เปรียบเทียบ Sony A7III VS Sony A7II มีอะไรใหม่ ดีกว่ากันยังไง Leave a comment

 เปรียบเทียบ Sony A7III VS Sony A7II มีอะไรใหม่ ดีกว่ากันยังไง

กราบสวัสดีเพื่อนๆที่ติดตามเพจของ Zoomcamera ทุกท่านครับ เชื่อว่าวันนี้ ( 27/2/2018 ) เพื่อนๆที่อยู่ในวงการกล้องน่าจะมีการกด refresh เพจที่เกี่ยวกับข่าวสารกล้องอยู่ทั้งวันก็เป็นได้ครับ เพราะในวันนี้ได้มีค่ายกล้องหลายๆค่ายได้เปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ , เลนส์รุ่นใหม่ และ/หรือ อุปกรณ์เสริมรุ่นใหม่ ซึ่ง 1 ในนั้นที่เป็นกระแส Talk of the town คงจะหนีไม่พ้นเจ้า Sony A7III กล้อง Mirrorless Fullframe รุ่นล่าาสุดจากค่าย Sony ที่ชาวอารยธรรมต่างรอคอยกันมานานแสนนาน ซึ่งในปัจจุบันเจ้า Sony A7II ยังคงทำตลาดอยู่ครับ แต่ด้วยการมาของ Sony A7III แน่นอนว่า ย่อมต้องมีคำถามเกิดขึ้นแน่นอนว่า เจ้า Sony A7III นั้นแตกต่างจาก Sony A7II มากน้อยเพียงใด คุ้มมั้ยที่จะอัพเกรด ซึ่งในวันนี้ทีมงาน Zoomcamera จะมาเปรียบเทียบทั้ง 2 รุ่นให้ได้ชมกันครับ

*** เปรียบเทียบ Sony A7III VS Sony A7II ***

Design Generation ใหม่

 เปรียบเทียบ Sony A7III VS Sony A7II มีอะไรใหม่ ดีกว่ากันยังไง

หากมองอย่างผิวเผิน รูปร่างภายนอกของ Sony A7III และ Sony A7II อาจจะดูคล้ายๆคลึงกัน แต่สิ่งที่เจ้า Sony A7III แตกต่างนั้น คือ ตัว Body นั้นมีการ Design เหมือนกับกล้องรุ่นพี่อย่าง Sony A7RII , Sony A7RIII และ Sony A9 ครับ แน่นอนว่ามีความกระชับมือมากยิ่งขึ้น ทั้งกริปจับ และ ตำแหน่งปุ่มต่างๆ ที่มีการปรับ Layout ใหม่ เพื่อตอบสนองการใช้งานให้ดียิ่งขึ้นครับ รวมถึงสามารถใช้งานกับ Battery Grip รุ่นใหม่ที่ใช้งานร่วมกับ Sony A7RII , Sony A7RIII และ Sony A9 ได้ครับ ซึ่งเข้า Sony A7II นั้น จำเป็นจะต้องใช้ Battery Grip ตรงรุ่นเท่านั้นครับ

 

Sensor ใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

 เปรียบเทียบ Sony A7III VS Sony A7II มีอะไรใหม่ ดีกว่ากันยังไง

Sony A7III ถือว่าเป็น Generation ใหม่ของ A7 Series ที่ตามรอยรุ่นพี่ๆอย่าง Sony A7RIII และ Sony A9 นั่นเองครับ ซึ่งเจ้า Sony A7III แม้จะเปิดตัวช้ากว่าเจ้า Sony A7RIII ก็ตาม แต่ไม่ทำให้ชาวอารยธรรมต้องผิดหวัง เพราะเจ้า Sony A7III นั้นมาพร้อม Sensor ขนาด Fullframe ความละเอียด 24 Megapixels เฉกเช่นเดียวกับ Sony A7II แต่สิ่งที่แตกต่างกัน คือ เจ้า Sony A7III ได้เปลี่ยนมาใช้ Sensor แบบใหม่อย่าง Exmor R BSI CMOS Sensor ที่เป็น Sensor แบบเดียวกับ Sony A7RII นั่นเองครับ ดังนั้นด้าน Output และ Performance ที่ได้นั้น หายห่วงแน่นอนครับ ถือว่าเป็นจุดแรกที่ Sony A7III ดูมีภาษีกว่าเจ้า Sony A7II ครับ

 

จอ Tilting เหมือนกัน เสริมด้วย Touchscreen

 เปรียบเทียบ Sony A7III VS Sony A7II มีอะไรใหม่ ดีกว่ากันยังไง

อีกสิ่งหนึ่งที่เจ้า Sony A7III มีความแตกต่างจาก Sony A7II คือ หน้าจอ LCD ที่ทั้งคือเลือกใช้หน้าจอแบบ Tilting ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 922,000 เหมือนกัน แต่สิ่งที่มีเพิ่มเติมใน Sony A7III คือ เพิ่มความสามารถในการ Touchscreen เข้ามาครับ ซึ่งเจ้า Touchscreen นี้ สามารถช่วยให้เราเลื่อนจุดโฟกัสได้อย่างรวดเร็ว ว่องไว โดยเฉพาะเวลาถ่าย Video ด้วยแล้ว การจิ้มเลือกจุดโฟกัสได้ทันทีนั้น ยิ่งทำให้การทำงานมีความไหลลื่นมากยิ่งขึ้นครับ

ระบบ Auto Focus ระดับ Flagship

 เปรียบเทียบ Sony A7III VS Sony A7II มีอะไรใหม่ ดีกว่ากันยังไง

แม้ว่าก่อนที่เจ้า Sony A7III จะเปิดตัวนั้น ชาวอารยธรรมต่างเป็นกังวลว่า เจ้า Sony A7III จะใช้ระบบ Auto Focus แบบใด เพราะเดิมทีระบบ Focus ใน Sony A7II จะแบ่งเป็น Phase Detection 117 จุด และ Contrast Detection 25 จุด ซึ่งในอดีตถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน Generation แน่นอนว่าการพัฒนาไม่มีวันหยุดเช่นกัน โดยการมาของ Sony A7III นั้น ได้มีการปรับปรุงระบบ Auto Focus ชนิดที่ว่าทิ้งห่างเจ้า Sony A7II กันเลยทีเดียวครับ ซึ่ง Sony A7III นั้น ใช้ระบบ Focus แบบ Phase Detection 693 จุด และ Contrast Detection 425 จุด ซึ่งถือเป็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดดกันเลยทีเดียวครับ เพราะ จำนวนจุดโฟกัสของ Sony A7III นั้น มีจำนวนที่มากกว่าทั้ง Sony A7II , Sony A7RIII และ Sony A9 ครับ ถือว่าเป็นกล้องรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองอีก 1 รุ่นเลยครับ

 

Joystick กับการควบคุมที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

 เปรียบเทียบ Sony A7III VS Sony A7II มีอะไรใหม่ ดีกว่ากันยังไง

เดิมทีใน Sony A7II จะใช้การควบคุมกล้องหลัก ผ่านทาง Jog Wheel ที่เป็นแป้นควบคุม 4 ทิศทางนั่นเองครับ ซึ่งเป็นการควบคุมหลักในกล้องหลายๆรุ่นของ Sony จนกระทั่งการมาของ Sony A9 ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่มีการปรับเปลี่ยนการควบคุม โดยเพิ่ม Joystick เข้ามาเป็นการควบคุมหลักเป็นครั้งแรกครับ และถูกนำมาใช้อีกครั้งใน Sony A7RIII รวมไปถึงเจ้า Sony A7III ที่ได้รับอาณิสงค์นี้ไปด้วยเช่นกันครับ เท่ากับว่า ใน Sony A7III จะใช้ Joystick ในการย้ายจุด Focus ไปโดยปริยายครับ และให้แป้นควบคุม 4 ทิศทาง ตั้งเป็น FN อื่นๆอย่างอิสระครับ

 

E-Shutter เงียบสั่งได้

 เปรียบเทียบ Sony A7III VS Sony A7II มีอะไรใหม่ ดีกว่ากันยังไง

โดยปกติในกล้อง Mirrorless หลายๆค่ายในปัจจุบัน ต่างมีฟังก์ชั่น E-Shutter หรือ Electronic Shutter นั่นเองครับ ซึ่งเจ้า Sony A7III นั้นก็มี Feature Electronic Shutter นี้เช่นกันครับ ซึ่งจะเป็นชัตเตอร์ไฟฟ้า ที่มาพร้อมความสามารถที่ลั่นชัตเตอร์แล้วไร้เสียงที่จะสร้างความกังวลให้กับรอบข้างได้เป็นอย่างดีนั่นเองครับ นอกจากนี้เจ้า E-Shutter ยังช่วยถนอมการใช้งานให้กับชุดชัตเตอร์กลไกได้เป็นอย่างดี รวมถึงไม่นับ Shutter Count แต่อย่างใดครับ

 

รองรับ Video 4K และ FHD Slowmotion

 เปรียบเทียบ Sony A7III VS Sony A7II มีอะไรใหม่ ดีกว่ากันยังไง

นอกจากเจ้า Sony A7III จะมีจุดเด่นในเรื่องของภาพนิ่งแล้ว ยังมีความสามารถในด้านวิดิโอด้วยเช่นกันครับ ซึ่งเดิมทีเจ้า Sony A7II นั้นสามารถถ่าย Video ได้ที่ความละเอียดสูงสุดที่ FHD 60fps เท่านั้น แต่ใน Sony A7III นั้น นอกจากจะรองรับการถ่าย Video FHD ที่ 60fps แล้ว ยังถ่ายที่ 120fps ได้เช่นกัน นอกจานี้ เจ้า Sony A7III ยังรองรับการถ่าย Video 4K ได้ที่ 30fps พร้อมกับ S-Log3 Gammas เรียกได้ว่าครบเครื่องทั้งภาพนิ่งและวิดิโอเลยทีเดียวครับ

 

Application ฟังก์ชั่นเสริมที่หายไป

 เปรียบเทียบ Sony A7III VS Sony A7II มีอะไรใหม่ ดีกว่ากันยังไง

แม้เจ้า Sony A7III จะเป็นกล้อง Mirrorless Fullframe รุ่นใหม่ ที่มี Spec และ Feature ต่างๆ ที่ดูแล้วจะมีภาษีเหนือกว่าเจ้า Sony A7II แทบทุกประการเลยก็ว่าได้ครับ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เจ้า Sony A7III ถูกตัดออกไป คือ Application เสริมที่สามารถเพิ่มความสามารถต่างๆลงในตัวกล้องได้อย่างมากมาย อาทิเช่น Application Smooth Reflex, Sky HDR, Digital Filter, Timelapse เป็นต้น ซึ่งหากเพื่อนๆที่สนใจเจ้า Sony A7III ละก็ อาจจะต้องชั่งใจซักเลกน้อยนะครับ ซึ่งถ้าซีเรียสเรื่อง Application อาจจะต้องมองไปที่ Sony A7II แทน แต่ถ้าไม่ Worry กับเรื่อง Application ละก็ เลือกไปที่ Sony A7III ได้เลยครับ

 

รองรับ Dual Slots เป็นที่เรียบร้อย

 เปรียบเทียบ Sony A7III VS Sony A7II มีอะไรใหม่ ดีกว่ากันยังไง

โดยปกติแล้ว Feature ดังกล่าว มักจะปรากฏอยู่ในกล้องระดับ Flagship ทั้งของฝากฝั่ง DSLR และ Mirrorless ซึ่งก่อนหน้านี้ Sony เคยมีการใช้ Dual Slots กับ Body ระดับ Flagship อย่าง Sony A9 และ Sony A7RIII นั่นเองครับ ซึ่งการมาของ Sony A7III นั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย เพราะเจ้า Sony A7III นั้น ถูกวางในตำแหน่งกล้อง Mirrorless Fullframe ในระดับ mid-level นั่นเองครับ แต่ก็เป็นการส่งสัญญาณไปในตัวว่า อนาคตกล้อง Mirrorless จาก Sony จะรองรับ Dual Slots เพิ่มมากขึ้นนั่นเองครับ

 

แบตใหม่ อึด ถึก ทน

หากจะพูดถึง Sony เชื่อว่าเพื่อนๆหลายท่าน คงจะนึกถึงเรื่องแบตเตอรี่ตัวกล้อง ที่บางครั้งให้ประจุมาน้อยนิดไม่เพียงพอต่อการใช้งานใน 1 วัน ยิ่งกับผู้ที่ใช้งานจริงจังหรือผู้ที่รับงานเป็นอาชีพ อาจจะต้องมีแบตเตอรี่สำรองมากถึง 3 – 6 ก้อน ต่อการออกงาน 1 ครั้งก็ว่าได้ครับ ซึ่งการพกพาแบตเตอรี่ครั้งละมากๆ ก็ต้องพกที่ชาร์จเพิ่มเติมไปด้วยเช่นกันครับ แต่ใน Sony A7III จะเปลี่ยนภาพลักษณ์เดิมๆนั้นออกไปให้หมด เพราะ ใน Sony A7III นั้นได้มีการปรับเปลี่ยนแบตเตอรี่มาใช้แบตเตอรี่แบบเดียวกันกับ Sony A7RIII และ Sony A9 ( คาดว่าจะเป็น Z Battery NP-FZ100 ) โดยมีผลเทสว่าเจ้า Sony A7III สามารถถ่ายต่อเนื่องได้สูงสุดที่ 710 เฟรม ต่อประจุแบตที่ชาร์จเต็มครับ  ซึ่งถือว่าลบจุดอ่อนไปได้อย่างไร้ข้อกังขาครับ

ราคาเปิดตัว ( ณ 27/2/2018 )

 เปรียบเทียบ Sony A7III VS Sony A7II มีอะไรใหม่ ดีกว่ากันยังไง

เป็นเรื่องแรกๆที่เชื่อว่าชาวอารยธรรมต่างมุ่งให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสเปคและฟีเจอร์ต่างๆนั่นเองครับ โดยย้อนกลับไปราคาของเจ้า Sony A7II กันก่อนครับ โดย ณ ตอนนี้ราคาปรับลงมาจากอายุในตลาดลงมาที่ 1,099$ หรือประมาณ 48,990 บ. นั่นเองครับ มองย้อนกลับมาที่น้องใหม่ที่เปิดตัวไปล่าสุดอย่าง Sony A7III สำหรับราคาเปิดตัวเฉพาะ Body นั้นอยู่ที่ 1,999$ หรือประมาณการเป็นค่าบาทอยู่ที่ 6x,xxx บ. ( รอราคาทางการอีกครั้ง ) ซึ่งถือว่ามีราคาที่ค่อนข้างสูงกว่าเจ้า Sony A7II อยู่บ้างครับ รวมไปถึงราคาดังกล่าวเกือบเทียบเท่ากับ Sony A7RII ด้วยครับ ซึ่งเพื่อนๆที่ลังเลระหว่าง 3 รุ่นนี้อาจจะต้องชั่งใจว่า ตัวเองเน้นการใช้งานด้านไหนเป็นหลัก หากงบมีจำกัด ก็อาจจะเลือกไปที่ Sony A7II , ถ้าต้องการคุณภาพไฟล์ที่สูง จำนวน Pixels มหาศาล เน้นการ Process ก็อาจเลือกไปที่ Sony A7RIII ,  แต่สำหรับเพือนๆที่ต้องการความสดใหม่ละก็ ตัวเลือกคงหนีไม่พ้นเจ้า Sony A7III ครับ

สำหรับเพื่อนๆชาวอารยธรรมที่สนใจเจ้า Sony A7III อยุ่ละก็ อดใจรอกันซักนิด รอราคาอย่างทางการจาก Sony Thai และ แน่นอนว่าทาง Zoomcamera มีรับ Pre-Booking แน่นอนครับ สามารถติดตามอัพเดทข่าวสารผ่านทางหน้า Facebook Zoomcamera ครับ

 

*** สอบถามเพิ่มเติม ***

inbox : http://www.facebook.com/messages/zoomcamera

02-635-2330 ต่อ 0 / 083-067-7677 (หยุดวันอาทิตย์)

สาขาสีลม 02-635-2330-1 / 080-271-2772

สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วาน 02-951-8597 / 085-937-0123

สาขาเมกาบางนา 02-105-1926 / 086-554-1919

สาขาเดอะมอลล์บางแค 02-454-9598 / 084-033-0498

สาขาฟอร์จูนทาวน์ 02-642-1291 / 083-068-2775

 สาขา Central Festival เชียงใหม่ 052-068-787 / 096-878-4896

สาขา Central Westgate 02-060-4362 / 097-063-4328

สาขา Central  Festival หาดใหญ่ 095-702-7585

 

บทความนี้เขียนเมื่อวันที่ 28/02/2018

Leave a Reply