รีวิว Gopro Hero 10 vs Gopro Hero 9

รีวิว Gopro Hero 10 เปรียบเทียบ Gopro Hero 9 มีอะไรใหม่บ้าง? Leave a comment

Gopro hero 10 คือกล้อง Action camera ที่เพิ่มความสามารถจาก Gopro 9 เท่าตัว หรือความสามารถ x2 นั่นเอง ด้วยความที่เค้าอัพ Processor ใหม่ ทำให้ความสามารถหลาย ๆ ด้านใน Gopro hero 10 เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งหลัก ๆ ที่เห็นเด่นชัดก็คือความสามารถด้าน Video ที่สามารถถ่ายได้ถึง 5.3K 60fps 4K 120fps และ 2.7K 240fps แต่ว่านอกจากเรื่องนี้มีอะไรที่อัพเกรดจาก Gopro 9 บ้าง เรามาดูในรีวิวนี้กันครับ

รีวิว Gopro Hero 10 vs Gopro Hero 9 ver.วีดีโอ

ไปต่อหรือพอแค่นี้ ? เปรียบเทียบละเอียด Gopro Hero 10 Black vs Gopro Hero 9 Black

สเปก

  • โปรเซสเซอร์ GP2 ใหม่
  • บันทึกวิดีโอที่ความละเอียด 5.3K60, 4K120 และ 2.7K240
  • ดึงภาพนิ่งจากวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุด 19.6MP
  • บันทึกภาพนิ่งที่ความละเอียด 23MP
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพถ่ายในที่แสงน้อย
  • Local Tone Mapping (LTM) และการลดนอยส์ 3D (3D Noise Reduction : 3DNR)
  • ระบบกันสั่นอันเหนือระดับรุ่นใหม่ HyperSmooth 4.0
  • Horizon Levelling ใหม่ ที่ช่วยปรับระดับภาพให้คงเส้นขอบฟ้ามากขึ้น ที่ 45 องศา สำหรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียด 4K60, 2.7K120 และ 1080p120
  • จอภาพสีด้านหน้าที่มีเฟรมเรทสูงขึ้น เพื่อการ Preview ที่ลื่นไหลขณะถ่ายภาพและวิดีโอ
  • จอภาพแบบสัมผัสด้านหลังที่เร็วและลื่นขึ้น พร้อมด้วย Touch Zoom
  • การโอนถ่ายข้อมูลที่เร็วขึ้น
  • สามารถถ่ายโอนข้อมูลได้ถึง 3 วิธี: อัปโหลดผ่าน Cloud (Cloud Upload), การโอนถ่ายข้อมูลแบบไร้สาย (Wireless Offload) และ การโอนถ่ายข้อมูลแบบสายผ่านสมาร์ทโฟนแบบใหม่ (Wired Transfer to Your Phone)
  • ฝาครอบเลนส์แบบใหม่ ออกแบบมาเพื่อกันน้ำโดยเฉพาะ
  • แบตเตอรี่ที่สามารถถอดออกมาชาร์จได้ขนาด 1,729mAh
  • TimeWarp 3.0 ที่รองรับการถ่ายแบบ Real Speed และ Half Speed
  • Livestream (ถ่ายทอดสด) ด้วยความคมชัดระดับ 1080p พร้อมรองรับระบบกันสั่น HyperSmooth 4.0
  • โหมดเว็บแคมความคมชัด 1080p
  • Power Tools: HindSight, LiveBurst, Scheduled Capture และ Duration Capture
  • มีฟีเจอร์ถ่ายแบบ SuperPhoto และ HDR
  • มีฟีเจอร์ถ่ายวิดิโอ Night Lapse
  • รองรับภาพนิ่งไฟล์ RAW
  • มาพร้อมเลนส์ดิจิตอลหลากหลายมุมมอง ไม่ว่าจะเป็น Ultra-Wide (SuperView), Wide, Linear และ Narrow
  • คำสั่งเสียง 13 คำสั่งใน 11 ภาษา และ 6 สำเนียง
  • ไมโครโฟน 3 ตัว พร้อมระบบการลดเสียงรบกวนจากลมขั้นสูง
  • มีระบบเสียง Stereo
  • มี Presets ที่ตั้งค่าได้ และคำสั่งลัด (Shortcut) บนหน้าจอ
  • เมาท์ขนาดเล็กพับได้ในตัวสำหรับการต่อเข้ากับเมาท์ต่าง ๆ ของ GoPro
  • บอดี้ที่ทนทาน และ กันน้ำได้ลึกถึง 33ft (10m)
  • รองรับการชาร์จไว (Fast-Charging)
  • สามารถใช้ได้กับ Media Mod, Display Mod, Light Mod และ Max Lens Mod ของ Gopro 9 เดิมได้

บอดี้

ในส่วนของ Body นั้น รูปร่างหน้า ขนาด และน้ำหนัก ของ Gopro 10 เหมือนเดิมกับ Gopro 9 เลย พวกอุปกรณ์เสริมอย่าง Media Mod หรือ Battery ก็สามารถใช้ร่วมกันได้ไม่แตกต่าง ในส่วนของ Body มีอย่างเดียวที่แตกต่างและไม่ใช่ประเด็นสำคัญเลย นั่นก็คือ Font และ Logo ของ Gopro hero 10 จะเป็นสีน้ำเงินในขณะที่ Gopro Hero 9 จะเป็นสีขาวนั่นเอง

จอหน้าปรับปรุงเฟรมเรท

ในส่วนของจอหน้ามีการปรับปรุงอัตราเฟรมเรมให้สูงขึ้น คือใน Gopro 9 เราจะเจอว่าจะมีการหน่วงอยู่เล็กน้อย ไม่ค่อยสมูท แต่ใน Gopro 10 จะมีการเพิ่มอัตรเฟรมเรทให้จอหน้าให้สมูทขึ้น เร็วขึ้น ไม่หน่วง หรือช้าเหมือนเดิมแล้ว

ปรับปรุงจอ Touch screen

ในส่วนของจอ touch screen มีการปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่าเดิม คือใน Gopro 9 ผมมักจะมีปัญหาเรื่องการ touch screen ไม่ค่อยติด คือมันไม่ค่อยตามมือเท่าไหร่ แต่ใน Gopro 10 มีการปรับปรุงในส่วนนี้ให้มีความลื่นขึ้นกว่าเดิมครับ

Lens Protect กันคราบน้ำดีขึ้น

สิ่งหนึ่งที่อัพเกรดเพิ่มเข้ามาใน Gopro Hero 10 นั่นก็คือตัว Lens Protect ของ Gopro hero 10 จะมีการ Multicoat กันคราบน้ำได้ดีขึ้น เวลาเอาลงน้ำแล้วขึ้นมาใหม่ไม่จะไม่ค่อยมีคราบน้ำเกาะเหมือนกันตัว Gopro hero 9 ซึ่งถ้าใครใช้ Gopro 9 อยู่แล้วอยากเปลี่ยนไปใช้ของ Gopro 10 ก็ได้ขนาดเท่ากัน

เพียงแต่ว่ามีประเด็นที่ผมไปเจอมาก็คือถ้าน้ำสกปรกแบบเป็นมัน ๆ สุดท้ายก็ยังจะมีการเกาะอยู่ดีไม่ต่างกันทั้ง 9 และ 10

กันสั่น Hyper Smooth 3.0 vs Hyper Smooth 4.0

ในส่วนของกันสั่นก็เป็นกันสั่นแบบ digital เหมือนเดิม มีการอัพเกรดเวอร์ชั่นจาก Hyper Smooth 3.0 ใน Gopro hero 10 จะเป็น Hyper Smooth 4.0 นั่นเอง

ส่วนตัวผมมองว่ากันสั่น Hyper Smooth 3.0 ในกล้อง Gopro hero 9 ก็ดีมาก ๆ แล้วนะ เลยอยากทดสอบว่ามันจะต่างกันสักแค่ไหนใน Hyper Smooth 4.0 ก็เลยเอามาทดสอบเทียบกัน

หลังจากที่ได้ทดสอบลองวิ่งไปวิ่งมาจนหอบรับประทานไปหลายรอบก็ได้ข้อสรุปว่าดีเหมือนเดิมแทบจะไม่ต่างเลยครับ

Horizon leveling

Horizon Leveling คือฟังก์ชั่นที่จะช่วยรักษาระดับแนวเส้นขอบฟ้าให้ตรงอยู่เสมอ พูดง่าย ๆ ก็คือแก้เอียงให้แล้วครอปนั่นแหละ มีการอัพเกรดเพิ่มเติมจากตัวก่อนหน้านั่นก็คือ จากเดิมใน Gopro hero 9 จะสามารถเอียงได้ราว ๆ 25 องศา แต่ใน Gopro hero 10 จะสามารถเอียงได้เพิ่มเป็น 45 องศานั่นเองครับ
ซึ่งฟังก์ชั่นนี้ก็จะมีประโยชน์มาก ๆ เมื่อเราจำเป็นที่จะต้องเอากล้องไปติดในพื้นที่ ๆ ไม่สามารถจะทำให้กล้องตั้งตรง ๆ ได้ เราก็ยังได้ฟุจเทจที่ไม่เอียงนั่นเอง

Color Profile ใหม่

ปกติในกล้อง Gopro หลาย ๆ รุ่นมักจะมี Profile สีมาให้เลือกอยู่สองอันนั่นก็คือ Gopro สีจะสด ๆ หน่อย และ Flat ที่สีจะจืด ๆ สำหรับคนอยากเอาไปทำอะไรต่อ

แต่ใน Gopro Hero 10 จะมีการเพิ่ม Profile สีมาอีกหนึ่งสีนั่นก็คือ natural จะเป็นสีที่สดน้อยลงจาก profile สี Gopro นิดหน่อย ส่วนสี Gopro gopro เดิมจะเปลี่ยนชื่อเป็น Vivid แทนใน Gopro hero 10 ครับ

เปรียบเทียบ Color Profile

ไปต่อหรือพอแค่นี้ ? เปรียบเทียบละเอียด Gopro Hero 10 Black vs Gopro Hero 9 Black

ความสามารถด้านวีดีโอ

ด้วยความที่เค้าอัพเกรดระบบประมวลผลใหม่เป็น GP2 ความเร็วสูงขึ้น อัพเกรดทุกอย่างเป็น 2 เท่า จึงทำให้สามารถบันทึกวิดีโอที่ความละเอียด 5.3K 60fps, 4K120fps , 2.7K และ FHD 240fps

ซึ่งโดยส่วนตัวผมว้าวนะ เพราะกล้องตัวเล็ก ๆ แค่นี้สามารถ่าย 4K ได้ 120fps แม่เจ้า ทีนี้สำหรับใครที่ถ่ายงานเป็น 4K จะได้เอาไปทำสโลว์กันได้สบาย ๆ เลยครับ

แบตเตอรี่

ต้องยอมรับว่าแบตเตอรี่ใน Gopro hero 10 คือสิ่งที่ถูกลืม และไม่เหลียวแล ในส่วนแบตเตอรี่ก็ยังใช้ตัวเดิม รุ่นเดิม ขนาดประจุก็เท่าเดิม แถมยังกินพลังงานแบตเหมือน ๆ เดิม เคยต้องพกเยอะ ๆ ยังไงก็ยังต้องพกเยอะ ๆ เหมือนเดิมครับ

อย่างผมเองที่ถ่ายรีวิวนี้มีแบตแค่ก้อนเดียวก็ต้องใช้ไปชาร์จไป เพียงแต่ว่ายังมีข้อดีอยู่ตรงที่ว่าสามารถ ชาร์จไปใช้ไปได้ ผ่านช่อง USB-C ทั้งผ่าน Media Mod หรือ เสียบตรงเข้าตัวกล้องก็ทำได้ครับ

ปัญหาอย่างหนึ่งเกี่ยวกับแบตเตอรี่ที่ผมเจอในตัว Gopro hero 10 ก็คือในเปอร์เซ็นแบตในโหมด Video จะไม่เท่ากับในโหมดอื่น ๆ คือถ้าเราเปลี่ยนจากโหมดภาพนิ่งหรือโหมดไทม์แลปส์ไปโหมดวีดีโอเปอร์เซ็นแบตจะลดลงทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย ซึ่งคาดว่าทาง Gopro น่าจะต้องออกเฟิร์มแวร์มาแก้อีกทีแน่นอน

ทดสอบถ่ายกลางคืน

ผมได้ลองทำการเดินถ่ายในตอนกลางคืนเพื่อทดสอบเรื่อง Noise ใน Gopro 10 ว่ามีการพัฒนาจาก Gopro 9 หรือไม่ โดยที่การตั้งค่าทุกอย่างเหมือนกันหมด ความละเอียดอยู่ที่ 4K 24fps สปีดผมตั้งไว้ที่ 1/48 และ ISO ที่ 3200 ด้วยกันทั้งคู่

ไปต่อหรือพอแค่นี้ ? เปรียบเทียบละเอียด Gopro Hero 10 Black vs Gopro Hero 9 Black

จากการทดสอบจะเห็นว่า Gopro 10 เหมือนจะทำเรื่อง Noise ได้ดีกว่า เพียงแต่ก็ดูเป็นการใช้ software ในการ noise reduction จึงทำให้ดูวุ้นมากกว่า Gopro 9 และความสว่างก็สว่างกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ส่วน Gopro 9 นั้นจะดูสีเพี้ยนเม็ด Noise จะแตกเป็นสีเขียว ๆ สีสันโดยรวมก็ดูเขียว ๆ และ Contrart ก็มากกว่าส่วนมืดก็มืดกว่า โดยส่วนตัวมองว่าชอบ Gopro 10 มากกว่าครับ

Live Stream

ในการ Live stream นั้นมักมีคนถามผมมาเบื้องหลังเยอะมาก ตั้งแต่ตัวเก่า ๆ แล้ว ก็ตอบในนี้เลยแล้วกันว่า Gopro 10 นั้นสามารถ Live stream ได้ทั้งหมด 3 วิธี

1.ไลฟ์ตรงจาก App Quick ในมือถือ

วิธีการนี้เพียงแค่คุณมี Gopro ก็สามารถเชื่อมต่อเข้ากับแอพพลิเคชั่น Quick ในมือถือสามารถเซ็ตติ้งและไลฟ์ได้ผ่านมือถือได้เลย โดยใช้ Internet จากมือถือก็ได้ หรือผ่าน Wifi ก็ได้ ได้ความละเอียดสูงสุด 1080p เหมาะกับการอยู่ Out Door หรือการเคลื่อนที่กล้องไปมา

2.ไลฟ์ผ่านกล่อง Capture (เข้าคอมพิวเตอร์)

วิธีการนี้ก็จะเป็นวิธีการไลฟ์แบบที่ส่วนใหญ่ทำกันก็คืออาจจะใช้ Gopro เป็นกล้องสองกล้องสามก็ว่ากันไป หรืออยาก Adjust อะไรมากขึ้นเพราะวิธีการนี้ก็คือการต่อ Gopro เข้ากล่อง Capture ผ่านช่อง HDMI และจากกล่อง capture เข้าคอมผ่าน USB อีกทีไปเข้าโปรแกรมไลฟ์อย่าง OBS , Streamyard , Zoom , และอื่น ๆ ซึ่งอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้นอกจากกล่อง Capture นั่นก็คือ Media Mod เพราะจะทำให้เพิ่มช่อง HDMI ขึ้นมาทำให้ส่งภาพออกมาได้ครับ

3.ทำ Gopro ให้เป็น Webcam (เข้าคอมพิวเตอร์)

วิธีสุดท้ายคือทำให้ Gopro กลายเป็น Webcam โดยต้องเข้าไปโหลด Program ที่ชื่อว่า Gopro Webcam มีให้เลือกทั้ง Mac และ Window ซึ่งจะทำให้เราสามารถดึงภาพจาก Gopro ผ่านสาย USB ได้ความละเอียดสูงสุด 1080p เข้าคอมเสมือนเป็น Webcam ครับ

เปรียบเทียบสเปค Gopro 8 vs 9 vs 10

เปรียบเทียบสเปคคร่าว ๆ Gopro Hero 8 vs 9 vs 10

สรุป

สำหรับภาพรวมของ Gopro hero 10 นั้นผมมองว่ามันเป็นทั้งการอัพเกรด และแก้ไขปรับปรุงข้อด้วยของ Gopro hero 9 นั่นแหละครับ โดยการที่เปลี่ยน Processor ใหม่ GP2 ทำให้การทำงานในหลาย ๆ ด้านดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการ touchscreen ที่ดีขึ้น จอหน้าที่ดีขึ้น แม้แต่การประมวลผลในการถ่ายภาพก็เร็วขึ้นด้วย แต่ที่สำคัญยังทำให้สามารถอัพเกรดคุณภาพวีดีโอให้สูงขึ้นอีก ซึ่งอันนี้เป็นส่งที่ผมว้าวที่สุด ถ้าตอนนี้ผมยังไม่มี Gopro ถ้าให้เลือกระหว่าง Gopro 9 และ Gopro 10 ผมจะเลือก Gopro 10 อย่างไม่ลังเลเลยครับ และตามธรรมเนียมผมจะพูดข้อดีและข้อสังเกตเป็นข้อ ๆ เช่นเดิมครับ

ข้อดี

  1. ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ไม่เป็นปัญหาในการพกพาเลยสำหรับคนที่ปกติใช้ Mirrorless ถ่าย
  2. ความสามารถด้านวีดีโอ อันนี้คือความดีงาม ชอบเลยครับ
  3. กันสั่นดี + ความเล็ก ถ่ายมุมเท่ๆ ได้เยอะ มุมแปลก ๆ เคลื่อนกล้องแบบแปลก ๆ ได้ง่าย
  4. อัพเกรดหลาย ๆ เรื่องจาก Gopro 9

ข้อสังเกต

  1. แบตหมดไว ไม่ได้มีการพัฒนาเพิ่ม แก้โดยต้องพกหลาย ๆ ก้อน หรือใช้ไปชาร์จไป
  2. ยังเจออาการค้างอยู่ (แต่น้อยลง) ผมใช้ Media Mod ต้องแกะเยอะมากเพื่อดึงแบต
  3. ระยะโฟกัสอาจจะไม่เหมาะกับการถ่าย insert เพราะยิ่งเข้าใกล้จะ out focus อาจต้องแก้โดยการใช้มุม Narrow หรือถ่ายให้ resolution สูง ๆ แล้วเอามาครอปในโปรแกรมตัดต่อ
  4. สำหรับการจะปรับ WB ,speed , Iso ต้องเข้าไปลึกหน่อย

Leave a Reply

0
    0
    Your Cart
    Your cart is emptyReturn to Shop
      Calculate Shipping
      Apply Coupon
      Unavailable Coupons
      domunk Get ฿50 off ส่งฟรี เฉพาะ ลูกค้าจากช่อง DOMUNK