เปรียบเทียบ : Fujifilm X-T3 vs Fujifilm X-H1 Leave a comment

เปรียบเทียบ : Fujifilm X-T3 vs Fujifilm X-H1

กราบสวัสดีเพื่อนๆที่ติดตาม Content ของ Zoomcamera ผ่านทางช่องทาง Social อย่าง Facebook และ Youtube ทุกท่านด้วยนะครับ เมื่อ Week ที่ผ่านมาทางค่าย Fujifilm ได้มีการเปิดตัวกล้อง Mirrorless รุ่นใหม่อย่าง Fujifilm X-T3 อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งเป็นกล้อง Mirrorless รุ่นอัพเกรดต่อยอดจาก Fujifilm X-T2 ที่ทำตลาดอยู่ ณ ขณะนี้ แน่นอนว่าการมาของ Fujifilm X-T3 ไม่ได้มีเพียงกล้องที่ใหม่เท่านั้น แต่ยังมีการอัพเกรดในด้าน Hardware / Software ในหลายๆให้ดีขึ้นกว่า Fujifilm X-T2 แน่นอนว่าอดไม่ได้ที่จะต้องพูดถึง Fujifilm X-H1 กล้องระดับโปรที่แม้จะเปิดตัวไปก่อน Fujifilm X-T3 แต่ด้วยฟีเจอร์บางอย่างที่พร้อมส่งให้ Fujifilm X-T3 ดูมีภาษีดีกว่า ฉะนั้นในวันนี้ทีมงาน Zoomcamera จะนำเจ้า Fujifilm X-T3 มาเทียบกับ Fujifilm X-H1 ให้เพื่อนๆได้รับชมกันจ้า

Fujifilm X-T3

เปรียบเทียบ : Fujifilm X-T3 vs Fujifilm X-H1

Fujifilm X-T3 กล้อง Mirrorless รุ่นอัพเกรดต่อจาก Fujifilm X-T2 ซึ่งได้มีหลายๆส่วนที่มีการปรับปรุงและพัฒนายิ่งขึ้น โดยเฉพาะ Sensor และ งาน Video ที่เรียกได้ว่าดีกว่าเจ้า Fujfilm X-T2 อย่างเห็นได้ชัดเลยครับ ซึ่งเจ้า Fujifilm X-T3 ก็ได้รับการอัพเกรดในด้านของสเปคหลายๆส่วนเพิ่มขึ้นจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Sensor X-Trans CMOS IV ที่มาพร้อมความละเอียด 26 Megapixels เป็นรุ่นแรกของค่าย , Feature ที่ได้รับเพิ่มเติมจาก Fujifilm GFX50s อย่าง Color Chrome Effect หรือ การรองรับการถ่าย Video ความละเอียด 4K 60p ทั้งแบบ 4:2:0 10-bit และ 4:2:2 10-bit เช่นกันครับ

Fujifilm X-H1

เปรียบเทียบ : Fujifilm X-T3 vs Fujifilm X-H1

กล้อง Mirrorless ระดับ Professional จากค่าย Fujifilm อย่าง Fujifilm X-H1 กล้อง Mirrorless รุ่นที่ถูกวาง Segment ที่สูงกว่า Fujifilm X-T และ Fujifilm X-Pro ที่ทำตลาดในปัจจุบันนั่นเองครับ โดยมีหลายๆสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นขนาดของ Body ที่มีขนาดที่หนาขึ้น ใหญ่ขึ้น น้ำหนักเพิมขึ้น , บริเวณ Top Plate มีจอ LCD ขนาดเล็กที่ช่วยในการบอกค่า Setting ต่างๆ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องมองค่านั้นๆที่จอ LCD นั่นเองครับ นอกจากนี้เจ้า Fujifilm X-H1 ยังเป็นกล้อง Fujifilm รุ่นแรกของค่าย ที่มาพร้อมระบบกันสั่น 5 ทิศทาง หรือ 5 Axis นั่นเอง ซึ่งทาง Fujifilm เคลมว่าสามารถลดการสั่นสะเทือนได้สูงสุดถึง 5.5 Stop กันเลยทีเดียวครับ

*** เปรียบเทียบ : Fujifilm X-T3 vs Fujifilm X-H1 ***

ขนาด / น้ำหนัก

เปรียบเทียบ : Fujifilm X-T3 vs Fujifilm X-H1

สิ่งแรกที่ดูจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน คงจะหนีไม่พ้นเรื่องขนาด แม้ว่าทั้งเจ้า Fujifilm X-T3 และ Fujifilm X-H1 จะมีดีไซน์การออกแบบให้มีลักษณะเป็นกล้อง Mirrorless ทรง SLR ก็ตามที ทั้งนี้ Fujifilm X-T3 ยังคงยึดเค้าโครงเดิมเดียวกับ Fujifilm X-T2 ซึ่งหากมองเพียงรูปร่างภายนอก อาจจะคิดว่า Fujifilm X-T3 เป็นคู่แฝดกับ Fujifilm X-T2 ก็ว่าได้ครับ กลับกันเจ้า Fujifilm X-H1 นั้นได้มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์แตกต่างไปจาก Fujifilm X-T Series โดยดึงดีไซน์ของ Fujifilm GFX50s ควบรวมเข้ากับ SLR Style ทำให้เจ้า Fujifilm X-H1 มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น หนาขึ้น กริบลึกขึ้น รวมถึงการบรรจุระบบระบายความร้อนภายใน จึงทำให้เจ้า Fujifilm X-H1 มีความหนาที่สุด Fujifilm X-Series ยกเว้น Fujifilm GFX50s ครับ

เปรียบเทียบ : Fujifilm X-T3 vs Fujifilm X-H1

แน่นอนว่า จากขนาดที่แตกต่างกัน ทำให้น้ำหนักมีความแตกต่างกันด้วย โดย Fujifilm X-T3 เฉพาะ Body มีน้ำหนักสุทธิอยู่ที่ 539 กรัม  ส่วน Fujifilm X-H1 มีน้ำหนักสุทธิอยู่ที่ 673 กรัม ซึ่งจะเห็นว่าเจ้า Fujifilm X-H1 มีน้ำหนักที่มากกว่าในระดับนึงครับ

จอแสดงผล

เปรียบเทียบ : Fujifilm X-T3 vs Fujifilm X-H1

ทั้ง Fujifilm X-T3 และ Fujifilm X-H1 มาพร้อมจอแสดงผล LCD ขนาด 3.0″ ความละเอียด 1,040,000 ด้วยกันทั้งคู่ รวมถึงจอ LCD ดังกล่าวยังได้รับการออกแบบเป็น 3 Way Tilt ซึ่งจะแตกต่างจากจอทั่วๆไป ที่ปรกติจะสามารถ Tilting ได้อย่างเดียว แต่กับ Fujifilm X-T3 และ Fujifilm X-H1 แล้วนั้น ยังสามารถ Tilting ไปด้านข้างได้ด้วยครับ แต่จะไม่สามารถพับมาด้านหน้าเหมือนจอ Vario Angle ได้ครับ ฉะนั้นตัดประเด็นการพับจอมาเซลฟี่ไปได้เลยครับ นอกจากนี้ตัวจอยังรองรับระบบ Touchscreen เพื่อให้สามารถใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน

เปรียบเทียบ : Fujifilm X-T3 vs Fujifilm X-H1

นอกเหนือจากจอ LCD แล้ว ทั้ง Fujifilm X-T3 และ Fujifilm X-H1 ยังมาพร้อมช่องมองภาพแบบ EVF ที่มีความละเอียดสูงทั้งคู่ครับ โดยมีความละเอียดอยู่ที่ 3,690,000 พร้อมกำลังขยายที่ 0.75x ด้วยกัน ทำให้ภาพที่เรามองผ่าน EVF นั้น มีความคมชัด ใส เคลียร์ ได้อย่างสบายตาครับ

Sensor / หน่วยประมวลผล

เปรียบเทียบ : Fujifilm X-T3 vs Fujifilm X-H1

ในส่วนของ Sensor ที่ใช้งานบนกล้อง Mirrorless X-Series นั้น จะใช้ Sensor แบบ X-Trans CMOS กันเป็นหลักครับ แต่อาจจะแตกต่างกันบ้าง โดยเริ่มจากเจ้า Fujifilm X-H1 นั้น เป็นกล้อง Mirrorless X-Series ในระดับ Pro ที่ยังคงใช้ Sensor X-Trans CMOS III อยู่ โดย Sensor ดังกล่าวนั้นถูกใช้งานมาตั้งแต่สมัย Fujifilm X-Pro2 เปิดตัวมา ซึ่งหากนับอายุก็เทียบเท่า 3 ปีแล้วนั่นเองครับ กลับกันเจ้า Fujifilm X-T3 มาพร้อมกับ Sensor รุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง X-Trans BSI CMOS IV ซึ่งเป็นครั้งแรกและกล้องรุ่นแรกที่ได้ใช้งาน Sensor รุ่นใหม่ด้วยครับ นอกจากนี้เจ้า Fujifilm X-T3 ยังติดตั้งหน่วยประมวลอย่าง X-Processor 4 โดยทาง Fuji เคลมว่าจะสามารถรีดประสิทธิภาพได้มากกว่ารุ่นก่อนหน้านี้มากถึง 4 เท่ากันเลยทีเดียว สำหรับ DR / Noise Performance นั้น อาจจะต้องภาคทดสอบที่ทาง Zoomcamera เตรียมจัดทำ รีวิว Fujifilm X-T3 ในไม่ช้านี้ครับ

ระบบโฟกัส

เปรียบเทียบ : Fujifilm X-T3 vs Fujifilm X-H1

ในด้านการโฟกัส ทั้ง Fujifilm X-T3 และ Fujifilm X-H1 ต่างก็ใช้ระบบ Focus แบบ Hybrid ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง Phase Detection และ Contrast Detecion ทำให้โฟกัสได้อย่างว่องไวและแม่นยำยิ่งขึ้น ทั้งนี้แม้จะใช้ Hybrid Focus เหมือนกัน แต่ Detail ในส่วนของจำนวนจุดโฟกัสยังคงแตกต่างกันอยู่บ้างนะครับ มาดูกันที่ Fujifilm X-H1 กันก่อน โดยใช้ Hybrid AF ที่มาพร้อมจำนวนจุดโฟกัสมากถึง 325 จุดกระจายอยู่รอบๆ Sensor ซึ่งทาง Fujifilm เคลมว่าได้มีการปรับอัลกอริทึ่มใหม่ เพื่อให้ทำการได้ดียิ่งขึ้นกว่า X-Series รุ่นก่อนหน้านี้นั่นเองครับ

เปรียบเทียบ : Fujifilm X-T3 vs Fujifilm X-H1

ตัดกลับมาที่ Fujifilm X-T3 น้องใหม่จาก X-Series นั้น มาพร้อมกับจุดโฟกัสที่เพิ่มเป็น 425 จุด กระจายอยู่ทั่วๆ Sensor รับภาพ แน่นอนว่านอกจากจำนวนที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังเพิ่มขีดความสามารถในการหาโฟกัสได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะ Eye AF ที่ทาง Fuji เคลมว่า สามารถ Tracking ได้ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาในกล้อง Mirrorless X Series ครับ ทั้งนี้จะดี จะแม่น จะไวเพียงใด ทีมงาน Zoomcamera มีจัดทำ รีวิว Fujifilm X-T3 ไว้รอเพื่อนๆแน่นอนครับ

ระบบกันสั่นไหว

เปรียบเทียบ : Fujifilm X-T3 vs Fujifilm X-H1

สิ่งที่มีความแตกต่างมากที่สุดระหว่าง Fujifilm X-T3 และ Fujifilm X-H1 นั้น คงจะหนีไม่พ้นเรื่องระบบกันสั่นไหวแบบ 5 Axis หรือ ที่เรารู้จักกันในชื่อของระบบกันสั่น 5 แกน นั่นเองครับ โดยเจ้า Fujifilm X-T3 แม้จะเป็นกล้องรุ่นใหม่สุดในระบบ X-Series แต่ก็ไม่ได้บรรจุ Feature ดังกล่าวมาในกล้องแต่อย่างใด กลับกัน Fujifilm X-H1 นั้น เป็นกล้อง Mirrorless ในตระกูล X-Series ที่มาพร้อม 5 Axis รุ่นแรกและรุ่นเดียว ณ ขณะนี้ ซึ่งข้อดีของ 5 Axis นั้น จะทำให้เลนส์ทุกเลนส์ที่ใช้งานบน Fujifilm X-H1 นั้นมีระบบกันสั่นในทุกๆเลนส์ ทั้งนี้ระบบกันสั่น 5 Axis จะรองรับกับเลนส์ XF และ เลนส์ Manual ที่ห้ผลแตกต่างกันออกไปด้วยครับ รวมถึง 5 Axis ยังสามารถประยุกต์ใช้งานใน Video ได้ด้วยเช่นกันครับ

อัตราถ่ายต่อเนื่อง

เปรียบเทียบ : Fujifilm X-T3 vs Fujifilm X-H1

ต้องบอกว่ากล้อง Mirrorless ในตระกูล X-Series นั้น จะเน้นหนักในเรื่องของภาพนิ่งซะส่วนใหญ่ ซึ่งคุณภาพนั้นแทบจะจบงานที่หลังกล้องได้ทันที ทั้งนี้การถ่ายภาพนิ่งนั้น อาจจะมีทั้งยกถ่ายแบบบรรจง หรือ ยกถ่ายแบบรัวหลายชอต เพื่อให้ได้มาซึ่งภาพที่มี Movement ตามที่เราต้องการ ซึ่งทั้ง Fujifilm X-T3 และ Fujifilm X-H1 ต่างก็มีอัตราการถ่ายภาพต่อเนื่องที่เร็วในระดับหนึ่งเลยครับ โดยเริ่มกันที่ Fujifilm X-T3 นั้น สามารถถ่ายต่อเนื่องได้สูงสุดที่ 11fps เมื่อใช้งาน Mechanic Shutter , 20fps เมื่อใช้งาน E-Shutter นอกจากนี้ใน Fujifilm X-T3 ยังมี Feature พิเศษอย่าง Sport Finder Mode ที่จะช่วยเพิ่มอัตราการถ่ายภาพต่อเนื่องเข้าไปอีก โดยสามารถถ่ายต่อเนื่องสูงสุดที่ 30fps เมื่อใช้ E-Shutter ทั้งนี้ใน Sport Finder Mode นั้นจะแลกมาด้วยการ Crop ภาพบางส่วนออกไป 1.25x ด้วยครับ

เปรียบเทียบ : Fujifilm X-T3 vs Fujifilm X-H1

ในทางด้านของ Fujifilm X-H1 ก็มีอัตราการถ่ายภาพต่อเนื่องที่น่าสนใจเช่นกันครับ โดยสามารถถ่ายต่อเนื่องสูงสุด 8fps เมื่อใช้งาน Mechanic Shutter , 14fps เมื่อใช้งานบน E-Shutter และเมื่ออยู่ในสภาพที่ติด Grip เจ้า Fujifilm X-H1 จะสามารถถ่ายต่อเนื่องได้ 11fps เมื่อใช้งาน Mechanic Shutter

งาน Video

เปรียบเทียบ : Fujifilm X-T3 vs Fujifilm X-H1

ถือเป็นอีก Feature ที่น่าสนใจสำหรับกล้อง Mirrorless ในยุคปัจจุบันครับ อันมาจากกระแสการถ่าย V-Log หรือ Content ที่เป็น Video มากยิ่งขึ้น ทำให้กล้อง Mirrorless ใน Generation ปัจจุบัน จะต้องเด่นทั้งด้านภาพนิ่งและ Video ควบคู่กันไปครับ ทั้งนี้เจ้า Fujifilm X-T3 และ Fujifilm X-H1 ก็มีสเปคในงาน Video ที่ค่อนข้างจัดเต็มระดับนึงเลยครับ เริ่มที่เจ้า Fujifilm X-T3 นั้น รองรับการถ่าย Video 4K 60p เป็นครั้งแรกของกล้อง Mirrorless ใน X-Series รวมถึงยังรองรับการถ่าย Video แบบ 4:2:0 10-Bit ( ถ่ายในตัวกล้อง ) และ 4:2:2 10-Bit ( ผ่าน HDMI ) ได้เช่นกันทำให้คุณภาพของงาน Video โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการ Video 4K ที่มีคุณภาพสูงละก็ เจ้า Fujifilm X-T3 ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีครับ

เปรียบเทียบ : Fujifilm X-T3 vs Fujifilm X-H1

ในฝั่งของ Fujifilm X-H1 นั้น รองรับการถ่าย Video 4K 30p เท่านั้นครับ ซึ่งอาจจะดูน้อยกว่าเจ้า Fujifilm X-T3 ไปซักหน่อย รวมถึงยังรองรับการถ่าย Video แบบ 4:2:0 8-Bit และ 4:2:2 8-Bit เท่านั้น แต่ซึ่งที่ดูเหมือนว่าเจ้า Fujifilm X-H1 จะได้เปรียบอย่างชัดเจน คงจะหนีไม่พ้นเรื่องระบบกันสั่น 5 แกน ( 5 Axis ) ที่รองรับการทำงานทั้งภาพนิ่งและวิดิโอ แน่นอนว่าการมีกันสั่น 5 แกน จะช่วยให้การถือถ่าย Video นั้น มีความนิ่งมากขึ้น สมูธมากขึ้นเช่นกันครับ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้เราได้เป็นอย่างดีครับ เสมือนว่าเราใช้กิมบอลอยู่ด้วยนั่นเองครับ

การเชื่อมต่อ

เปรียบเทียบ : Fujifilm X-T3 vs Fujifilm X-H1

ทั้ง Fujifilm X-T3 และ Fujifilm X-H1 ต่างก็เป็นกล้องระดับ Pro ที่มีความเป็นกล้อง Hybrid ด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งเก่งทั้งภาพนิ่งและงานวิดิโอควบคู่กัน ซึ่งการเชื่อมต่อในกล้องระดับ Pro จึงมีความสำคัญเช่นกันครับ โดยการเชื่อมต่อแบบ WIFI / Bluetooth ก็ยังมีมาให้พร้อมเสร็จสรรพ เรียกว่าเป็น Feature ที่ต้องมีในยุค Social เช่นนี้ หรือจะเป็น Port USB / HDMI / MIC. ที่จัดเต็มมาให้ด้วยกันทั้งคู่ครับ

เปรียบเทียบ : Fujifilm X-T3 vs Fujifilm X-H1

สิ่งที่แตกต่างกันนั้น เห็นจะเป็นในส่วนของช่อง USB ที่ทาง Fujifilm X-T3 นั้น ได้ปรับเปลี่ยนมาใช้เป็น USB Type – C เป็นที่เรียบร้อย รวมถึงช่อง MIC. ที่ในที่สุดทาง Fujifilm ก็ได้ปรับมาใช้เป็นช่องขนาด 3.5mm. เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งรุ่นก่อนหน้านี้ยังคงเป็นช่องขนาด 2.5mm. นั่นเองครับ แต่ในเจ้า Fujifilm X-H1 นั้นมาพร้อมช่อง MIC. ขนาด 2.5 และ 3.5mm. พร้อมกันเลยครับ

แบตเตอรี่

เปรียบเทียบ : Fujifilm X-T3 vs Fujifilm X-H1

ในแง่ของการใช้พลังงาน ทั้ง Fujifilm X-T3 และ Fujifilm X-H1 นั้น ยังคงใช้แบตเตอรี่รุ่นเดียวกัน โดยจะเป็นแบต NP-W126S ด้วยกัน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถหามาใช้งานได้สะดวก เพราะ กล้อง Mirrorless ในตระกูล X-Series นั้น ต่างก็ใช้แบต NP-W126S แทบจะเหมือนกันทั้งหมด สิ่งที่ทั้งคู่ดูจะมีความเหมือนกันอีกเรื่องคือ รองรับการใช้งานอุปกรณ์เสริมอย่าง Battery Grip โดยทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานยิ่งขึ้น ด้วยการมี Slot สำหรับใส่แบต 2 Slots ด้วยกัน ทั้งนี้แบตเตอรี่จะถูกใช้งานทีละ 1 ก้อน เท่านั้นครับ ทำให้เจ้า Battery Grip เป็นอุปกรณ์เสริมที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานที่เน้นความต่อเนื่องเป็นระยะเวลาครับ

ราคา

นอกเหนือจาก Spec และ Feature แล้วนั้น ผู้ใช้งานส่วนมากมักจะคาดหวังกับราคาวางจำหน่ายด้วยเช่นกัน เนื่องด้วยราคาถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเสริมในการตัดสินใจซื้อได้เช่นกัน ทั้งนี้ราคาอย่างเป็นทางการโดยเฉพาะ Fujifilm X-T3 ที่เพิ่งประกาศไปล่าสุดนั้น เมื่อเทียบกับ Fujifilm X-H1 จะได้เหมือนตามรูปด้านล่างนี้ครับ

เปรียบเทียบ : Fujifilm X-T3 vs Fujifilm X-H1

จะเห็นว่า ราคาทั้งเฉพาะ Body และ Kit ของ Fujifilm X-T3 ดูจะมีภาษีดีกว่าแทบจะทั้งหมด ไม่ว่าจะทั้งความสดใหม่ , สเปคที่อัพเกรด และ Feature ที่เพิ่มเติมขึ้น โดยราคา Set Kit ของ Fujifilm X-T3 นั้น เทียบเท่ากับราคา Body Fujifilm X-H1 ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานอาจจะเกิดความลังเลอยู่บ้าง แม้เจ้า Fujifilm X-H1 จะเป็นรุ่นที่อยู่เหนือกว่าก็ตามที ทั้งนี้ทีมงานจะขอแนะนำข้อสรุปสำหรับเพื่อนๆที่กำลังชั่งใจระหว่าง 2 รุ่นนี้ครับ

>>> เน้นความสดใหม่ ทั้ง Spec / Feature และ ลูกเล่นเพิ่มเติมต่างๆ โดยเฉพาะคุณภาพของภาพที่จะได้จาก Sensor X-Trans IV และ Feature ที่ได้รับมาจาก Fujifilm GFX50s ละก็ เลือก Fujifilm X-T3

>>> เน้นความ Hi-End โดยเฉพาะ Spec / Feature ที่โดดเด่นในด้านการถ่าย Video รวมถึงระบบกันสั่นไหว ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งเลนส์ค่ายและเลนส์มือหมุน โดยน้ำหนักในการพกพาไม่ใช่ปัญหา เลือก Fujifilm X-H1

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

inbox : http://www.facebook.com/messages/zoomcamera

02-635-2330 ต่อ 0 / 083-067-7677 (หยุดวันอาทิตย์)

สาขาสีลม 02-635-2330-1 / 080-271-2772

สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วาน 02-951-8597 / 085-937-0123

สาขาเมกาบางนา 02-105-1926 / 086-554-1919

สาขาเดอะมอลล์บางแค 02-454-9598 / 084-033-0498

สาขาฟอร์จูนทาวน์ 02-642-1291 / 083-068-2775

สาขา Central Festival เชียงใหม่ 052-068-787 / 096-878-4896

สาขา Central Westgate 02-060-4362 / 097-063-4328

บทความนี้เขียนเมื่อ วันที่ 26/09/2018

Leave a Reply