ส่องดูสเปค Sony RX100 IV และ RX10 II เซนเซอร์ใหม่ Stacked CMOS, 4K VDO และเฟรมเรตโหดๆ 960fps Leave a comment

         Sony Cyber-shot DSC-RX100 IV และ Sony Cyber-shot DSC-RX10 II เป็นกล้องสองรุ่นใหม่ล่าสุดในซีรี่ย์ RX ที่แม้ดูภาพนอกจะดูคล้ายๆรุ่นเดิมมากจนแยกแทบไม่ออกแต่ภายในมีสิ่งทีเปลี่ยนไปและน่าสนใจมากทีเดียวครับโดยเฉพาะความสามารถด้านวิดีโอทีเพิ่มเข้ามาเยอะมาก จึงเป็นสาเหตุที่เกิดเป็บทความส่องดูสเปคครั้งนี้… โดยเราจะมาดูกันแค่สเปคเด่นๆนะครับ ส่วนสเปคปลีกย่อยต่างๆเชื่อว่าทุกคนสามารถจับตารางมากางคู่กันดูได้อยู่แล้ว

Sony Cyber-shot DSC-RX100 IV Specification

  • เซนเซอร์ Exmor RS CMOS(BSI-CMOS) ขนาด 1″ ความละเอียด 20.1 ล้านพิกเซล(Stacked CMOS)
  • ชิปประมวลผล Bionz X
  • ISO 125-12800
  • เลนส์ ZEISS Vario-Sonnar T* 24-70mm รูรับแสง f/1.8-2.8
  • ถ่ายภาพต่อเนื่อง 16 ภาพต่อวินาที
  • ความเร็วชัตเตอร์ 1/32000 วินาที
  • จอแสดงผลแบพับได้(Tilting)ขนาด 3.0″ ความละเอียด 1,228,800 พิกเซล
  • จอแสดงผลด้านหลังพับขึ้นได้ 180 องศา พับลงได้ 45 องศา
  • ช่องมองภาพแบบ pop-up XGA OLED Tru-Finder ความละเอียด 2,359,296 พิกเซล(มีโค๊ทผิว ZEISS T*)
  • ถ่ายวิดีโอ 4K (QFHD 3840×2160)บิตเรต 100Mbps ฟอร์แมต XAVC S(Full pixel readout) ถ่ายได้นาน 5 นาที
  • ถ่ายวิดีโอเฟรมเรตสูง 960fps, 480fps, 240fps
  • มี Picture Profile S-Log2/S-Gamut
  • มี Wi-Fi และ NFC ในตัว
  • มีฟิลเตอร์ ND ในตัว ลดแสงได้ 3 สตอป
  • มีแฟลชในตัว
  • มีโหมด Sweep Panorama
  • รองรับการใช้งาน PlayMemories Camera Applications
  • ใช้แบตเตอรี่ NP-BX1 ถ่ายได้ 280 ภาพ(CIPA)
  • น้ำหนัก 298 กรัม

Sony Cyber-shot DSC-RX10 II Specification

  • เซนเซอร์ Exmor RS CMOS(BSI-CMOS) ขนาด 1″ ความละเอียด 20.1 ล้านพิกเซล(Stacked CMOS)
  • เลนส์ ZEISS Vario-Sonnar T* 24-200mm รูรับแสง f/2.8 ตลอดช่วง
  • มีระบบกันสั่นที่ชิ้นเลนส์ Optical SteadyShot Image Stabilization
  • ชิปประมวลผล Bionz X
  • ISO 125-12800(ขยายได้ 64-25600)
  • ถ่ายภาพต่อเนื่อง 14 ภาพต่อวินาที
  • ความเร็วชัตเตอร์ 1/32000 วินาที
  • จอแสดงผลแบพับได้(Tilting)ขนาด 3.0″ ความละเอียด 1,228,800 พิกเซล
  • ช่องมองภาพ XGA OLED Tru-Finder ความละเอียด 2,359,296 พิกเซล
  • มีจอ LCD แสดงผลด้านบน
  • ถ่ายวิดีโอ 4K (QFHD 3840×2160)บิตเรต 100Mbps ฟอร์แมต XAVC S(Full pixel readout) ถ่ายได้นาน 29 นาที
  • ถ่ายวิดีโอเฟรมเรตสูง 960fps, 480fps, 240fps
  • มี Picture Profile S-Log2/S-Gamut
  • มี Wi-Fi และ NFC ในตัว
  • มีฟิลเตอร์ ND ในตัว ลดแสงได้ 3 สตอป
  • มีแฟลชในตัว และ Hotshoe(Multi-interface shoe)
  • วงแหวนปรับรูรับแสงที่รอบเลนส์ตั้งได้ว่าจะเป็นแบบมีจังหวะ Click หรือจะหมุนลื่นแบบไม่มี Click เลยก็ได้
  • รองรับการใช้งาน PlayMemories Camera Applications
  • ใช้แบตเตอรี่ NP-FW50 ถ่ายได้ 400 ภาพ(CIPA)
  • น้ำหนัก 813 กรัม

เซนเซอร์ Stacked CMOS และการเพิ่ม DRAM ที่ทำให้ส่งข้อมูลได้เร็ว

RX100 IV ใช้เซนเซอร์ Stacked CMOS ที่ Sony ทำการพัฒนาขึ้นมาใหม่โดยตั้งชื่อว่า Exmor RS หลักการของเซนเซอร์แบบใหม่นี้อยากให้สังเกตดูจากภาพด้านล่างครับ

จะเห็นว่าเซนเซอร์แบบเก่า(ทางซ้าย)จะมีวงจรการประมวลผลสัญญาณต่างๆรวมอยู่ในชั้นเดียวกับพิกเซลรับแสง มันทำให้เกิดข้อจำกัดว่าหากจะใส่ระบบประมวลผลขนาดใหญ่จะทำได้ลำบากเพราะต้องแบ่งพื้นที่กับส่วนของพิกเซลและไหนจะปัญหาเรื่องของ Noise หรือสัญญาณรบกวนที่จะเกิดจากการวางตำแหน่งลักษณะนี้อีก Sony ก็เลยออกแบบใหม่ เอาวงจรลงไปไว้ด้านล่างใต้ชั้นพิกเซลซะ เกิดเป็น Stacked Sensor จากคำว่า Stacked ที่หมายถึงการซ้อนทับกัน และพอออกแบบลักษณะนี้ทำให้ชั้นของวงจรมีพื้นที่เหลือเฟือในการใส่ส่วนประมวลผลสัญญาณจึงสามารถปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพการประมวลผลที่สูงขึ้นได้

จากการใช้ Stacked Sensor นี้ทำให้ในเซนเซอร์ของ RX100 IV และ RX10 II มีการใส่ตัวประมวลผลสัญญาณความเร็วสูงและชิปหน่วยความจำ DRAM (Dynamic Random Access Memory เป็น RAM ประเภทหนึ่ง)เอาไว้ Sony กล่าวว่าสามารถส่งข้อมูลออกมาได้เร็วขึ้นกว่าเดิมถึง 5x เลย

ทั้ง RX100 IV และ RX10 II ใช้เซนเซอร์ Exmor RS CMOS ขนาด 1 นิ้วความละเอียด 20.1 ล้านพิกเซล ถือเป็นข้อดีของทั้งสองรุ่นอย่างในด้านของ RX100 IV นั้นทำให้เราได้คุณภาพที่ดีจากเซนเซอร์ขนาดใหญ่ในบอดี้ที่เล็กพอจะใส่กระเป๋าเสื้อได้สบายกล้องแบบนี้มีไม่มากนัก ส่วน RX10 II เป็น DSLR-Like การใช้เซนเซอร์ขนาด 1 นิ้วก็นับว่าใหญ่เกินกว่าคู่แข่งในตลาดมาก(จะมีระดับเดียวกันก็แค่ Panasonic FZ1000 เท่านั้น) และยังใส่เลนส์ Zeiss Vario-Sonnar T* ระยะ 24-200mm ที่มีรูรับแสงกว้าง f/2.8 ตลอดช่วงมาให้ด้วย

1/32000 วินาที และ 16fps

RX100 IV มีความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 1/32000 วินาทีแน่นอนว่าเป็นชัตเตอร์แบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมระบบ Anti-Distortion ที่ช่วยลดปัญหาความผิดเพี้ยนที่เกิดจากการถ่ายวัตถุที่เคลื่อนไหวเร็วๆด้วยชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ ส่วนชัตเตอร์แบบกลไกจะทำความเร็วสูงสุดได้แค่ 1/2000 วินาที สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงสุด 16 ภาพต่อวินาที

RX10 II ก็เช่นเดียวกับ RX100 IV มีชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ความเร็วสูงสุด 1/32000 วินาที ส่วนแบบกลไกจะเร็วสุดที่ 1/3200 วินาที ถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็ว 14 ภาพต่อวินาที

ช่องมองภาพ EVF ความละเอียดสูงขึ้น

ช่องมองภาพ EVF ของ RX100 IV และ RX10 II เป็น XGA OLED Tru-Finder มีความละเอียด 2,359,296 พิกเซล(ละเอียดเท่ากับของ A7R II เลยแต่ของ A7R II ขนาดช่องมองใหญ่กว่ามาก) ละเอียดขึ้นกว่ารุ่นเดิมที่มีความละเอียด 1,440,000 พิกเซล ช่องมองภาพของ RX100 IV มีอัตราขยาย 0.59x ส่วน RX10 II มีอัตราขยาย 0.70x และสำหรับใครที่ใส่แว่นตารุ่นนี้มี Eye Point ที่ 20mm(RX100 IV) และ 23mm(RX10 II)(Eye Point เป็นระยะห่างจากช่องมองที่เรายังสามารถมองภาพได้อยู่)

4K Video !!!

สำหรับ RX100 IV นี่คงเป็นกล้องตัวเดียวในตลาดตอนนี้ที่ให้วิดีโอ 4K ในขนาดที่เล็กพอจะใส่กระเป๋าเสื้อได้ สามารถบันทึกวิดีโอได้ในฟอร์แมต XAVC S, AVCHD, MP4 แต่เฉพาะ XAVC S เท่านั้นที่จะถ่ายวิดีโอ 4K (3,840×2,160 30fps)ได้พร้อมให้บิตเรตที่สูงถึง 100Mbps เลยและเป็นแบบ Full pixel readout คือเก็บข้อมูลจากทุกพิกเซลไม่มีการทำ Line skipping หรือ Pixel binning (Line skipping เป็นการข้ามการเก็บข้อมูลบางส่วนไปเพื่อลดภาระการส่งข้อมูลซึ่งมักจะเห็นกันบ่อยๆในกล้องที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อถ่ายวิดีโอโดยเฉพาะอย่าง DSLR เป็นต้น เพราะเซนเซอร์ขนาดใหญ่ทำให้ข้อมูลมีมากเกินไป ถ้าหากไม่สามารถโอนเก็บข้อมูลได้ทันจะเกิดอาการภาพล้ม ส่วน Pixel binning เป็นการรวมพิกเซลหลายๆตัวมาเป็นตัวเดียวอย่างเช่น รวมกลุ่มพิกเซลขนาด 2×2 ให้ทำงานเป็น 1 พิกเซลสาเหตุก็เช่นเดียวกับเทคนิคแรกคือลดจำนวนข้อมูล แต่ทั้งสองเทคนิคนี้จะทำให้เราเสียรายละเอียดและความคมชัดไป) ส่วนหนึ่งคงเพราะเป็นเซนเซอร์ขนาด 1″ ที่ไม่ใหญ่มากนักจึงสามารถทำ Full pixel readout ได้ RX100 IV มีสเปควิดีโอที่โหดมากเมื่อเทียบกับขนาดตัว ด้วยร่างเล็กๆแค่นี้ตัวกล้องคงจะร้อนมากทีเดียวและนั่นอาจจะเป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ Sony จำกัดให้ RX100 IV ถ่ายวิดีโอ 4K ได้นานแค่ 5 นาทีเท่านั้น แต่ถ้าเราบันทึกที่ความละเอียดต่ำกว่านี้ก็จะบันทึกได้นานขึ้นครับ อย่าง Full HD 1,920×1,080 จะบันทึกได้ 29 นาที นอกจากนี้ Sony ยังใส่ Picture Profile มาให้อีกหลายชนิดเช่น Black Level, Gamma (Movie, Still, Cine1-2, ITU709, ITU709 [800%], S-Log2), Black Gamma, Knee, Color Mode, Color Level, Color Phase, Color Depth, Detail

RX10 II ก็ถ่ายวิดีโอ 4K ได้เช่นเดียวกับ RX100 IV และกลายเป็นอาวุธให้มันชนกับ Panasonic FZ1000 ได้สูสีมากขึ้น มีส่งข้อมูลจากเซนเซอร์แบบ Full pixel readout เช่นกัน ในทางด้านวิดีโออะไรที่ RX100 IV ทำได้ RX10 II ก็ทำได้เหมือนกัน แต่จะดีกว่าตรงที่สามารถถ่ายวิดีโอ 4K ได้นาน 29 นาที

40x Super Slow Motion

นี้เป็นหนึ่งในอาวุธเด็ดของ RX100 IV และ RX10 II เลยครับ เป็นการบันทึกวิดีโอที่เฟรมเรตสูงได้ภาพ Slow Motion ที่ทุกอย่างเคลื่อนไหวไปช้าๆ โดยจำนวนเฟรมเรตที่ทั้งสองรุ่นทำได้คือ 960/1,000fps, 480/500fps, 240/250fps(NTSC/PAL) ทุกค่าจะถูกบันทึกและเล่นเป็นไฟล์วิดีโอ ที่ความละเอียด Full HD 1,080p ที่ 24, 25, 30, 50, 60fps ซึ่งจริงๆจะเป็นไฟล์ที่ถูก Upscale ขึ้นมาครับแต่ตัวความละเอียดจริงๆที่กล้องเก็บมาได้ก็ไม่น้อยเลย 960fps/1000fps (1,136×384), 480fps/500fps (1,676×566), 240fps/250fps (1,824×1,026) อันนี้คือในกรณีที่เราเลือกตั้งค่าเป็น Quality Priority(เน้นคุณภาพ) แต่ถ้าตั้งค่าเป็น Shoot Time Priority(เน้นที่ระยะเวลาการถ่าย) ความละเอียดจะน้อยลงช่วยให้ไฟล์ขนาดเล็กลงจึงช่วยให้ถ่ายได้นานขึ้น 960fps/1000fps (800×270), 480fps/500fps (1,136×384), 240fps/250fps (1,676×566)

และยังมีฟังก์ชั่นให้เราสามารถตั้งค่าปุ่มบันทึกวิดีโอให้เป็น Start trigger หรือ End trigger ได้ด้วย โดยตัว Start trigger หรือบางทีเราเรียกว่า Begin trigger ก็คือเริ่มบันทึกเมื่อกดและเมื่อกดอีกครั้งก็จะหยุดบันทึกครับ แต่ End trigger จะบันทึกจนกว่าจะกด อาจจะสับสันกันเล็กน้อย อธิบายคร่าวๆคือกล้องจะบันทึกวิดีโอความยาวสั้นๆตอนก่อนที่เราจะกดปุ่มบันทึกเอาไว้ ฟังก์ชั่นนี้จะเป็นประโยชน์เวลาที่เราต้องการจะบันทึกภาพอะไรที่เกิดขึ้นรวดเร็วจนเราอาจจะกดปุ่มบันทึกไม่ทันเช่น ฟ้าผ่า นักวิ่งๆเข้าเส้นชัย หรือหมัดของนักมวยเป็นต้น สถานการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเร็วจนเราอาจกดบันทึกไม่ทันแต่ถ้าตั้ง End trigger เอาไว้ พอถึงจังหวะนั้นมาถึงเราก็กดปุ่มบันทึกเราก็จะมีไฟล์วิดีโอที่กล้องบันทึกเอาไว้ให้ก่อนกดปุ่มอยู่แล้วทำให้ไม่พลาดจังหวะสำคัญ โดยใน RX100 IV และ RX10 II เราสามารถตั้งความยาวของวิดีโอได้ 2 และ 4 วินาที ซึ่งสำหรับวิดีโอ 2 วินาทีที่เฟรมเรต 960fps จะเอาไปเล่นเป็นความเร็วปกติ 24fps ได้นาน 80 วินาทีเลย

มี Wi-Fi, NFC ในตัวพร้อมรองรับ PlayMemories Camera Applications

ทั้ง RX100 IV และ RX10 II มี Wi-Fi และ NFC ในตัวสำหรับเชื่อมต่อกับ Smart Device ต่างๆ และรองรับระบบ PlayMemories Camera Applications อันนี้ใครที่ไม่เคยใช้ Mirrorless ของ Sony อาจจะไม่รู้จักกันครับ อธิบายอย่างง่ายๆมันก็คือระบบที่ให้เราลงแอปฯในกล้องได้ โดยดาวน์โหลดจากตัว Store ของ Sony เอง ซึ่งก็จะมีหลากหลายอย่างแอปฯสำหรับถ่าย Time-Lapse, ถ่าย Stop Motion, ถ่าย Portrait และอื่นๆอีกหลายแอปฯทั้งแบบฟรีและเสียเงิน โดยส่วนตัวผมว่าเป็นลูกเล่นที่ดีเพราะเราสามารถเพิ่มความสามารถให้กล้องเราได้มากมายโดยการดาวน์โหลดแอปฯเฉพาะทางต่างๆมาใช้

บทความนี้เขียนเมื่อวันที่ 18/06/2015

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *