เปรียบเทียบ : Sony A7R IV vs Sony A7R III Leave a comment

เปรียบเทียบ : Sony A7R IV vs Sony A7R III

กราบสวัสดีเพื่อนๆที่ติดตาม Content ของ Zoomcamera ผ่านทางช่องทาง Facebook และ Youtube ด้วยนะครับ ถ้าจะพูดถึงกล้อง Mirrorless ระดับ High-End ณ ชั่วโมงนี้ คงหนีไม่พ้นเจ้า Sony A7R IV กล้อง Mirrorless Fullframe ที่มาพร้อมความละเอียดมากถึง 61 Megapixels ที่เรียกได้ว่าละเอียดที่สุดในกลุ่ม Mirrorless Fullframe ด้วยกันแล้วก็ว่าได้ครับ และแน่นอนการมาของ Sony A7R IV ซึ่งเป็นรุ่นใหม่กว่าเจ้า Sony A7R III ที่ปัจจุบันยังคงทำตลาดอยู่นั้น มีความแตกต่างกันอยู่มากน้อยเพียงใด ใน Content นี้ ทีมงาน Zoomcamera ก็ได้ทำการรวบรวมมาให้เป็นที่เรียบร้อยครับ

Sony A7R IV

Sony A7R IV กล้อง Mirrorless Fullframe ระดับ High-End รุ่นล่าสุดจากค่าย Sony ที่ได้มีการเปิดตัวไปเมื่อ 16/7/2019 นั่นเอง นอกเหนือจากการเซอไพรส์ที่ก่อนหน้านี้คาดการว่าจะเป็น Sony A7000 หรือ กล้อง High-End รุ่นใหม่นั้น การมาของ Sony A7R IV ถือว่ามาเติมเต็มใน Lineup ของ R Series แม้ว่า Life Cycle ของ Sony A7R III อาจจะยังไม่มากก็ตามที ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าครับ ว่าเจ้า Sony A7R IV มี Feature อะไรใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาบ้าง

Introduction : Sony A7R IV

  • Sony A7RIV ยังคงเป็นกล้อง Mirrorless Fullframe E-Mount เช่นเดิม
  • มาพร้อม Sensor แบบ BSI ขนาด Fullframe ความละเอียด 61 Megapixels ( Sony A7R III ยังคงใช้ 42 Megapixels )
  • มาพร้อม Feature Pixel Shift ที่จะช่วยเพิ่มความละเอียดของภาพ จาก 61 Megapixels เป็น 240 Megapixels
  • เคลม Dynamic Range สูงสุดถึง 15 Stops
  • ติดตั้งระบบกันสั่นไหว 5 แกน ( 5 Axis ) เคลมกันสั่นสูงสุดที่ 5 Stops
  • ระบบ Focus แบบ Hybrid ( PDAF + CDAF ) พร้อมจุด Focus 567 จุด กระจายทั่ว Sensors
  • หากเปิด Mode APS-C Crop ความละเอียดจะเหลือที่ 26 Megapixels พร้อมจุด Focus 325 จุด
  • รองรับการถ่ายภาพต่อเนื่อง สูงสุด 10fps
  • รองรับการถ่าย Video 4K พร้อมรองรับ Touch Tracking , Realtime Tracking พร้อม Dynamic Range 14 Stop
  • รองรับการถ่าย Video FHD พร้อมรองรับ การถ่าย Slow Motion
  • รองรับ Eye AF ใน Mode ภาพนิ่ง และ Video
  • รองรับ Animal Eye AF
  • จอแสดงผลขนาด 3″ พร้อมระบบ Touchscreen
  • ช่องมองภาพแบบ EVF พร้อมความละเอียดสุงสุดที่ 5.76 m
  • Joystick สำหรับการควบคุม โดยเฉพาะการเคลื่อนจุด Focus
  • ปรับปรัง Weather Seal ให้ดียิ่งขึ้น
  • รองรับ SD Card แบบ UHS-II ทั้ง 2 Slots
  • ใช้งานแบตเตอรี่ NP-FZ100 เช่นเดียวกันกับ Sony A7R III
  • วางจำหน่ายช่วง กันยายน 2019
  • ราคาวางจำหน่าย 114,990 บ.-

เปรียบเทียบ : Sony A7R IV vs Sony A7R III

การออกแบบ / การควบคุม

สำหรับสาวกชาวอารยธรรม น่าจะคุ้นเคยกับ Body กล้อง Mirrorless ไม่ว่าจะตระกูล Nex , Alpha ที่ปกติแล้ว มักจะมีความใกล้เคียงกันมาก จนบางครั้งคิดว่าเป็นกล้องรุ่นเดียวกันซะอีก ซึ่งในส่วนของ Sony A7R IV และ Sony A7R III นั้น หากเพียงผิวเผิน หลายๆท่านอาจจะคิดว่ายก Body เดิมเปลี่ยนเพียง Sensor แต่ในความเป็นจริงแล้ว เจ้า Sony A7R IV มีการปรับเปลี่ยน Body อยู่ในหลายจุดเช่นกัน อาทิเช่น Grip ที่ยื่นมากขึ้นเพื่อความกระชับเวลาใช้งาน , Joystick ที่ให้ Feeling ดีขึ้น น่าใช้ยิ่งขึ้น หรือ ในส่วนของ Weather Seal ที่คราวนี้ทาง Sony ได้ยกเครื่องปรับปรุงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะบริเวณช่องใส่ Battery ที่เคยเป็นจุดอ่อนใน Sony A7R III มาก่อนหน้านี้ด้วยนั่นเอง

Sensor ความละเอียด

เรื่องนี้แทบจะข้ามไปไม่ได้เลยครับ เพราะ ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน เริ่มจากรุ่นน้องอย่าง Sony A7R IV ที่มาพร้อม Sensor BSI ความละเอียดมากถึง 61 Megepixels ซึ่ง ณ วันที่เปิดตัวจัดได้ว่า Sony A7R IV มีความละเอียดสูงที่สุดในกลุ่มกล้อง Mirrorless Fullframe ด้วยกันเป็นที่เรียบร้อยครับ พร้อมทั้งมีค่า Dynamic Range สูงถึง 15 Stops ด้วยกัน ในขณะที่รุ่นพี่ Sony A7R III ใช้ Sensor BSI ความละเอียด 42 Megapixels ซึ่งอดีตเป็นกล้อง Mirrorless Fullframe ที่มีความละเอียดสูงที่สุดในตลาดนั่นเองครับ

มาถึงตรงนี้เพื่อนๆอาจจะมองว่า ความละเอียด 61 MP กับ 42 MP อาจจะดูแตกต่างเพียง 19 MP ซึ่งหากเพียงตัวเลขก็จะดูเหมือนไม่มีอะไร ถ้าในทางปฏิบัติแล้ว การถ่ายภาพในเฟรมเดียวกัน แล้วกำหนดจุดที่จะ Crop ให้ภาพมีขนาดเท่ากัน ภาพที่ถูก Crop ด้วยจำนวน Pixel ที่มากกว่า ยังคงรายละเอียดไว้ได้อยู่นั่นเอง ในขณะที่ภาพที่ Crop จากกล้องที่มีความละเอียดน้อยกว่า ก็จะสูญเสียรายละเอียดภายไปด้วยนั่นเองครับ

อีกหนึ่งข้อดีของ Sensor ที่มีความละเอียดสูง ทำให้การใช้งานมีความหลากหลาย ยืดหยุ่นสูง โดยเฉพาะการถ่ายแล้วยังสามารถนำมา Crop ใช้งานภายหลังได้ โดยที่รายละเอียดต่างๆ ยังคงอยู่ครบถ้วน ถึงกระนั้นภายใน Sony A7RIV ยังสามารถเปิด Mode APS-C Crop ได้ ผลคือ ตัวกล้องจะแปลงสภาพจาก Fullframe เหลือ APS-C ลดความละเอียดจาก 61 Megapixels เหลือเพียง 26 Megapixels เท่านั้นครับ แม้ความละเอียดจะถูกลดทอนลงไปเยอะ แต่เมื่อมองไปที่ตัวเลขความละเอียดที่ได้ในขนาด APS-C แล้ว จะเห็นว่ายังสูงเทียบเท่ากับกล้องในกลุ่ม APS-C และ/หรือ Micro Fourthirds ด้วยซ้ำครับ ทั้งนี้เมื่ออยู่ใน Mode APS-C Crop แล้ว จะทำให้เลนส์ที่เราใช้งานบน Sony A7RIV จะถูกคูณด้วย x1.5 อันมาจาก Crop Factor นั่นเองครับ

นอกเหนือจากเรื่องการ Crop ภาพมาใช้งานแล้ว จำนวน Pixel ที่เพิ่มสูงขึ้นของ Sony A7R IV คุณภาพของเลนส์ที่นำมาใช้งานก็มีผลด้วยเช่นกัน เพราะเทคโนโลยีของเลนส์บางรุ่นมีข้อจำกัดในเรื่องกำลังขยายที่จะถ่ายทอดออกมาผ่าน Sensor มาสู่ Output ที่เราได้เห็น ซึ่งทางเลนส์ที่ใช้เทคโนโลยีเก่า อาจจะมีขีดจำกัดในเรื่องแสดงผลนั่นเอง ซึ่ง ณ ปัจจุบัน กลุ่มเลนส์ที่รองรับการแสดงผลบน Sensor ที่มีความละเอียดสูงๆ คงจะหนีไม่พ้น Sigma Art Series และ Sony GM เป็นต้นครับ

ระบบ Focus

หากพูดถึงระบบ Focus แล้ว ต้องบอกว่า Sony แทบจะเป็นอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้ครับ ด้วยระบบ Hybrid Focus ที่ทำงานร่วมกันระหว่าง Contrast Detection และ Phase Detection ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหา Focus รวมถึงความแม่นยำในการตรวจจับได้ดียิ่งขึ้น ประกอบกับการมี Killer Feature อย่าง Eye AF ที่จะทำให้ช่างภาพสายน้า หรือ สาย Portrait นั้น แทบจะไม่ต้องกังวลเลยว่า การถ่าย Portrait แล้วภาพหลุด Focus เป็นอย่างไร

นอกเหนือจาก Eye AF แบบ Tracking แล้ว ความพิเศษของ Eye AF ในกล้อง Mirrorless Sony นั้น ยังสามารถเลือกได้ว่าจะ Detect ตัว Subject ที่เป็น Human หรือ Animal ได้ด้วยนั่นเองครับ ซึ่งในจุดนี้ถือว่าระบบ ai และ ระบบประมวลผลของ Sony ทำการบ้านมาได้เป็นอย่างดี เพราะ นอกเหนือจะตอบโจทย์ช่างภาพสาย Portrait แล้ว ยังตอบโจทย์ช่างภาพสาย Pet , Animal หรือ Wildlife ได้เป็นอย่างดี

งาน Video

แม้ Sony A7R IV และ Sony A7R III จะเป็น Series ที่เน้นเรื่อง Pixels ที่อาจจะหนักในงานภาพนิ่งเป็นส่วนใหญ่ แต่ด้วยยุค Social ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภค ที่เริ่มมีการใช้งาน Video กันมากขึ้น แต่ทั้งนี้ Feature ภายในก็ยังอัดแน่นการถ่าย Video ไว้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการถ่าย Video 4K , Video FHD และ Video Slowmotion ได้จากภายในกล้องได้ทันที แต่สำหรับเจ้า Sony A7R IV นั้นงาน Video เหมือนจะถูกอัพเกรดเพิ่มขึ้นมาด้วย โดยงาน Video รองรับ Dynamic Range มากถึง 14 Stops ซึ่งดูจะตอบโจทย์เพื่อนๆที่ชื่นชอบการนำ Video ไปทำการ Grading ต่อในโปรแกรมเฉพาะทางอย่าง Adobe Premier หรือ Davinci เป็นต้น

จากการมาของ Sony A7R IV ก็มีการพัฒนาในส่วนของ Focus ให้ดียิ่งขึ้นไปอีกครับ โดยทาง Sony ได้เพิ่มขีดความสามารถในส่วนของงาน Video ซึ่งเป็นการนำเอาความสามารถ AF Tracking ผสานเข้ากับ Eye AF ซึ่งจัดว่าเป็นกล้อง Mirrorless Fullframe ของค่าย Sony ที่สามารถใช้งาน Eye AF ในงาน Video ได้นั่นเองครับ ซึ่งในจุดนี้ทำให้เจ้า Sony A7R IV ดูโดดเด่นกว่า Sony A7R III ไปโดยปริยายครับ

สำหรับกล้อง Sony รุ่นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Sony A7R III , Sony A7III หรือ Sony A6400 คงต้องรอดูในอนาคตว่าจะมี Firmware มาอัพเกรดความสามารถดังกล่าวเพิ่มมาหรือไม่นะครับ

ฟีเจอร์เฉพาะทาง

แม้ว่ากลุ่มเป้าหมายหลักของ Sony A7R IV และ Sony A7R III นั้น จะพุ่งไปที่ช่างภาพสาย Landscape , Cityscape , Nightscape ในระดับมืออาชีพ หรือ ต้องผลงานที่มีความละเอียดสูง แต่รู้หรือไม่ว่าภายใน Sony A7R IV นั้น ยังมี Feature ที่ส่งเสริมงานที่กล่าวมาได้อย่างมหาศาลอย่าง Pixel Shift หากจะพูดอย่างง่ายๆ คือ ตัวกล้องจะถ่ายภาพ 16 ครั้ง โดยแต่ละครั้งจะขยับ Sensor ไปด้วย ผลจากการขยับ 16 ครั้งนี้นั่นเอง ทำให้เกิด Output ที่มีความละเอียดมากถึง 240 Megapixels ด้วยกัน แต่ทั้งนี้ไม่ใช่ว่ากดปุ๊บได้ภาพ 240 Megapixels แล้วจะโพสต์ได้เลยนะครับ เราจะต้องนำไฟล์ที่ได้จาก Pixel Shift ไปเปิด หรือ รันบนโปรแกรมเฉพาะทางที่รองรับ ( คาดว่าต้องใช้ Sony Image Edge ) เพื่อทำการ Process ก่อนนำไปใช้งานได้จริงภายหลัง ในขณะที่เจ้า Sony A7R III ก็มี Feature Pixel Shift เช่นเดียวกันครับ หลักการเดียวกัน แต่จะต่างกันในส่วนของ Resorution ที่จะได้ออกมา 169.6 Megapixels เท่านั้นครับ

จะเห็นว่า Feature Pixel Shift ดูจะมีประโยชน์เป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ซีเรียสในด้าน Performance รวมถึง Sony A7RIV ยังเคลมเรื่อง Dynamic Range ไว้สูงสุดถึง 15 Stops ด้วยกัน ทำให้สามารถ Process กันได้อย่างสนุกยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้การที่ตัวไฟล์มีความละเอียดที่สูง ทำให้ไฟล์มีขนาดที่ค่อนข้างจะใหญ่ตามไปด้วย ซึ่งทีมงาน Zoomcamera เคยเช็คไฟล์ RAW ของ Sony A7R III แบบ Uncompress เพียง 1 ไฟล์มีขนาดใหญ่ถึง 1 gb. ด้วยกัน ฉะนั้น ไฟล์ RAW ของ Sony A7RIV เตรียมทำใจได้เลยว่า ทรัพยากรของคอมพิวเตอร์เรา อาจจะมีอาการกระตุกให้ได้เห็นกันแน่นอนครับ

Slot การ์ดหน่วยความจำ

ต้องบอกว่าเป็นเทรนกล้อง Mirrorless ในระดับ Semi-Pro หรือ Pro กันไปแล้ว ที่จะต้องมีช่องสำหรับใส่ SD Card แบบ Dual Slots ติดมาด้วย ทั้งนี้ธรรมเนียมปกติ Slot 1 จะรองรับ SD Card ความเร็วสูงแบบ UHS-II ส่วนใน Slot 2 นั้น ส่วนมากจะรองรับเพียง UHS-I เท่านั้นครับ แต่สำหรับ Sony A7R IV นั้น ได้ทลายกำแพงนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย Slot แบบ Dual ของ Sony A7R IV นั้น รองรับ SD แบบความเร็ว UHS-II ทั้ง 2 ช่องด้วยกัน เท่ากับในระหว่างการออกทริป หรือ ออกกอง คุณแทบจะไม่ต้องพะวงเรื่อง Buffer ในการถ่ายแต่ละช๊อตเลยนั่นเองครับ

ในขณะที่รุ่นพี่ Sony A7R III แม้จะเป็น Slot แบบ Dual แต่จะรองรับ SD Card แบบ UHS-II เพียง Slot 1 เท่านั้นครับ เท่ากับว่า หากเรามี SD Card แบบ UHS-II แล้วใช้งานทั้ง Slot 1 และ Slot 2 นั้น ตัวกล้องจะสามารถรีดประสิทธิภาพของ SD UHS-II ได้เพียง Slot ที่รองรับเท่านั้นนั่นเองครับ

ราคาวางจำหน่าย ( 13/8/2019 )

เรื่องสุดท้ายที่เชื่อว่ามีผลต่อการตัดสินใจของเพื่อนๆ ถ้าจำเป็นต้องเลือกระหว่าง Sony A7R IV กับ Sony A7R III เพียงรุ่นเดียวมาใช้งาน ทั้งนี้หากพิจารณาจากราคาแล้วจะพบว่า Sony A7R IV เปิดราคามาที่ 114,990.-  ส่วน Sony A7R III เปิดราคาที่ 99,990.- ( ยังไม่นับส่วนลด + โปรโมชั่น ) ซึ่งหากดูแค่ราคาเปิดตัว จะเห็นว่าราคาใกล้เคียงกันมาก ในกรณีนี้ทีมงานแนะนำเป็น Sony A7R IV เพราะ ได้ความสดใหม่ อีกทั้ง Feature ที่อาจจะเป็นเทคโนโลยีใน Generation ต่อๆไปด้วยนั่นเอง

กลับกันหากพิจารณาราคาโปรโมชั่น + ส่วนลด ประกอบการตัดสินใจด้วยแล้ว เจ้า Sony A7R III ดูจะมีภาษีที่ดีกว่า เพราะ ราคาค่อนข้างจะต่างในระดับหนึ่ง ( 84,990.- โปรโมชั่น ณ 13/8/2019 ถึง 31/8/2019 ) ซึ่งส่วนต่างของราคานี้ เพื่อนๆสามารถที่จะซื้ออุปกรณ์เสริมอย่างแบตเตอรี่ และ/หรือ เลนส์อื่นๆมาใช้งานเพิ่มเติมตามแต่ละรูปแบบงานที่ต้องการได้เลยครับ

สอบถามเพิ่มเติม

  • inbox : http://www.facebook.com/messages/zoomcamera
  • 02-635-2330 ต่อ 0 / 083-067-7677 (หยุดวันอาทิตย์)
  • สาขาสีลม 02-635-2330-1 / 080-271-2772
  • สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วาน 02-951-8597 / 085-937-0123
  • สาขาเมกาบางนา 02-105-1926 / 086-554-1919
  • สาขาเดอะมอลล์บางแค 02-454-9598 / 084-033-0498
  • สาขาฟอร์จูนทาวน์ 02-642-1291 / 083-068-2775 
  • สาขา Central Festival เชียงใหม่ 052-068-787 / 096-878-4896
  • สาขา Central Westgate 02-060-4362 / 097-063-4328
  • สาขา Central  Festival หาดใหญ่ 095-702-7585
  • สาขา Fasion Island 02-002-3894 / 096-901-7825
  • สาขา Siam Paragon 02-129-4765 / 096-901-7826

Leave a Reply