรอาจไม่เหมาะแต่สำหรับคนที่ต้องการให้มีข้อมูลว่าแต่ละภาพไปเที่ยวไหนมาก็ถือว่าใช้การได้ดีทีเดียว

ฟังก์ชั่นนี้ถึงจะให้มาพร้อมรุ่น Pro X2 เท่านั้น แต่สำหรับคนที่ใช้รุ่นอื่นก็สามารถสมัครบริการนี้เพิ่มทีหลังได้โดยเสียเงิน $29.99 ให้กับ Eye-Fi โดยตรง

Endless memory เมมไม่มีวันหมด

ฟังก์ชั่นพิเศษอีกอย่างของ Eye-Fi คือตัวการ์ดสามารถลบภาพที่ถ่ายโอนไปยังปลายทางเรียบร้อยแล้วได้อัตโนมัติ โดยเราสามารถตั้งค่าได้ว่าต้องการให้เริ่มลบภาพเมื่อมีพื้นที่ว่างในการ์ดเหลือเท่าไหร่ เช่น ถ้าการ์ดเหลือพื้นที่ไม่ถึง 2GB ก็ให้เริ่มลบภาพที่โอนไปแล้วจากภาพเก่าๆมา ดังนั้นการ์ดจะไม่มีวันเต็มและยังเหลือพื้นที่อย่างน้อย 2GB เสมอ แต่หากภาพในการ์ดยังไม่ได้โหลดไปยังปลายทางที่เซ็ตไว้ก็จะไม่ทำการลบออก

รุ่นของ Eye-Fi

Eye-Fi เคยมีสินค้าออกมาหลายรุ่นแล้ว แต่รุ่นในปัจจุบันมี 3 รุ่น เป็นรุ่น 4GB 1 รุ่น และรุ่น 8GB อีก 2 รุ่น และทั้ง 3 รุ่นเป็น SDHC Class 6 ยังไม่มีรุ่นที่มี class สูงกว่านี้ออกมา แ่ต่โดยทั่วไป Class 6 ก็เพีัยงพอกับการใช้งานแทบทุกอย่างรวมไปถึงการบันทึกวีดีโอด้วยอยู่แล้ว

 

ความแตกต่างของ Eye-Fi ทั้ง 3 รุ่นตามตารางข้างล่าง

Compare Cards

Pro X2

Mobile X2

Connect X2

Wireless RAW upload

yes

no

no

Wirelessly upload RAW photos to any folder on your computer.
Wi-Fi based geotagging

yes

no

no

Map your photos with automatic geotagging.
8GB memory storage

yes

yes

no

Get additional storage space built into your Eye-Fi card.
Android™ and iOS apps

yes

yes

yes

Photos sent instantly from camera to smartphone.
Wireless photo & video uploads

yes

yes

yes

Automatically upload to computer, tablet or smartphone.
Endless Memory

yes

yes

yes

Automatically free up space once pictures are safely delivered.
Easy online sharing

yes

yes

yes

Instantly share on Facebook, Twitter, Picasa, YouTube and more.
Web app

yes

yes

yes

Photo and video back-up using secure personal photo cloud.
Class 6

yes

yes

yes

High performance Class 6 for ultra fast read & write speeds.
Long range Wi-Fi

yes

yes

yes

90ft outdoors / 45ft indoors provides stable, high-speed connections.
Latest security standards

yes

yes

yes

Improved WPA2-PSK security, plus support for static WEP 64/128 and WPA-PSK standards.

โดยสรุป รุ่น 4GB (Connect X2) กับรุ่น 8GB (Mobile X2) คุณสมบัติเหมือนกันทุกอย่าง เพียงแค่ความจุเท่านั้นที่ต่างกัน ส่วนรุ่น 8GB (Pro X2) จะเพิ่มความสามารถการถ่ายโอนไฟล์ RAW และการบันทึกพิกัดเพิ่มเข้าไป

อัพเดต 12/2555: ล่าสุด Eye-Fi เปิดตัวการ์ดรุ่นใหม่ Pro X2 16GB Class 10 โดยรุ่นใหม่นี้มีคุณสมบัติเหมือนรุ่น Pro X2 8GB ทุกอย่าง แต่เพิ่มความจุเป็น 16GB และความเร็วสูงขึ้นเป็น Class 10

เปรียบเทียบกับ Wi-Fi ในตัวกล้อง

ปัจจุบันกล้องหลายรุ่นเริ่มมีคุณสมบัติ Wi-Fi มาในตัว จากที่เคยลองเล่นพบว่าแต่ละยี่ห้อไม่ว่าจะเป็น Canon, Fujifilm, Samsung ก็สามารถใช้งานได้แตกต่างกัน คุณสมบัติพื้นฐานที่ต้องมีสำหรับกล้อง Wi-Fi คือการโอนภาพจากกล้องไปยัง smartphone ซึ่งบางยี่ห้อก็ให้เราเลือกภาพจาก smartphone ได้เลย บางยี่ห้อต้องสั่งจากตัวกล้อง บางรุ่นก็โอนได้ทีละหลายๆรูป บางรุ่นก็ได้แค่ทีละภาพ หลายยี่ห้อจะทำการย่อภาพให้เราก่อนส่ง มีบางตัวให้เราเลือกได้ว่าจะย่อหรือไม่ สรุปว่าเอาแน่ไม่ได้

กล้อง Samsung จะมีคุณสมบัติของ Wi-Fi มากกว่าคือสามารถต่อ Access Point และแชร์ภาพออกเน็ตได้โดยตรงซึ่งใกล้เคียงกับคุณสมบัติของ Eye-Fi เช่นเดียวกับ Nikon S600c ที่เป็น android ซึ่งต้องทำได้แน่และคาดว่า Sony NEX-6 ที่กำลังจะวางขายก็ควรจะต่อเน็ตโดยตรงได้เช่นกัน สรุปว่าคุณสมบัติ Wi-Fi ในตัวกล้องยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังคงต้องปรับปรุงอีกพอสมควร

แต่มีคุณสมบัติหนึ่งที่ Eye-Fi ไม่มีคือกล้องบางยี่ห้อจะมี app ใน smartphone ให้เราสามารถควบคุมกล้อง ดู liveview และสั่งถ่ายภาพได้จากโทรศัพท์ได้ด้วย

เปรียบเทียบกับ Wi-Fi SD card ตัวอื่นในท้องตลาด


เท่าที่เห็นในตลาดปัจจุบันนอกจาก Eye-Fi ก็จะ Wi-Fi SD Card อีกยี่ห้อคือ ez Share ของจีนซึ่งมีการทำงานที่แตกต่างกัน มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป แต่ประเด็นนี้จะขอยกไปเป็นอีกบทความหนึ่งที่จะเขียนตามมาเพราะมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ แต่บอกได้คร่าวๆว่าการทำงานของ Eye-Fi มีระบบที่ซับซ้อนกว่า ความสามารถหลากหลายกว่าเยอะ

อัพเดต 21/12/2555: ล่าสุดเท่าที่สำรวจดู พบว่ามี Wi-Fi SD card ยี่ห้ออื่นๆเข้ามามากขึ้น ที่เห็นเยอะก็จะมี FLU Card ซึ่งเป็นแบรนด์ของทางสิงคโปร์ จากหลักการ การทำงานของ Flu card ทันสมัยกว่า ez Share พอสมควร มีระบบเมนูที่จำลองขึ้นมาเป็นภาพในการ์ดให้เข้าถึงโดยการกดเข้าโหมด play ของกล้อง และมี app รองรับการถ่ายโอน ทำให้ทำงานได้สะดวกว่า ez Share แต่ทั้งสองตัวก็ยังคงอยู่บนหลักการเดียวกัน คือเป็น file server แล้วให้ฝ่าย PC หรือ mobile เป็นฝ่ายขอ permission เข้า access ไฟล์บนการ์ด ซึ่งข้อดีก็คือตัวการ์ดเป็นเพียงฝ่ายรอ ทำงานตาม request จาก app หรือ mobile จึงไม่มีความซับซ้อน เซ็ตง่าย แต่ก็ยังมีข้อจำกัดเหมือนเดิมคือ กล้องบางรุ่นไม่รองรับ และที่สำคัญคือ ไม่สามารถทำ Auto-transfer หรือโอนภาพอย่างอัตโนมัติทันทีที่ถ่ายภาพได้

บทความอื่นๆเกี่ยวกับ Eye-Fi
มารู้จักกับ Eye-Fi หน่วยความจำ SDHC card แบบไร้สาย
การประยุกต์ Eye-Fi ตอนที่ 1: ส่งภาพเข้า mobile device อัตโนมัติ
7 เรื่องต้อง​รู้ก่อนเลื​อกซื้อ Wi-Fi Card

บทความนี้เขียนเมื่อวันที่ 21/05/2014

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *