E M10 MK3 Cover V3 900

มีอะไรใหม่ใน Olympus OM-D E-M10 Mark III Leave a comment

มีอะไรใหม่ใน Olympus OM-D E-M10 Mark III

มีอะไรใหม่ใน Olympus OM-D E-M10 Mark III

1. TruePic VIII สมองใหม่ตัวเดียวกับ E-M1 Mark II

Olympus OM-D E-M10 Mark III ใช้ชิปประมวลผล TruePic VIII รุ่นเดียวกับที่ถูกใช้ใน Olympus OM-D E-M1 Mark II ซึ่งนับเป็นชิปประมวลผลที่ใหม่และทรงพลังที่สุดของ Olympus ในตอนนี้

ชิปประมวลผลเป็นเหมือนสมองของกล้องการมีสมองใหม่ที่คิดอะไรได้เร็วกว่าเดิมจะให้ประสิทธิภาพโดยรวมที่ดีขึ้นผลลัพธ์อย่างแรกที่เห็นได้ชัดเจนคือ E-M10 Mark III สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K ได้ นอกจากนี้ชิปใหม่น่าจะช่วยให้การโฟกัสทำได้ดีขึ้น(เพราะคิดหาระยะได้ไว)และจัดการเรื่อง Noise ใน ISO สูงได้ดีขึ้น

ส่วนเซนเซอร์รับภาพยังคงใช้ความละเอียด 16 ล้านพิกเซลตัวเดิมที่เราคุ้นเคยยังไม่ได้เปลี่ยนเป็น 20 ล้านพิกเซลแบบ E-M1 Mark II

 

มีอะไรใหม่ใน Olympus OM-D E-M10 Mark III

2. เพิ่มจุดโฟกัสเป็น 121 จุด

Olympus OM-D E-M10 Mark III เพิ่มจุดโฟกัสแบบ Contrast Detection 121 จุดจากรุ่นเดิม 81 จุดทำให้สามารถครอบคลุมพื้นที่ในเฟรมภาพได้มากขึ้น ระบบ Touch AF และ AF Targeting Pad ของดีจากรุ่นเดิมยังคงอยู่ครบ นอกจากนี้ถ้าเลือก AF แบบ All Area จะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้จากที่รุ่นเดิมกรอบโฟกัสจะขึ้นแค่กรอบเดียวตำแหน่งเดียวเท่านั้นในรุ่น Mark III สามารถขึ้นพร้อมกันหลายกรอบหลายตำแหน่งได้แล้วเพื่อโฟกัสวัตถุหลายชิ้น

 

มีอะไรใหม่ใน Olympus OM-D E-M10 Mark III

3. 4K Video

4 เท่า! คือความละเอียดของวิดีโอที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมซึ่งต้องยกความดีความชอบให้ชิป TruePic VIII ตัวใหม่ทำให้ Olympus OM-D E-M10 Mark III สามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียด 4K(3840×2160) 30p, Full HD 60p และยังสามารถถ่ายวิดีโอเฟรมเรทสูงที่ความละเอียด HD 720p 120fps ซึ่งถ้าจะทำเฟรมเรทระดับนี้ใน E-M10 Mark II จะต้องยอมลดความละเอียดลงไปเหลือ 480p เท่านั้น

นอกจากนี้ E-M10 Mark III ยังสามารถใช้ระบบกันสั่นแบบ 5 แกนร่วมกันกันสั่นแบบ Digital ขณะถ่ายวิดีโอที่ความละเอียด 4K ได้ด้วยในขณะที่กล้องหลายรุ่นจะทำได้แค่ระดับ Full HD เท่านั้น

 

มีอะไรใหม่ใน Olympus OM-D E-M10 Mark III

4. Advanced Photo Mode

AP Mode โหมดใหม่ล่าสุดที่มีใน Olympus OM-D E-M10 Mark III เป็นตัวแรกความพิเศษของโหมดนี้คือมันรวบรวมเอาฟังก์ชันสร้างสรรค์ต่าง ๆ เช่น

  • Live Composite
  • Live Time
  • Multi Exposure
  • Panorama
  • HDR
  • Focus BKT
  • Silent Shooting
  • Keystone Compensation

นอกจากรวบรวมเอาไว้ด้วยกันเพื่อง่ายต่อการเข้าถึงแล้ว Olympus ยังทำให้ผู้ใช้มือใหม่ใช้งานฟังก์ชันเหล่านี้ได้ง่ายขึ้นโดยหากใครเคยรู้จักฟังก์ชันเหล่านี้มาบ้างจะทราบว่าบางอันนั้นจำเป็นต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ในการถ่ายภาพมากระดับหนึ่งทำให้ผู้ใช้มือใหม่เข้าถึงลูกเล่นเหล่านี้ได้ยาก AP Mode จะทำให้กล้องเข้ามาช่วยคิดตั้งค่าต่าง ๆ แทนเรา(อารมณ์โหมดออโต้)ยกตัวอย่างเช่น

Live Composite จากเดิมที่เราต้องคิดเรื่องการใช้ F, Speed Shutter, ISO และจัดองค์ประกอบภาพแต่หากใช้ AP Mode สิ่งที่ต้องทำก็แค่จัดองค์ประกอบภาพและหมุน ๆ Dial หาระดับความมืด-สว่างที่ต้องการ กดชัตเตอร์เป็นอันจบ…

 

มีอะไรใหม่ใน Olympus OM-D E-M10 Mark III

5. New ART Filter “Bleach Bypass”

Olympus OM-D E-M10 Mark III เพิ่ม ART Filter ใหม่ในชื่อ Bleach Bypass ซึ่งจะมีย่อยเป็น Bleach Bypass โทน I, II ด้วย ทำให้ปัจจุบัน E-M10 Mark III มี ART Filter ให้เล่นมากถึง 15 แบบ

 

มีอะไรใหม่ใน Olympus OM-D E-M10 Mark III

6. ปุ่ม Shortcut ใหม่

สังเกตมุมบนใกล้กับปุ่มเปิดเครื่องเราจะพบปุ่ม Shortcut ใหม่ที่จะช่วยให้เข้าถึงการตั้งค่าได้ง่ายขึ้นเช่นถ้าอยู่ในโหมด

  • P/A/S/M การกด Shortcut จะเปิด Super Control
  • Auto การกด Shortcut จะเปิด Live Guide
  • SCN/AP/ART/MOVIE การกด Shortcut จะเป็นการเปลี่ยนโหมด

 

มีอะไรใหม่ใน Olympus OM-D E-M10 Mark III

7. Grip จับใหม่ใหญ่กว่าเดิม

การออกแบบ Grip จับถือของ Olympus OM-D E-M10 Mark III มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดบริเวณยางรองนิ้วโป้งด้านหลังก็นูนออกมามากขึ้นทำให้รุ่นนี้จับถนัดขึ้นมากพอสมควรเลยและด้วยความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ Mark III จะไม่สามารถใส่ Grip เสริมของ Mark II ได้แน่นอน

งานดีไซน์ภายนอกมีเส้นสายที่ดูแข็งแรงมากขึ้น Dial และปุ่มต่าง ๆ ตามความเห็นของผมมันให้ความรู้สึกในการกดที่ดีขึ้นและสำหรับสีดำเมื่อสัมผัสจะสังเกตได้ถึงเนื้อสีที่จงใจทำให้สากมากขึ้นกว่ารุ่นที่แล้วเพื่อให้มือจับยึดได้ดีขึ้น

 

 

Leave a Reply

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!