เปรียบเทียบ Nikon Z6 II

เปรียบเทียบ Nikon Z6 II vs EOS R6 vs Sony A7 III Leave a comment

เปรียบเทียบ Nikon Z6 II ช่วงนี้ค่ายกล้องแต่ละค่ายมีการเปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Nikon ที่มีการเปิดตัวทั้ง Nikon Z6 II และ Nikon Z7 II ซึ่งเป็นกล้อง Mirrorless Fullframe Z-Mount ใน Generation แล้วนั่นเองครับ

สำหรับ Content ในวันนี้จะเป็นการเปรียบเทียบ Nikon Z6 II vs Sony A7 III vs EOS R6 ซึ่งเป็นกล้อง Mirrorless ที่อยู่ใน Segment ระดับเดียวกัน ทั้งนี้รายละเอียดต่างๆจะมีอะไรบ้างนั้น ติดตามชมกันได้เลยนะ

เปรียบเทียบ Nikon Z6 II กับ กล้อง Mirrorless ในระดับ Segment เดียวกัน

เปรียบเทียบ Nikon Z6 II

Nikon Z6 II

Nikon Z 6II Mirrorless Digital Camera Body Only

ถือเป็นกล้อง Mirrorless Fullframe Z-Mount Gen 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ Nikon Z6 II มีการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพด้านต่างๆ โดยอ้างอิงจาก Nikon Z6 เป็น Base เดิม เพิ่มชิพประมวลเป็น 2 ตัว เพื่อความรวดเร็วในการประมวลต่างๆได้ดีขึ้น รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพของระบบโฟกัส ไม่ว่าจะเป็น Tracking , Eye AF เพื่อตอบสนองการทำงานในงานภาพนิ่งและวิดิโอ ให้ตอบโจทย์ยิ่งขึ้น รวมถึงแบตเตอรี่รุ่นใหม่ที่มีประจุไฟมากขึ้น เพื่อให้ใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้นนั่นเอง

key feature

  • กล้อง Mirrorless Fullframe ทรง SLR มาพร้อม Z-Mount
  • รองรับการใช้งานเลนส์ในระบบ Z-Mount พร้อม Adapter Nikon F to Z
  • Sensor ขนาด Fullframe ความละเอียด 24 megapixels
  • ค่าความไวแสง iso 100 – 51200 เพิ่มสูงสุดที่ ISO 204,800
  • ระบบ Focus แบบ Hybrid AF พร้อมจำนวนจุด Focus 273 จุดด้วยกัน
  • อัตราการถ่ายรัวต่อเนื่อง 14fps
  • ฟีเจอร์ Eye AF รองรับการทำงานใน Video
  • จอแสดงผลแบบ Tilt รองรับระบบ Touchscreen
  • ช่องมองภาพแบบ EVF
  • Joystick เพื่อใช้ในการควบคุมและสั่งการต่างๆ
  • ระบบกันสั่น 5 แกน ภายใน Body เคลมสูงสุดที่ 5 Stops ด้วยกัน
  • รองรับการถ่าย Video 4K 60p แบบ Full Pixel Readout ( รอการอัพเดทเพิ่มเติมภายหลัง )
  • รองรับ Video N-LOG และ Video HLG
  • รองรับ Video 12-bit แบบ Prores raw ( อัพเกรดเพิ่มเติม )
  • งาน Video รองรับการถ่าย Video 4K 30p แบบ Full Pixel Readout
  • งาน Video รองรับการถ่าย Video FHD 120p แบบ Full Pixel Readout
  • เชื่อมต่อผ่าน WIFI , Blutooth
  • ส่งไฟล์ภาพเข้า Smartphone ผ่าน App : Snapbridge
  • รองรับการอัพเดท Firmware ผ่านทาง App : Snapbridge เช่นกัน
  • สามารถชาร์จไฟตรงผ่าน USB ได้ โดยต้องใช้งานร่วมกับแบตเตอรี่ EN-EL15b หรือ EN-EL15c

EOS R6

Nikon Z6 II vs Canon EOS R6

กล้อง Mirrorless Fullframe สุดฮิตจากค่าย Canon ที่ถือเป็น Next Gen ที่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านต่างๆจาก Canon EOS R ให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบกันสั่น 5 แกน ที่ถือเป็นกล้องรุ่นแรกที่มีการติดตั้งลงไป พร้อมเคลมว่าลดการสั่นไหวได้สูงสุดถึง 5 – 7.5 Stops เลยทีเดียว , ชิพประมวลรุ่น DIGIC X รุ่นเดียวกันกับ EOS 1DX III นั่นเอง หรือ จะเป็นงาน Video ระดับ 4K 60p จากในกล้องทันที เรียกได้ว่าเป็นกล้อง Mirrorless Fullframe ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในขณะนี้เลยก็ว่าได้ครับ

Sony A7 III

Nikon Z6 II vs Sony A7 III

มาถึงค่ายของชาวอารยธรรมกันบ้าง และแน่นอนว่า กล้อง Mirrorless Fullframe ที่จะถูกพูดถึงนั้น คงจะหนีไม่พ้น Sony A7 III นั่นเอง เพราะด้วยฟีเจอร์ , สเปค และราคาวางจำหน่าย ทำให้เจ้า Sony A7 III ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มาตั้งแต่ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการจวบจนถึง ณ วันนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า Sony A7 III ยังถูกยกเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ สำหรับกล้อง Mirrorless Fullframe เช่นกัน

เปรียบเทียบ Nikon Z6 II vs EOS R6 vs Sony A7 III

Nikon Z6 II vs Canon EOS R6 vs Sony A7 III

1. ดีไซน์ ขนาดและการจับถือ ที่มีความกระชับ

การออกแบบกล้อง Mirrorless ของ Nikon นับตั้งแต่การมาของ Nikon Z6 และ Nikon Z7 ที่เป็นรุ่นเปิดศักราช Z-Mount นั้น ได้รับการยอมรับว่า เป็นกล้อง Mirrorless ที่มีการดีไซน์ออกมาได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะด้าน Ergonomic ที่เป็นจุดเด่นของ Nikon มาโดยตลอดนับตั้งแต่กล้อง DSLR นั่นเองครับ

ใน Nikon Z6 II นั้น ต้องยอมรับว่ามีการดีไซน์ที่อิงเค้าโครงเดิมมาจาก Nikon Z6 เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น Layout ของปุ่มต่างๆ , ความหนาของ Grip จับ ที่ตอบสนองกับสรีระของมือได้อย่างลงตัว อีกทั้งวัสดุที่ใช้ก็มีความคงทน แข็งแรงแน่นอน

ตัว Body ของ Sony A7 III มีการ Design ในรูปแบบของ SLR Style มาพร้อมกับ Grip ที่ช่วยการถือจับ ให้มีความกระชับมือมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในระหว่างการใช้งานจะไม่ทำให้เกิดความเมื่อยล้านั่นเอง รวมถึงตำแหน่งปุ่มต่างๆ ที่มีการปรับ Layout ใหม่ เพื่อตอบสนองการใช้งานให้ดียิ่งขึ้นครับ

ทางด้านของ Canon EOS R6 กล้อง Mirrorless Fullframe RF-Mount น้องใหม่สุดฮอตของ Canon ที่กลับมาคราวนี้สมชื่อกับ Born to rule เพราะมีการปรับเปลี่ยนดีไซน์และหน้าตาไปพอสมควรทีเดียว เมื่อเทียบกับ Canon EOS R ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาที่เริ่มมีกลิ่นอายระหว่าง DSLR กับ Mirrorless มากขึ้น , Grip ขนาดใหญ่ ที่จับถนัดยิ่งขึ้น ซึ่งลบจุดอ่อนของกล้อง Mirrorless ที่มีปัญหาด้านการจับถือที่ไม่ถนัดไปได้อย่างแน่นอนครับ

2. น้ำหนัก ที่สมกับความเป็นกล้อง Mirrorless

นอกจากนี้ ด้วยความเป็นกล้อง Mirrorless Fullframe ทำให้มีน้ำหนักอยู่ในระดับนึง ซึ่งในเปรียบเทียบ Nikon Z6 II vs Sony A7 III vs EOS R6 กล้อง Mirrorless ทั้ง 3 รุ่น ต่างก็มีน้ำหนักที่แตกต่างกันออกไปด้วยนะ โดย Nikon Z6 II มีน้ำหนักสุทธิอยู่ที่ 675 กรัม , Sony A7 III มีน้ำหนักสุทธิอยู่ที่ 650 กรัม และ Canon EOS R6 มีน้ำหนักสุทธิอยู่ที่ 680 กรัม ซึ่งจะเห็น Nikon Z6 II มีน้ำหนักน้อยที่สุดในกลุ่มนี้ครับ

3. จอแสดงผลแบบ Vari-Angle ตอบโจทย์ยุค VLOG

จอแสดงผลของกล้องดิจิตอล ส่วนมากจะออกแบบในลักษณะแบบ Fix ติดกับ Body ตัวกล้อง หรือ ในลักษณะ Tilt ที่สามารถปรับองศา เพื่อรองรับการถ่ายมุมงัด มุมเสย ก็สะดวกในระดับหนึ่ง แต่ด้วยกระแสการถ่ายภาพในปัจจุบัน ที่เน้นทั้งภาพนิ่งและวิดิโอ โดยเฉพาะงาน video ที่จอแบบ Fix หรือ Tilt ดูจะไม่ตอบโจทย์การทำงานไปโดยปริยายครับ

เริ่มกันที่ Nikon Z6 II กันก่อนครับ มาพร้อมกับจอ LCD ขนาด 3.2″ ความละเอียด 2,100,000 Dot โดยมีการดีไซน์จอในลักษณะ Tilt ที่เหมือนกันกับ Nikon Z6 นั่นเองครับ ซึ่งตอบโจทย์กับการถ่ายภาพนิ่งเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายแบบมุมงัด มุมเสย มุมกด แต่อาจจะไม่ตอบโจทย์การถ่าย Video ซักเท่าไรนัก เพราะ ตัวจอ LCD ไม่สามารถพลิกได้นั่นเอง

ถัดมา Sony A7 III เลือกใช้หน้าจอแบบ Tilt ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 922,000 dot รองรับระบบ Touchscreen เฉกเช่นเดียวกันกับ Nikon Z6 II นั่นเอง แต่จะมีความละเอียดที่น้อยกว่าเกือบ 2 เท่าด้วยกันนะครับ

ส่วน Canon EOS R6 ดูเหมือนจะมีภาษีดีที่สุดในกลุ่มนี้ครับ มาพร้อมจอ LCD ขนาด 3.0″ ความละเอียด 1,620,000 Dot โดยตัวจอมีดีไซน์ในลักษณะ Vari-Angle หรือ ทีเรารู้จักกันในชื่อ จอพับ จอหมุน นั่นเองครับ ซึ่งข้อดีของจอ Vari-Angle นั้น ตอบโจทย์การถ่ายภาพนิ่งในลักษณะเซลฟี่ได้อย่างสะดวกสบายทีเดียว หรือ การถ่าย Video ก็ตอบโจทย์ทั้งการถ่าย VLOG หรือ การถ่าย Video แบบ 1 man operate ได้อย่างสบายๆเลยครับ

จอ Vari-Angle ใน Canon EOS R6 มีความยืดหยุ่นที่สุดในกลุ่มนี้

4. Sensor ขนาด Fullframe พร้อม Performance ระดับสูง

Sensor รับภาพ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการเก็บรวบรวม Data เพื่อนำมาประมวลผลผ่าน CPU เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลภาพตามที่เรา Setting ทั้งนี้ในปัจจุบัน กล้อง Mirrorless ในตลาดก็มีให้เลือกใช้งานหลากหลายรูปแบบ ทั้ง Micro Fourthirds , APS-C รวมไปถึง Fullframe ด้วยเช่นกัน

Nikon Z6 II แม้จะเป็นกล้อง Mirrorless Fullframe Z-Mount ใน Generation ที่ 2 ต่อจาก Nikon Z6 มาพร้อมกับ Sensor ขนาด Fullframe ที่มีความละเอียด 24 Megapixels เท่ากับ Gen 1 เลยนั่นเองครับ ซึ่งต้องยอมรับว่า ที่ความละเอียด 24 mp นั้น

ทางด้าน Sony A7III มาพร้อม Sensor ขนาด Fullframe ความละเอียด 24 Megapixels เฉกเช่นเดียวกับ Nikon Z6 II นั่นเอง ทั้งนี้อาจจะแตกต่างกันในแง่ของ Output และ Performance ที่ได้ โดยเฉพาะในส่วนของ Noise และ Dynamic Range ที่แน่นอนว่ามีความแตกต่างกันอย่างแน่นอนครับ

ในขณะที่ Canon EOS R6 นั้น แม้จะเป็นกล้อง Mirrorless Fullframe น้องใหม่เช่นกัน แต่กลับมาพร้อม Sensor ขนาด Fullframe ที่มีความละเอียด 20 Megapixels เท่านั้นครับ ซึ่งถ้านับเฉพาะความละเอียดที่ได้ เจ้า Canon EOS R6 จะน้อยที่สุดในกลุ่มการเปรียบเทียบ Nikon Z6 II นี้ครับ

ทั้งนี้ Nikon Z6 II ดูจะมีภาษีดีที่สุดในกลุ่มการเปรียบเทียบครั้งนี้ เนื่องจากว่ามาพร้อมชิพประมวลถึง 2 ตัวด้วยกัน ( Dual EXPEED 6 Image Processors ) ซึ่งการมีชิพประมวลผลถึง 2 ตัว แน่นอนว่าทำให้มีความรวดเร็ว ว่องไวในการประมวลผล ยิ่งขึ้น ยิ่งใครที่เน้นการถ่ายรัว หรือ ถ่ายต่อเนื่อง น่าจะเห็นในเรื่องนี้เป็นอย่างดีครับ

Nikon Z6 II ได้เปรียบในเรื่องการใช้ชิพประมวลผล 2 ตัวด้วยกัน

5. ระบบกันสั่น 5 แกน เพิ่มความนิ่งให้ภาพนิ่งและวิดิโอ

ถ้าเราพูดถึงเรื่องระบบกันสั่น เรามักจะนึกถึงระบบกันสั่นในเลนส์ ( Len OIS ) กันเป็นหลัก โดยเฉพาะกับเลนส์ Zoom ที่มักจะมีระบบกันสั่นติดให้ด้วยนั่นเอง แต่ทั้งนี้เลนส์ Fix ส่วนมาก หรือ แทบจะทั้งหมด จะไม่ได้มีระบบกันสั่นติดมาให้ด้วยนั่นเองครับ

ข้อดีของระบบกันสั่นไหว จะช่วยลดอาการสั่นไหวได้ตั้งแต่ 3 – 6.5 Stops ขึ้นอยู่กับการออกแบบชุดกันสั่นนั้นด้วยเช่นกัน อีกทั้งถ้าเป็นระบบกันสั่นในบอดี้ จะช่วยให้เลนส์ที่นำมาใช้งานบนกล้องนั้น ได้รับอานิสงค์เรื่องระบบกันสั่นไปด้วยเช่นกันครับ

Nikon Z6 II มีการติดตั้งระบบกันสั่น 5 แกน มาให้ใช้งานด้วยเช่นกันครับ โดยเคลมการสั่นไหวสูงสุดถึง 5.5 Stops ด้วยกัน ทั้งนี้หากผู้ใช้มีการนำ Adapter F to Z เพื่อนำเลนส์ F-Mount ที่มีระบบกันสั่นมาใช้งานบน Nikon Z6 II ด้วยแล้ว การทำงานของระบบกันสั่น 5 แกนในกล้อง จะลดลงเหลือเพียง 3 Stops เท่านั้นครับ

สำหรับระบบกันสั่น 5 แกน หรือ 5 Axis ใน Sony A7 III จะสามารถลดอาการสั่นไหว ได้ตั้งแต่ 5 stops ไปจนถึง 7.5 stops เลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับว่าใช้งานร่วมกับเลนส์รุ่นไหนด้วยเช่นกันครับ

ส่วน Canon EOS R6 ถือเป็นกล้อง Mirrorless Fullframe รุ่นแรกจากค่าย Canon ที่มีการติดตั้งระบบกันสั่น 5 แกน มาให้ใช้งานด้วยเช่นกัน โดยสามารถเคลมการสั่นไหวสูงสุด 5 – 6.5 Stops ในกรณีที่ใช้งานร่วมกับเลนส์ที่ไม่มีระบบกันสั่นในเลนส์ และ 7.5 Stops เมื่อใช้งานร่วมกับเลนส์ที่มีระบบกันสั่นภายในเลนส์ด้วยนั่นเอง

ระบบกันสั่น ยกให้กับเจ้า Canon EOS R6 นะ

6. Hybrid AF ที่มีความรวดเร็ว แม่นยำ Focus ได้ฉับไว

หากพูดถึงระบบ Focus ที่รวดเร็ว ฉับไว และติดตามได้อย่างแม่นยำสูง หลายท่านน่าจะนึกถึง Hybrid AF ที่ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกัน ระหว่าง PDAF และ CDAF เข้าด้วยกัน จึงเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของระบบโฟกัสได้ดีตามไปด้วยนั่นเองครับ

Nikon Z6 II เลือกใช้ระบบ Focus แบบ Hybrid AF เช่นกันครับ โดยมีจำนวนจุดโฟกัสอยู่ที่ 273 จุด กระจายอยู่รอบๆ Sensor ด้วยกันครับ อีกทั้งยังรองรับฟีเจอร์สุดฮิตอย่าง Face Detection และ Eye AF ด้วยเช่นกัน ซึ่งใน Eye AF นั้น สามารถเลือกได้ว่าจะ Focus แบบ Human หรือ Animal ซึ่งรองรับทั้งภาพนิ่งและวิดิโอ ด้วยเช่นกันครับ

ระบบ Hybrid AF ใน Sony A7III นั้น มีจุดโฟกัสกระจายอยู่รอบ Sensor จำนวน 693 จุดด้วยกัน นอกจากนี้ ยังมี Eye AF ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการถ่าย Portrait ได้อย่างเฉียบขาดมากครับ และ Animal AF ที่เอาใจเหล่าทาสแมว ที่ชื่นชอบการถ่ายแมวได้อย่างลงตัวครับ

ทางด้าน Canon EOS R6 น้องใหม่ที่ฮอตฮิตติดชาร์ต ก็ใช้ระบบ Focus แบบ Dual Pixel AF หรือ Hybrid AF นั่นเองครับ มาพร้อมจุดโฟกัส 1,053 จุด กระจายอยู่รอบๆ Sensor ซึ่งมั่นใจว่าจะครอบคลุมการใช้งานอย่างแน่นอนครับ อีกทั้งยังรองรับ Eye AF ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการถ่าย Portrait ได้อย่างเฉียบขาดมากครับ และ Animal AF ที่เอาใจเหล่าทาสแมว ที่ชื่นชอบการถ่ายแมวได้อย่างลงตัวครับ

เรื่อง Focus Tracking ค่าย Sony มีภาษีดีที่สุด ทางด้าน Canon มีจุดโฟกัสมากที่สุด

7. ฟีเจอร์ Video ตอบโจทย์ระดับเริ่มต้น ถึง ระดับมืออาชีพ

ในปัจจุบัน กล้องแทบทุกรุ่นไม่ว่าจะเป็น กล้อง DSLR หรือ กล้อง Mirrorless นอกเหนือจากฟีเจอร์ด้านภาพนิ่งแล้ว ฟีเจอร์งานวิดิโอก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะช่างภาพสาย Social หรือ สาย VLOG ต่างก็มองหา กล้อง ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัวด้วยเช่นกัน

Nikon Z6 II แม้ว่าภาพเดิมๆของ Nikon จะเน้นหนักไปทางภาพนิ่งก็ตามที แต่ในยุคกล้อง Mirrorless เช่นนี้ ฟีเจอร์ Video ก็มีติดมาให้ใช้ได้ดีทีเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็น Video 4K 60p ( รอการ Update Firmware ในอนาคต ) , Video 4K 30p รวมไปถึง Video FHD ที่รองรับ 120p ที่อำนวยความสะดวกสำหรับสาย Process เพื่อนำไปทำ Slowmotion ต่อไป อีกทั้งข้อดีของ Video ใน Nikon Z6 II จะถูกบันทึกแบบ Full Readout Sampling ทำให่ได้คุณภาพแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยกันอย่างแน่นอน

ทางด้าน Sony A7 III นั้น รองรับการถ่าย Video ทั้ง Video 4K 30p และ Video FHD 60 ด้วยกัน ส่วนหากต้องการ Video Slowmotion ก็รองรับที่ความละเอียด FHD 120p ครับ แต่ทั้งนี้ Video ของ Sony A7 III จะมีอัตรา bitrate อยู่ที่ 50 – 100 mbps เท่านั้นนะ

ส่วน Canon EOS R6 ด้วยความเป็น Canon ทำให้ฟีเจอร์ Video ที่บรรจุมาให้ใช้งานนั้น ค่อนข้างที่จะครบครันและโดดเด่นกว่าเพื่อนๆในกลุ่มเปรียบเทียบนี้ โดย Canon EOS R6 รองรับงาน Video 4K ที่ 60p จากในกล้องได้ทันที ซึ่งเลือกได้ทั้ง 4:2:2 10-Bit และ 4:2:0 8-Bit ตามแต่รูปแบบงานที่เราต้องการนำไปใช้ด้วยนะ

งาน Video ระดับ FullHD เจ้า Canon EOS R6 ก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน รองรับ Video FullHD 60p และ Video Slowmotion 120p ด้วยเช่นกันครับ

ทั้งนี้ กล้อง Mirrorless 3 รุ่นที่นำมาเปรียบเทียบ ก็มี LOG ให้ใช้งานด้วยเช่นกัน ซึ่งเหมาะสำหรับเพื่อนๆที่ซีเรียสเรื่องไฟล์ และ/หรือ นำไฟล์ Video ที่ได้ไป Process ต่อภายหลัง

Canon EOS R6 ถือว่ามีความหลากหลายใน Format Video ยืดหยุ่นในสถานการณ์ต่างๆ

8. Weather Seal เพิ่มความมั่นใจในระหว่างการใช้งาน

ในการเปรียบเทียบ Nikon Z6 II vs Sony A7 III vs Canon EOS R6 นั้น แม้จะเป็นกลุ่มกล้อง Mirrorless ที่อยู่ในระดับ Semi-Pro แต่ก็มี Feature อย่าง Weather Seal ติดตั้งมาให้ใช้งานด้วยเช่นกันครับ

สำหรับ Weather Seal นั้น จะเป็นการใช้ซีลยางอุดตามรอยประกบ หรือ รอยต่อต่างๆของตัวกล้อง เพื่อป้องกันละอองน้ำ ละอองฝุ่น ที่พร้อมจะมาแตะต้องตัว Body ในสภาวะอากาศที่ย่ำแย่ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ Weather Seal ก็มีขีดจำกัดเช่นกันนะ คือ ทนทานได้ในระดับนึง แต่บางสถานการณ์ก็ไม่อาจรับมือได้ อาทิเช่น น้ำสาด ที่มีปริมาณมาก หรือ การดำน้ำ เป็นต้น

ย้ำอีกครั้ง Weather Seal ไม่ใช่ Water Proof นะ อย่าเอาลงน้ำเชียวหละ

9. ช่องใส่การ์ด แบบ Dual Slot

ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น กล้อง DSLR หรือ กล้อง Mirrorless ต่างก็ต้องมีความ Hybrid ในการใช้งานทั้งภาพนิ่งและวิดิโอ ในระดับหนึ่งเลยครับ โดยเฉพาะช่องใส่การ์ด แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตามทีครับ

ใน Nikon Z6 II นั้น มีการปรับปรุงเรื่องช่องใส่การ์ดมาเป็นแบบ Dual Slot รองรับทั้ง XQD และ SD Card เป็นที่เรียบร้อย จากเดิมใน Nikon Z6 ที่มีช่องใส่การ์ดเพียง 1 ช่อง รองรับเฉพาะ XQD เท่านั้น

ทางด้าน Sony A7 III ก็รองรับช่องใส่การ์ดมาเป็นแบบ Dual Slot เช่นกัน โดยจะรองรับ SD Card ทั้ง 2 ช่อง โดย 1 ช่อง จะรับ SD card แบบ UHS-II ด้วยนั่นเอง

ส่วน Canon EOS R6 ก็รองรับช่องใส่การ์ดมาเป็นแบบ Dual Slot ที่ซึ่งรองรับ SD Card ทั้ง 2 Slots เฉกเช่นเดียวกันกับ Sony A7 III เลยนั่นเองครับ

ในแง่ของความยืดหยุ่น Sony A7 III และ EOS R6 จะยืดหยุ่นกว่า เพราะ ใช้ SD Card

10. แบตเตอรี่จุใจ รองรับการทำงานระยะยาวได้อย่างสบาย

แบตเตอรี่ ถือเป็นอีก 1 เรื่อง ที่ผู้ใช้งานกล้อง Mirrorless ต้องถามถึงแทบจะทุกรุ่นเลยครับ เนื่องจากตัวกล้อง Mirrorless นั้น มีขนาดที่เล็กกว่า DSLR อยู่พอสมสควร อีกทั้งตัว Senosr มีการทำงานอยู่ตลอดเวลาทุกครั้งที่เปิดเครื่องอยู่ ทำให้จะมีการใช้ปริมาณแบตเตอรี่ที่ค่อนข้างสูงกว่า DSLR นั่นเอง

สำหรับ Nikon Z6 II นั้น มีการเปลี่ยนแบตเตอรี่รุ่นใหม่ มาเป็นรุ่น EN-EL15c ที่มีประจุอยู่ที่ 2,280 mAh พร้อมรองรับการชาร์จไฟตรงผ่าน USB ได้ด้วยเช่นกัน เมื่อชาร์จไฟเต็มสามารถถ่ายต่อเนื่องได้สูงสุด 470 ช๊อต +/- ด้วยกันครับ

Sony A7 III ได้มีการปรับเปลี่ยนแบตเตอรี่มาใช้แบตเตอรี่รุ่นใหม่อย่าง Battery NP-FZ100 หรือ ที่เรารู้จักันในชื่อ แบต Z นั่นเอง โดยมีผลเทสว่าเจ้า Sony A7III สามารถถ่ายต่อเนื่องได้สูงสุดที่ 710 ช๊อต +/- ด้วยกันครับ ต่อประจุแบตที่ชาร์จเต็มครับ  ซึ่งถือว่าลบจุดอ่อนของกล้อง Mirrorless ได้เป็นอย่างดีเลยครับ

ทางด้าน Canon EOS R6 ก็เปลี่ยแบตเตอรี่เป็นรุ่นใหม่เช่นกันครับ โดยจะใช้แบตเตอรี่รุ่น LP-E6NH มีประจุอยู่ที่ 2,130 mAh สามารถถ่ายต่อเนื่องได้สูงสุดที่ 400 ช๊อต +/- ด้วยกัน

แบตเตอรี่ NP-FZ100 ของ Sony มีการจัดการที่ดีที่สุดครับ

📍ลูกค้าที่สนใจสั่งซื้อสินค้า สามารถติดต่อสั่งซื้อได้ผ่านช่องทางออนไลน์ของทางร้านได้ตลอด 24 ชม. หรือ โทรเข้ามาโดยตรงผ่านโทรศัพท์

2021.02 3.3 WebSite 1080x1080 1

แอดไลน์ ID:@ZoomCamera หรือ หน้าเว็บไซด์ ZoomCamera
086-349-7224 / 02-635-2330 ต่อ 0 (หยุดวันอาทิตย์)

ZoomCamera How to shop Infographic
Banner Contact 2020 Part1 Generic
Banner Contact 2020 Part2 Cleaning Service
Banner Contact 2020 Part3 Contact Us

Leave a Reply

ZoomCamera
0
    0
    Your Cart
    Your cart is emptyReturn to Shop
      Calculate Shipping
      Apply Coupon