ไปถ่ายภาพสัตว์ป่ากันเถอะ Leave a comment

ไปถ่ายภาพสัตว์ป่ากันเถอะ

           เห็นจั่วหัวบทความ หลายๆ คนอาจจะส่ายหน้า ไม่มีเวลามากพอบ้างล่ะ สภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวยบ้างล่ะ ไม่มีซูเปอร์เทเลโฟโต้บ้างล่ะ แต่สำหรับทริปนี้ แค่ครึ่งวันกับเลนส์เทเลยาวสุดประมาณ 200-300 มม. ก็พอครับ หรือจะใช้คอมแพค Super Zoom ก็ได้นะครับ ว่าแล้วก็ไปกันเลยครับ เจอกันที่เขาดินนะครับ

           สำหรับมือสมัครเล่นอย่างเราๆ ท่านๆ ก็คงต้องไปซ้อมมือที่สวนสัตว์แบบนี้ล่ะครับ การถ่ายภาพสัตว์ป่าในสวนสัตว์ เป็นการฝึกหัดถ่ายภาพที่สะดวกและง่ายดายมาก เพราะสัตว์ป่าเหล่านั้นเชื่องและไม่ระแวง หรือไม่ตื่นตกใจง่ายๆ เหมือนกับสัตว์ที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติ ซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ รวมทั้งอุปกรณ์ที่เพียงพอจึงจะได้ภาพตามที่ต้องการ นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้ถ่ายภาพสัตว์ที่หายาก หรือพบตัวได้ยากตามธรรมชาติจริงๆ อีกด้วย 

           จะว่าไปแล้ว การถ่ายภาพในสวนสัตว์ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งปัญหาที่เจอคือ สภาพพื้นที่ ที่ไม่เป็นธรรมชาติมากนัก เช่นมีกรงขัง หรือมีสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ที่อาจจะเข้ามาอยู่ในเฟรมภาพได้ ดังนั้นเลนส์เทเลโฟโต้ อย่าง 300 มม. 70-300 มม. 70-200 มม. หรือ 100-300 มม. ซึ่งมีองศาการรับภาพที่แคบจะช่วยให้สามารถเลือกฉากหลังได้ง่ายขึ้น เพียงแค่ขยับซ้ายหรือขวา และก็เปิดรูรับแสงกว้าง F2.8, F4, F5.6 หรือใช้ค่าเอฟที่กว้างที่สุดที่เลนส์ใช้ได้ เพื่อให้สิ่งที่เราไม่ต้องการเบลอด้วย ส่วนโหมดถ่ายภาพจะใช้โหมด A หรือ AV เพื่อควบคุมรูรับแสงตามที่ต้องการ บางครั้งอาจจะมีสภาพแสงน้อย ก็ใช้ ค่าความไวแสงประมาณ ISO 400-800 หรือบางกรณีจะใช้แฟลชช่วยก็ได้

           นอกจากนี้ สัตว์บางชนิดอาจจะอาศัยอยู่ในกรง ซึ่งมีโอกาสที่จะถ่ายภาพแล้วติดกรงในภาพด้วย วิธีแก้ไขคือ ซูมเลนส์ที่ระยะเทเลมากที่สุด เปิดรูรับแสงกว้างสุด เข้าไปถ่ายภาพโดยให้ด้านหน้าเลนส์ชิดติดกรงมากที่สุด แต่ก็ระวังด้วยนะครับ สัตว์บางชนิดอาจจะทำอันตรายได้เหมือนกัน  

          สำหรับสวนสัตว์เปิดสามารถขับรถเข้าไปชมได้อย่างใกล้ชิด และก็เหมาะสำหรับฝึกหัดถ่ายภาพด้วยเหมือนกัน เพราะส่วนใหญ่มีพื้นที่กว้างขวาง และจัดแต่งส่วนต่างๆ ให้เป็นธรรมชาติและใกล้เคียงกับความเป็นจริงมาก ช่วยให้เลือกจัดองค์ประกอบได้ง่าย และถ่ายภาพสัตว์ป่าได้มีชีวิตชีวาเหมือนกับการถ่ายตามธรรมชาติเช่นกันครับ  

         สำหรับสัตว์ที่อยู่ในกรง จะต้องแนบหน้าเลนส์ให้ชิดติดกรงให้มากที่สุด ซูมเลนส์ช่วงเทเลโฟโต้ และเปิดรูรับแสงกว้างๆ กรงที่อยู่หน้าเลนส์จะเบลอจนดูเหมือนกับว่าไม่มีกรงมากั้นอยู่เลย บางกรณีที่แสงตกลงมาที่กรง จะทำให้เส้นลวดของกรงสะท้อนแสง ซึ่งทำให้ภาพดูฟุ้ง สีสันไม่อิ่มตัว (ภาพนกแก้วซ้าย) วิธีแก้ก็ให้ใช้มือบังแสงที่ตกลงมาที่กรงเฉพาะตรงหน้าเลนส์ จะทำให้ภาพไม่ฟุ้ง และสีสันอิ่มตัวขึ้น (ภาพนกแก้วขวา)

          ถ้าหากว่าที่บ้านมีบริเวณสวน หรือมีต้นไม้ที่เป็นแหล่งอาหารของนก ก็ตั้งขาตั้งรอไว้ได้เลย อย่างภาพนกกินปลีอกเหลืองตัวนี้ ถ่ายจากระเบียงคอนโดที่ปลูกต้นเทียนหยดและออกดอกสะพรั่ง เจ้ากินปลีตัวนี้ก็จะแวะเวียนมาดูดน้ำหวานจากดอกเทียนหยดอยู่บ่อยๆ

          เจ้านกขมิ้นท้ายทอยดำตัวนี้อาศัยอยู่ที่เกาะนก ในเขาดิน หรือสวนสัตว์ดุสิต ซึ่งเป็นกรงนกที่มีขนาดใหญ่โตมาก จนรอบข้างดูเหมือนอยู่ในธรรมชาติจริงๆ และใช้ชิวิตในแบบที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติ อย่างหาอาหาร หรือจับแมลงตามธรรมชาติปกติ

             อย่าปล่อยให้อุปกรณ์นอนเหงานานนักนะครับ หาโอกาสพาไปออกกำลังกายบ้าง เกิดป่วยขึ้นมา เดี๋ยวไม่คุ้มค่ารักษานะครับ สวนสัตว์ใกล้ๆ บ้าน ใช้เวลาแค่ครึ่งวัน ถ่ายได้เหลือเฟือครับ และถึงแม้จะเป็นการซ้อมมือในสวนสัตว์ แต่ก็อย่าให้เป็นการรบกวนเค้ามากเกินไปด้วยก็แล้วกันนะครับ

เรื่องและภาพ : พีร วงษ์ปัญญา

บทความนี้เขียนเมื่อ วันที่ 24/01/2012   

Leave a Reply