รีวิว Fujifilm X-T3 Leave a comment

สวัสดีครับทุกคนครั้งนี้เราจะมารีวิว Fujifilm X-T3 กันซึ่งขอเล่าก่อนว่าผมได้เจ้า Fujifilm X-T3 มาใช้อยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมาและได้เอาไปลองถ่ายภาพมาหลายพันภาพเพื่อทดลองและเอามาเล่าต่อให้ทุกคนฟังว่า Fujifilm X-T3 ตัวนี้มีข้อดีและข้อด้อยอย่างไรบ้างในความคิดของผม หวังว่ามันจะช่วยประกอบการตัดสินใจของทุกคนได้นะครับ

Review Fujifilm X-T3 – ลักษณะภายนอก

เริ่มกันจากภายนอกก่อนละกันหากดูผ่าน ๆ  Fujifilm X-T3 จะดูไม่ได้แตกต่างจาก X-T2 เดิมเลยแต่ถ้าเรามองลึกลงไปในรายละเอียดก็จะเห็นว่าดูแทบไม่ต่างอีกเหมือนกัน ฮ่า ฮ่า จริง ๆ ครับรายละเอียดที่เปลี่ยนมันมีบ้างเล็กน้อยแต่หลัก ๆ บอดี้แทบจะดูเหมือนกับ X-T2 เดิมซึ่งก็หมายความว่ามันจะยังดูสวยงาม Retro เหมือนเดิม การวางตำแหน่งปุ่มควบคุมต่าง ๆ ก็ไม่ต้องปรับตัวอะไรจากรุ่นที่แล้วเลย

แต่นั่นมันแค่ภายนอกเท่านั้นครับ การเปลี่ยนแปลงหลัก ๆ ของ Fujifilm X-T3 คือภายในที่พออ่านสเปคแล้วใครก็ต้องแปลกใจว่า Fujifilm เขาจัดมาเต็มมาก เดี๋ยวเราจะค่อย ๆ ดูกันไปทีละอย่าง

Fujifilm X-T3 มีการขายทั้งสีเงินและสีดำตั้งแต่เริ่มเปิดตัวไม่ได้ถูกแยกเป็นรุ่นสีพิเศษ Graphite Silver แบบรุ่น X-T1, X-T2 และถามว่ามันคือสีเงินเดียวกับรุ่น Graphite Silver เลยหรือเปล่า? ผมยังไม่มีข้อมูลยืนยันแต่จากสายตาตัวเองคิดว่าไม่น่าใช่ครับ สีจะดูสว่างกว่า Graphite Silver ที่จะเป็นสีเงินอมเทา ๆ มากกว่านี้

ด้านบนมีแป้นหมุนความเร็วชัตเตอร์ ชดเชยแสงและ ISO ที่ทำให้เราได้กลิ่นอายของกล้องฟิล์มสมัยก่อน

แต่ละแป้นจะมีปุ่มตรงกลางซึ่งการกดลงไปจะล็อคตำแหน่งค้างเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เราเผลอไปหมุนเปลี่ยนค่าเพราะรุ่นนี้แป้นมันหมุนได้ง่ายลื่นมือพอสมควรเลยมีปุ่มล็อคช่วยได้เยอะ

Fujifilm XT3 มีช่องมองภาพเป็นแบบ OLED ความละเอียด 3.69 ล้านพิกเซล ละเอียดมากเลยทีเดียว มีอัตราขยาย 0.75x ซึ่งก็ถือว่าขนาดใหญ่ดีใช้ได้แต่จะเล็กกว่า X-T2 เดิมนิดหน่อย(นิดจนแทบสังเกตไม่ได้ X-T2 0.77x) และมี Refresh rate อยู่ที่ 60Hz และเพิ่มเป็น 100Hz ถ้าเราเปิดใช้ Boost Mode ซึ่งในรุ่นนี้เราสามารถเปิดใช้ Boost Mode ได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องต่อ Battery Grip เสริมใด ๆ

ด้านหลังของ X-T3 เราจะเห็นหน้าจอขนาด 3.2 นิ้วความละเอียด 1.04 ล้านพิกเซลสามารถ Touchscreen ได้แล้ว(X-T2 ทำไม่ได้)

และจอสามารถพับได้ 2 แกนซึ่งสะดวกมากเวลาใช้งานถ่ายภาพมุมต่ำในแนวตั้ง

ช่องใส่ SD Card มี 2 ช่องเป็น UHS-II ทั้งสองช่อง

พอร์ตเชื่อมต่อจัดมาครบมาก

Fujifilm จัดพอร์ตมาให้ X-T3 ครบสุด ๆ มีเริ่มด้วยใกล้ ๆ กับที่ใส่การ์ดจะมีช่องต่อสายลั่นชัตเตอร์ ตามมาด้วยไมโครโฟน(3.5mm) หูฟัง(3.5mm) USB-C(ชาร์จไฟได้) และ microHDMI ซึ่งแน่นอนว่าเป็น Clean HDMI ด้วย

ฝาปิดช่องพอร์ตสามารถถอดออกได้เผื่อให้ไม่ขวางทางสายไฟและอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ

Fujifilm X-T3 ใช้แบตเตอรี่ NP-W126S รุ่นเดิม ชาร์จเต็มสามารถถ่ายได้ 390 ภาพจากการทดสอบ CIPA มากขึ้นกว่า X-T2 ที่ถ่ายได้ 340 ภาพซึ่งสาเหตุน่าจะมาจากชิปประมวลผลใหม่ที่มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานดีขึ้น

ส่วนเหลือง ๆ ที่เห็นอยู่ด้านข้างอีกฝั่งหนึ่งคือช่องสำหรับต่อ Grip เสริม VG-XT3 ซึ่งสามารถจะใส่แบตเตอรี่เพิ่มได้อีก 2 ก้อน

 

Review Fujifilm X-T3 – สเปค

ถ้าใครสังเกตทุกครั้งที่ซีรีส์ X-T เปิดตัวใหม่มันจะต้องมีความว้าวและก้าวขึ้นมาเป็นกล้องแถวหน้า ๆ ของตลาดอยู่ตลอด Fujifilm X-T3 ตัวนี้ก็เช่นกัน Fujifilm จัดเต็มมากในเรื่องของความเร็วที่มากขึ้นและด้านวิดีโอที่จัดสเปคมาโหดขึ้นมาก

  • เซนเซอร์ใหม่ BSI X-Trans CMOS 4 ความละเอียด 26.1 ล้านพิกเซล
  • X-Processor 4 (4 cores)เร็วกว่าชิปบน X-T2(2 cores) ถึง 3 เท่า(เร็วกว่า X-Pro 1 20x)
  • Base ISO160 จาก ISO200 ในรุ่น X-T2
  • ISO 160-12800 (ขยายเพิ่มได้เป็น ISO 80-51200)
  • ความเร็วชัตเตอร์กลไก 1/8000 วินาที
  • ความเร็วชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ 1/32000 วินาที
  • ระบบ Hybrid AF 425 จุด PDAF ใช้เซนเซอร์โฟกัสมากถึง 2.1 ล้านจุด
  • Tracking AF จะมีพื้นที่โฟกัสครอบคลุมมากถึง 91% ในด้านกว้าง และ 94.5% ในด้านสูง
  • โหมดโฟกัสอื่น ๆ พื้นที่โฟกัสจะครอบคลุม 99%
  • โฟกัสได้ในสภาพแสงน้อย -3EV (เพิ่มขึ้นจาก X-T2 ถึง 2 สตอป(-1EV vs. -3EV))
  • ถ่ายภาพต่อเนื่อง 20fps (with AF)(electronic shutter)(11fps with Mechanical Shutter)
  • ถ่ายภาพต่อเนื่อง 30fps ในโหมด “Sport Finder” 1.25x Crop
  • AF Tracking และ Face/Eye Detection AF ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น ฟูจิกล่าวว่าสามารถจับหน้าได้โดยไม่ต้องหันหน้าตรงมองกล้อง ใช้งานได้ใน AF-C
  • ไม่มีกันสั่นในบอดี้
  • ช่องมองภาพ OLED 3.69M อัตราขยาย 0.75x มีรีเฟรชเรท 60 และ 100Hz(ต้องเปิด Boost mode)
  • ช่องมองภาพขนาดเล็กกว่า X-T2 นิดหน่อย(0.75x vs 0.77x)
  • จอพับ 2 แกนแบบเฉพาะของ Fuji
  • จอแสดงผล 3.2″ ความละเอียด 1.04M
  • X-T3 มี Touchscreen จากที่ X-T2 ไม่มี สามารถใช้จอหลังเป็น AF Touchpad ได้
  • บันทึกวิดีโอ 10bit 4:2:0 H.265 ได้ในตัวกล้อง
  • X-T3 สามารถ Output 10bit 4:2:2 ผ่าน HDMI
  • บันทึกวิดีโอ 4K UHD / DCI 4K/60p โดยจะต้องครอป 1.18x เป็นการครอปเท่ากับที่ X-T2 และ X-H1 ใช้เวลาถ่าย 4K
  • บันทึกวิดีโอ UHD/DCI 4K/30p ได้เต็มความกว้างเซนเซอร์
  • 4K 30p สามารถเลือกบีบอัดแบบ ALL-I(ข้อมูลถูกเก็บครบทุกเฟรม) หรือ Long GOP(เก็บเฉพาะ Key frame) ได้ด้วย วิดีโอจะมี bitrate 400Mbps ทำให้มีข้อมูลวิ่ง 50MB/s ต้องใช้การ์ด V60 ขึ้นไป
  • บันทึก F-Log ได้ในตัวกล้อง และใช้ ISO ต่ำสุดได้ที่ ISO 640
  • F-Log สามารถใช้ได้กับทุกโหมด
  • Hybrid Log Gamma(HLG) จะมีมาเพิ่มใน FW ก่อนสิ้นปี 2018
  • วิดีโอ Full HD ถ่ายได้ทั้ง 16:9 (1920x 1080) 200Mbps และ 17:9 (2048 x 1080) 100Mbps
  • Full HD ไม่ครอปเซนเซอร์ Chroma sub-sampling 10bit 4:2:0 ใช้ไฟล์ H.265, H.264
  • Full HD รูปแบบการบีบอัดเป็น ALL-I และ Long GOP
  • Slow-motion Video บันทึกได้ที่ 1080p 120fps นำมาเล่นที่ 60, 50, 30, 25 และ 24p โดยเวลาถ่ายจะครอปเซนเซอร์ 1.29x
  • มี Zebra และ Focus Peaking
  • Dual UHS-II SD card slot
  • ช่องต่อ USB-C สามารถใช้ชาร์จแบตเตอรี่ได้
  • ช่อง microHDMI
  • ช่องต่อ MIC และหูฟัง(X-T2 ไม่มีช่องหูฟัง)(3.5mm ทั้งหมด)
  • ฝาปิดพอร์ต mic/headphone/USB/HDMI ถอดออกได้เพื่อติดบน Rig
  • ใช้แบตเตอรี่ NP-W126S
  • บอดี้แมกนีเซียมอัลลอยด์ มี Weather Seal กันละอองน้ำ ฝุ่น
  • น้ำหนัก 539 กรัม

Review Fujifilm X-T3 – ไฟล์ภาพตัวอย่าง

รีวิว Fujifilm X-T3 ครั้งนี้ผมได้นำกล้องไปถ่ายรับงานวิ่งเพื่อทดสอบระบบโฟกัสในที่แสงน้อยตอนเช้ามืด นอกจากนั้นก็มีภาพ Portrait และวิวเมืองกับต่างจังหวัดซึ่งเกือบทั้งหมดที่ลงให้ดูเป็น JPEG เดิม ๆ จากหลังกล้อง ใช้ Film Simulation Classic Chrome แต่ถ้าภาพไหนแต่งอาจจะมีปรับแสงบ้างเล็กน้อย ส่วนภาพไหนแต่งเยอะผมจะบอกไว้ครับ

ภาพนี้จบหลังกล้องเลยครับ ถ่ายใบเดียวผ่านการสะท้อนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ

ในความเห็นผม Fujifilm X-T3 ทำไฟล์ภาพออกมาได้ดีมาก X-Trans CMOS ยังคงให้ภาพที่ดูคมกริป สีสันก็ทำออกมาได้ดี และส่วนตัวผมชอบสี Classic Chrome ของฟูจิมาก ๆ ถ้าคุณชอบกล้องที่ให้ไฟล์ภาพดีและยิ่งเป็นคนชอบถ่าย JPEG จบหลังกล้องด้วยแล้วล่ะก็ X-T3 คือคำตอบที่ดีมากเลย

Review Fujifilm X-T3 – ทดสอบ ISO

การถ่ายภาพด้วย ISO สูงเป็นสิ่งที่ Fujifilm ทำได้ดีเสมอมา เรื่องนี้ต้องยกให้เขาเลย และแน่นอน Fujifilm X-T3 เองก็ทำผลงานได้ดีมาก การถ่ายกลางคืนด้วย ISO สูงจึงไม่น่าเป็นห่วงเลย ผมกล้าใช้ ISO 3200-6400 ได้โดยไม่กังวลอะไร

Review Fujifilm X-T3 – ระบบโฟกัส

จากที่ผมได้ทดสอบที่ Fujifilm เขาบอกว่าไวขึ้น ดีขึ้น เป็นความจริงครับ โดยเฉพาะระบบโฟกัสใบหน้าและดวงตาที่ตรวจจับได้เร็วขึ้นมาก โฟกัสในที่แสงน้อยก็ทำได้ดีขึ้นกว่าเดิม

จากที่ผมได้ลองเอาไปถ่ายงานวิ่งในช่วงเช้ามืดแสงมีน้อยมากแม้จะมีไฟถนนและจังหวะที่นักวิ่งแต่ละคนวิ่งผ่านก็มีเวลาให้กล้องคิดคำนวณไม่มากนัก ทำให้มีภาพที่หลุดโฟกัสอยู่หลายภาพเหมือนกันแต่โดยรวมก็ไม่ถือว่าทำผลงานได้ในระดับพอใช้ มีภาพที่โฟกัสเข้าอยู่ประมาณ 50-60% แต่พอแสงอาทิตย์เริ่มมีมันหนังคนละม้วนเลยถ้าแสงดี ๆ วางกรอบโฟกัสให้ถูกจุดกล้องแทบจะไม่พลาด

โฟกัสดาวได้ด้วยนะ!

ผมได้นำไปลองถ่ายภาพกลางคืนอย่างพระจันทร์และดาว เจ้า Fujifilm X-T3 สามารถโฟกัสดาวที่สว่างบนฟ้าได้เลยแบบง่าย ๆ แค่เรามองว่าดวงไหนสว่างหน่อย(เราจะมองเห็นได้จากในจอเลย)เอากรอบโฟกัสไปวางตรงนั้นแล้วกดปุ่มมันก็แทบจะโฟกัสได้ทุกครั้ง

สรุป :

เรื่องโฟกัสในที่มืดทำได้ดี ถ้าวัตถุเคลื่อนไหวอาจจะไม่ถึงกับดีมากแต่ถ้าวัตถุหยุดนิ่งโฟกัสได้สบาย ๆ เลย ถ้าแสงเยอะโฟกัสได้แม่นยำไม่ค่อยพลาด ตัว Software มันจับโฟกัสได้ไวดีทีเหลือแค่ต้องเลือกเลนส์ที่มีมอเตอร์ไว ๆ พอจะหมุนตาม Software กล้องได้ทัน

Review Fujifilm X-T3 – ตัวอย่างวิดีโอจาก Fujifilm X-T3

ส่วนตัวผมเป็นคนถ่ายภาพนิ่งซะเยอะ วิดีโอนี่ไม่ค่อยถ่ายเท่าไหร่ HDD มันไม่พอจะเก็บ ฮ่า ฮ่า  ฉะนั้นผมคงไม่ได้ลงลึกอะไรในฝั่งของวิดีโอมากนักแต่ได้ลองถ่ายมาให้ทุกคนดูกันว่าไฟล์วิดีโอของ X-T3 ออกมาประมาณไหน

สเปควิดีโอของ Fujifilm X-T3 นั้นจัดมาโหดมากไม่ว่าจะเป็นการที่มันสามารถบันทึกวิดีโอ 4K 60p ได้หรือบันทึกไฟล์ 10bit 4:2:0 ได้ในตัวกล้อง และยังมี bitrate ที่สูงถึง 400Mbps ทั้งหมดล้วนแต่เป็นสเปควิดีโอระดับสูงบ่งบอกชัดเจนเลยว่า Fujifilm ตั้งใจให้ X-T3 เก่งด้านวิดีโอแบบสุด ๆ ซึ่งก็สำเร็จตามที่เขาตั้งใจไว้ แต่มันดันไปขาดอยู่เรื่องนึงคือ…

ไม่มีระบบกันสั่นในตัวกล้อง

ซึ่งจริง ๆ มันก็พอเข้าใจได้นะเพราะถ้าใส่มาแล้ว X-H1 จะขายยังไง แต่ในฐานะคนใช้งานก็แอบเสียดายเพราะกันสั่นแบบใน X-H1 มันทำงานดีมากถ้าได้มารวมกับสเปควิดีโอของ X-T3 มันจะกลมกล่อมสุด ๆ ทำให้ตอนนี้ผมจับตามองการมาของ X-H2 แบบใจจดใจจ่อ

F-Log ช่วยเพิ่มรายละเอียด

Fujifilm X-T3 สามารถเปิดใช้ F-Log ถ่ายวิดีโอได้แทบจะทุกโหมด ฟังก์ชั่นนี้จะทำให้เราเก็บรายละเอียดในส่วนมืดและส่วนสว่างมาได้มากขึ้น จากในวิดีโอตัวอย่างด้านล่างจะเห็นได้ชัดเจน

Review Fujifilm X-T3 – แบตเตอรี่

ตามที่ Fujifilm ระบุไว้ X-T3 ทดสอบ CIPA ชาร์จแบตฯเต็มสามารถถ่ายได้ 390 ภาพเยอะกว่า X-T2 ที่เคยทำได้ที่ 340 ภาพซึ่งน่าจะเป็นเพราะชิปประมวลผลตัวใหม่มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานที่ดีขึ้น ส่วนในการใช้งานจริงแบตฯ 1 ก้อนผมถ่ายได้ประมาณ 700-800 รูป แต่ถ้ายกตัวอย่างเป็นการถ่ายแบบท่องเที่ยวหากเราเริ่มถ่ายตั้งแต่เช้า 6-7 โมงแบตฯหมดจะไปหมดเอาช่วง 5-6 โมงเย็นโดยประมาณ

ถือว่า 1 ก้อนต่อ 1 วันอาจจะไม่พออย่างน้อยควรจะมีซัก 2 ก้อน ยิ่งถ้าหากเป็นคนดูรูปเยอะหรือต้องส่ง Wi-Fi ตลอดจะยิ่งเปลืองแบตเตอรี่ และข้อควรระวังคือหากเราเปิด Boost Mode ทิ้งเอาไว้กล้องจะกินแบตฯมากขึ้นอีก 25% แลกกับการที่ทำงานเร็วขึ้น

ข้อดีอย่างนึงของ Fujifilm X-T3 คือมันชาร์จแบตเตอรี่ผ่าน Powerbank ได้ฉะนั้นแม้เราจะมีแบตฯก้อนเดียวแต่ใช้วิธีพก Powerbank ก้อนใหญ่ ๆ แทนก็ได้ สามารถเสียบชาร์จได้ผ่านช่อง USB-C

Review Fujifilm X-T3 – ราคา

  • Fujifilm X-T3 Body ราคาประกันศูนย์ 52,990 บาท
  • Fujifilm X-T3 + 18-55mm ราคาประกันศูนย์ 67,990 บาท

จัดว่าราคาคุ้มค่าเลยเมื่อเทียบกับสเปคที่ได้มาทั้งเซนเซอร์ APS-C X-Trans CMOS ที่ให้ไฟล์ดี การถ่ายภาพต่อเนื่องที่เร็วสุดถึง 30 ภาพต่อวินาที ระบบโฟกัสที่ไวขึ้นแม่นขึ้น สเปควิดีโอที่จัดเต็ม 4K 60p 10bit 4:2:0 ราคานี้ก็ถือว่าไม่แพงแล้วครับ

Review Fujifilm X-T3 – บทสรุป

ข้อดี

  • ไฟล์ภาพนิ่งดีมาก
  • JPEG จบหลังกล้องมาสวยง่าย
  • ISO สูงทำไฟล์ได้ดี
  • โฟกัสไวขึ้น โฟกัสในที่มืดดีขึ้น
  • ระบบตรวจจับใบหน้าและดวงตาทำงานได้ไวขึ้นชัดเจน
  • ถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็วมาก แต่บัฟเฟอร์ยังไม่เยอะเท่าไหร่
  • มี Touchscreen ตอบสนองไวใช้ได้(ไม่ถึงกับดีมากแต่เพียงพอให้ใช้ได้แบบไม่อารมณ์เสีย)
  • พอร์ตเชื่อมต่อให้มาครบมาก
  • วิดีโอดีมาก เนื้อไฟล์สวยใช้ได้
  • สเปควิดีโอจัดเต็มมาก
  • Boost Mode เปิดใช้ได้เลยไม่ต้องต่อ Battery Grip
  • ราคาจัดว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับสเปค

ข้อสังเกต

  • ไม่มีระบบกันสั่นในตัวกล้อง
  • ถ้าใช้ต่อเนื่องจะสูบแบตฯจนหมดค่อนข้างเร็ว
  • ระบบเชื่อมต่อ Wi-Fi ยังมีเอ๋อ ๆ บ้างในบางครั้ง

บทความนี้เชียนเมื่อวันที่ 26/12/2018

Leave a Reply