เปรียบเทียบไมค์ไวเลสขนาดเล็ก Rode Wireless go Saramonic Blink 500 B1 เหมาะกับใครบ้าง Leave a comment

ในขนาดที่ทุกวันนี้การทำวิดีโอหรือคอนเทนต์ต่างๆนั้น เป็นเรื่องที่ง่ายกว่าเมือก่อนมาก เนื่องจากว่าทุกวันนี้ เรานั้นมีอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกให้เราเป็นอย่างมาก ขอแค่คุณมีไอเดียเจ๋งๆ คุณก็สามารถที่จะผลิตคอนเทนต์ต่างๆ ออกมาได้แล้วเพียงแค่หยิบกล้องหรือแม้แต่สินที่จะเรียกได้ว่าเป็นอวัยวะที่ 33 อย่างสมาร์ทโฟนนั้นเอง ในวันนี้เราจะมาแนะนำไมโครโฟนไวเลส สองรุ่นที่กำลังเป็นที่สนใจอยู่ในขณะนี้ ในเรื่องของขนาดที่เล็กและการใช้งานง่าย แถมยังใช้คลื่นส่งสัญญาณเป็น 2.4 GHz อีกด้วยไม่ต้องกลัวเลยว่าจะมีปัญหาเรื่องคลื่นสัญญาณรบกวนตามสถานที่ต่างๆ นั้นก็คือ Rode Wireless go และ Saramonic Blink 500 B1 สองรุ่นนี้มีความแตกต่างกันอย่างไรเหมาะสำหรับใคร วันนี้เรามีคำตอบให้ทุกคนแน่นอน

Rode Wireless go

Rode เป็นแบรนด์ ที่ผลิตไมโครโฟนที่มีสเปคและราคาเหมาะสำหรับที่ผู้เริมต้นจนไปถึงมืออาชีพ จุดเด่นในรุ่นนี้ คือขนาดที่เล็กน้ำหนักเบา แต่ก็สามารถที่จะเก็บเสียงในย่านเสียงต่ำได้ดี มีมิติของเสียง และน้ำหนักเสียงนั้นทำออกมาได้ดีในระดับมืออาชีพเลยทีเดียว Rode Wireless Go ในชุดนั้นจะมาพร้อมกับ Transmitter (TX) และ Receiver (RX) ที่ตัว Transmitter นั้นมีจะมี Built-in Mic สามารถใช้งานได้ทันที หรือใครที่ต้องการคุณภาพเสียงที่ดียิ่งขึ้นนั้น ที่ตัวTransmitter มีพอร์ต 3.5 mm สำหรับต่อไมนอก Receiver มีจอ LED บอกสถานะต่างๆช่วยให้เราสามารถ Monitor ได้ง่ายมากขึ้น

Saramonic Blink 500 B1

Saramonic ใครหลายคนนั้นอาจยังไม่รู้จักแบรนด์นี้มากนัก ต้องบอกเลยว่า Saramonic จุดเด่นของแบรนด์นี้คือ เค้ามักจะอัดฟีเจอร์และลูกเล่นต่างๆแบบจัดเต็มลงไปในสินค้าเกือบจะทุกรุ่นที่ผลิตออกมา อีกทั้งยังมีราคาที่ไม่แพงอีกด้วยเหมาะสำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้นและหาไมดีๆสักรุ่นมาใช้ที่ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าเงิน Saramonic Blink 500 B1 มาพร้อมกับ Transmitter และ Receiver และมี LavalierMic มีให้อีกด้วย ส่วนที่ตัว Transmitter นั้นมี Built-in Mic เหมือนกับทาง Rode Wireless go จะมีชุดที่มีให้เลือกหลายเซ็ตเลยทั้งแบบจะใช้มือถือก็มีหลายพอร์ต ทั้ง iPhone, Android,USB-C และกล้อง mirrorless,dslr

  • การแสดงสถานะต่างๆ

Rode Wireless go นั้นที่ตัว Receiver นั้นจะมีหน้าจอแสดงไฟบอกสถานะต่างๆเช่น แบตเตอรี่ของ Receiver และ Transmitter,ระดับเสียง,คลื่นสัญญาณ ส่วนตัวTransmitter นั้นจะมีไฟ LED บอกสถานะ แบตเตอรี่,คลื่นสัญญาณ

Saramonic Blink 500 B1 จะมีเพียงไฟ LED บอกสถานะแบตเตอรี่เท่านั้นทั้ง Receiver และ Transmitter สำหรับคนที่ต้องความสะดวกในการเช็คสถานะต่างๆ 

Rode Wireless go ก็อาจทำได้ดีกว่าเนื่องจากว่ามีหน้าจอ LED ค่อยแสดงผลทำให้เรานั้นสามารถ Monitor ได้ง่ายกว่า Saramonic Blink 500 B1 นั้นเอง ในหัวข้อการแสดงผล Rode Wireless go นั้นทำได้ดีกว่าเนื่องจากว่ามีจอ LED ที่ค่อยบอกสถานะต่าง

  • น้ำหนัก

Rode Wireless go นั้นมีน้ำหนักเพียง 31 กรัม ทั้ง Receiver และ Transmitter

Saramonic Blink 500 B1 นั้นยังไม่มีการเปิดเผยสเปคโดยรายละเอียดออกมา แต่คาดการณ์ว่าอาจมีน้ำหนักอยู่ที่ 30-50 กรัมโดยประมาณ ช่วยทำให้เรานั้นประหยัดพื้นที่ในกระเป๋าไปได้เยอะ สามารถพกพาสะดวกโดยที่ไม่รู้สึกว่าเป็นภาระเลยเมือเทียบกับไมไวเลสทั้วไปในท้องตลาด ทั้งสองรุ่นนี้ทำออกมาได้ตอบโจทย์สำหรับใครที่ต้องการความสะดวกในการพกพาเป็นอย่างมาก

  • ระยะการส่งศัญญาณ

Rode Wireless go และ Saramonic Blink 500 B1 ใช้การส่งสัญญาณเป็นแบบคลื่นเป็น 2.4 GHz สามารถส่งสัญญาณได้ไกลประมาณ 70-80 เมตรโดยประมาณในที่โล่ง แต่ถ้าหากมีสิ่งกีดขวางนั้นก็อาจลดลงมาเหลือประมาณ 20-30 เมตร ระยะประมาณนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำงานได้ ในเรื่องของการส่งสัญญาณนั้นก็ทำออกมาได้ดีทั้งคู้

  • แบตเตอรี่

Rode Wireless go นั้นสามารถใช้งานได้นาน 7 ชั้วโมงและชาร์จไฟผ่านสาย USB-C   สามารใช้การกับแบตเตอรี่สำรองอย่าง Power Bank ขณะใช้งานได้อีกด้วย ทำให้เรานั้นสบายใจไปได้ระดับหนึงเลยว่าแบตเตอรี่นั้นจะหมดในหน้างาน

Saramonic Blink 500 B1 นั้นในส่วนของระยะเวลาการใช้งานนั้นอยู่ที่ 5 ชั้วโมง สามารถชาร์จไฟผ่านสาย USB-C และใช้งานร่วมกับ Power Bank ขณะใช้งานได้เหมือนกับ Wireless go ในเรื่องแบตเตอรี่นั้น Rode Wireless go นั้นสามารถใช้งานได้นานกว่า Saramonic Blink 500 ถึง 2 ชั้วโมง ทั้งหมดนี้เป็นเพียงสเปคกับทางโรงงานเท่านั้น ส่วนการทดสอบจริงนั้นรอรีวิว เปรียบเทียบแบบเจาะลึกได้อีกทีในเร็วๆนี้ครับ

  • ความยืดหยุ่นในการใช้งาน

Rode Wireless go นั้นในชุดมีเพียงเซ็ตเดียวก็คือ Transmitter และ Receiver (1:1) เหมาะสำหรับงานที่มี 1 พิธีกร แต่สามารถที่จะ ปรับระดับการรับเสียงปรับได้ถึง 3 ระดับนั้นคือ 0dB,-6dB,-12dB 

Saramonic Blink 500 จะมีชุดที่มีให้เลือกหลายเซ็ตเลยทั้งแบบจะใช้กับสมาร์ทโฟนก็ได้ หรือใช้กับกล้องก็ได้ มือถือก็มีหลายพอร์ต ทั้ง iPhone, Android,USB-C Saramonic Blink 500 จะทำได้ดีกว่าถ้าหากมองในความยืดหยุ่นในการใช้งานได้หลายรูปแบบมากกว่า

  • เรื่องของดีไซน์

Rode Wireless go รูปร่างจะเป็นทรงสี่เหลี่ยมดูกะทัดรัด เวลาติดตั้งไว้ที่กล้องแล้วไม่รู้สึกว่าเกะกะเลย Samamonic Blink 500  นั้นรูปร่างอาจดูใหญ่กว่า Wirelss Go อยู่นิดหน่อยเมือเทียบกัน ลักษณะคล้ายกับ Trigger Flash ในเรื่องของการดีไซน์ Rode Wirelss Go อาจทำได้ดีกว่า ในระดับหนึง

  • การใช้งาน

Rode Wireless go นั้นสามารถพร้อมใช้งานได้ทันที่เมือเปิดการใช้งาน สัญญาณก็จะเชื่อมต่อกันทันที่โดยที่เรานั้นไม่ต้องเข้าไปตั่งค่าอะไรให้เสียงเวลาเลย เหมือนกับไมไวเลสทั้วไปช่วยให้เรานั้นประหยัดเวลาได้มากเลยที่เดียว

Samamonic Blink 500 เนื่องจากว่าการทำงานเป็นแบบ Dual Channel อาจมีการตั่งค่านิดหน่อยก่อนเริมใช้งาน ถ้าสินค้าเข้ามาเมือไรจะมีการรีวิวเจาะลึกอย่างแน่นอน

  • คุณภาพเสียง

Rode Wireless go คุณภาพของเสียงจากไม Built-in Mic นั้นทำออกมากได้หน้าพอใจในระดับหนึงในย่านของเสียต่ำเก็บรายละเอียดออกมาได้ดี มีมิติชัดเจนแต่อาจทำได้ดีสำหรับในพื้นที่ มีเสียงรบกวนไม่มากอย่างเช่น ในห้อง,สตูดิโอ ที่เราสามารถที่จะควบคุมเสียงได้ การใช้งานไม Built-in Mic นอกสถานที่นั้นอาจทำได้ปานกลางไม่ได้ดีมากแต่ก็ไม่ได้แย่ ก็อาจแนะนำให้หา LavalierMic ต่อเพื่อให้ได้เสียงที่มีคุณภาพมากขึ้น

Samamonic Blink 500 เนื่องจากว่าสินค้ายังไม่วางจำหน่ายในส่วนของคุณภาพเสียงนั้นอาจต้องรอเทสกันอีกที ในหัวข้อของคุณภาพเสียงนั้นคงต้องรอรีวิวกันอีกทีครับ

  • ราคา

Rode Wireless go นั้นจะมีเพียงแค่เซ็ต 1:1 คือตัวรับ 1 ตัวส่ง 1 ตัว จากราคาปกติ 9,800 บาท ลดเหลือ 7,900 บาท

Saramonic Blink 500 นั้นจะมีหลายเซ็ตขึ้นอยู่กับการใช้งาน

Saramonic Blink 500 Set B1 (TX+RX) ราคา 5,900 บาท

Saramonic Blink 500 Set B2 (TX+TX+RX) ราคา 7,900 บาท

Saramonic Blink 500 Set B3 (TX+RX DI for iphone) ราคา 7,100 บาท

Saramonic Blink 500 Set B4 (TX+TX+RX DI for iphone) ราคา 8,900 บาท

Saramonic Blink 500 Set B5 (TX+RX UC for USB-C) ราคา 7,100 บาท

Saramonic Blink 500 Set B6 (TX+TX+RX UC for USB-C) ราคา8,900 บาท 

ถ้าหากเรามองในเรื่องของราคา Rode Wireless go ที่มีเพียงเซ็ท 1:1 ราคาอยู่ที่ 7,900 บาท แต่ Saramonic Blink 500 ในราคาที่เทียบเท่ากัน จะได้เป็นเซ็ท 2:1 ในราคา 7,900 บาทเท่ากัน  ในเรื่องราคาและความคุ้มค่าในหัวข้อนี้ Saramonic Blink 500 จะทำได้ดีกว่า

  • สรุป

ทั้งสองรุ่นนี้ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ Mobility การงานทำงานสูงเนื่องจากว่าไมทั้งสองรุ่นนี้ ถูกออกแบบมาให้มีขนาดที่เล็กกว่าไมไวเลส ตามท้องตลาดทั่วไปค่อนข้างมาก ซึ่งจะช่วยลดภาระของเรา ที่จะต้องมีกระเป๋าใหญ่ไว้สำหรับใส่อุปกรณ์ได้อีกด้วย

Rode Wireless go จุดเด่นอยู่ที่ตัวรับสัญญาณหรือ Receiver นั้นมีจอ LED ทำให้สามารถ Monitor ได้และการดีไซน์ที่ถูกออกแบบให้มีขนาดเล็กกะทัดรัดไม่ทำลายบรรยากาศโดยรอบเหมาะสำหรับการทำ Vlog เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังสามารถที่จะปรับระดับการรับเสียงปรับได้ 3 ระดับ 0dB, -6dB, -12dB

Saramonic Blink 500 เนื่องจากว่ามีเซ็ตให้เลือกได้หลากหลายมากกว่าและสามารถใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟน ทั้ง iPhone, Android,USB-C หรือใช้งานร่วมกับกล้องก็ได้ อีกทั้งยังสามารถที่จะทำงานแบบ 2:1 ได้อีกด้วยเหมาะสำหรับงานที่มีพิธีกร 2 คนเป็นอย่างมาก Saramonic Blink 500 นั้นอาจทำได้ดีกว่าในเรื่องของความคุ้มค่า

หากท่านใดสนใจสนใจสั่งซื้อสินค้าสามารถหาซื้อได้ที่ Zoomcamera ได้ทุกสาขาของเราได้นะครับ

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

inbox : http://www.facebook.com/messages/zoomcamera

02-635-2330 ต่อ 0 / 083-067-7677 (หยุดวันอาทิตย์)

สาขาสีลม 02-635-2330-1 / 080-271-2772

สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วาน 02-951-8597 / 085-937-0123

สาขาเมกาบางนา 02-105-1926 / 086-554-1919

สาขาเดอะมอลล์บางแค 02-454-9598 / 084-033-0498

สาขาฟอร์จูนทาวน์ 02-642-1291 / 083-068-2775  

สาขา Central Festival เชียงใหม่ 052-068-787 / 096-878-4896  

สาขา Central Westgate 02-060-4362 / 097-063-4328

สาขา สยามพารากอน 02-129 4765 / 02-129 4766

สาขาแฟชั่นไอซ์แลนด์ 02-002-3894

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *