raw file v2 1

ไฟล์ RAW คืออะไร ทำไมช่างภาพทุกคนเลือกใช้ Leave a comment

ไฟล์ RAW คืออะไร ทำไมช่างภาพทุกคนเลือกใช้

ไฟล์ RAW คืออะไร

RAW คือไฟล์ดิบตามชื่อของมันเลยครับเป็นข้อมูลดิบจากเซนเซอร์ที่ยังไม่ผ่านการประมวลผลปรับแต่งใดๆจาก CPU ของกล้อง เซนเซอร์ของกล้องรับข้อมูลแสงมายังไงก็ส่งให้เราในไฟล์ RAW อย่างนั้นไม่ถูกบีบอัดใดๆจึงมีขนาดใหญ่

ไฟล์ RAW คืออะไร ทำไมช่างภาพทุกคนเลือกใช้

RAW แตกต่างจาก JPEG อย่างไร

JPEG/JPG เป็นไฟล์แบบพื้นฐานที่เราใช้กันอย่างแพร่หลาย JPEG จะถูกกล้องประมวลผลมาแล้ว มีการบีบอัดข้อมูลให้ขนาดเล็กลง ปรับความคมชัด ปรับโทนสีและแสงเงาต่างๆ ต่างจากไฟล์ RAW ที่ยังคงเป็นข้อมูลดิบๆอยู่ ถ้าเราคิดเล่นๆว่าการถ่ายภาพเป็นการทำอาหาร RAW ก็คือวัตถุดิบที่เราจะเอาไปทำอาหารอะไรก็ได้ ส่วน JPEG เปรียบเหมือนอาหารที่ปรุงสุกแล้วพร้อมทานได้เลย

ไฟล์ RAW ยังเก็บข้อมูลสีและการไล่โทนมาได้สูง JPEG มากยกตัวอย่างเช่น

    • JPEG 8bit สามารถไล่โทนได้ 256 ระดับ แสดงสีได้ 16.7 ล้านสี
    • RAW 12bit สามารถไล่โทนได้ 4,096 ระดับ แสดงสีได้ 68.68 พันล้านสี
    • RAW 14bit สามารถไล่โทนได้ 16,384 ระดับ แสดงสีได้ 4.39 ล้านล้านสี

ไฟล์ RAW คืออะไร ทำไมช่างภาพทุกคนเลือกใช้

จะเห็นว่าข้อมูลของ RAW มีเยอะเว่อมากๆ ว่ากันตามตรง JPEG 8bit นั้นก็สามารถไล่โทนสีได้อย่างนุ่มนวลมากพอแล้วและ 16.7 ล้านสีก็เกินขีดจำกัดที่ตาคนเราจะมองเห็นความแตกต่างได้แล้ว แต่ข้อมูลจำนวนมากของ RAW จะมีประโยชน์ในการปรับแต่งด้วยโปรแกรม ไฟล์ RAW จะมีความยืดหยุ่นสูงกว่ามาก เราสามารถปรับเปลี่ยน White Balance, เพิ่มลดความสว่างของภาพ, ขุดรายละเอียดใน Shadow/Hightlight ให้กลับมา ซึ่งทั้งหมดนี้ไฟล์ RAW ทำได้โดยที่ภาพไม่ช้ำหรือช้ำน้อยมากๆเมื่อเทียบกับ JPEG เป็นเหตุผลว่าทำไมช่างภาพอาชีพจึงเลือกใช้ไฟล์ RAW เพราะหากถ่ายมาแสงพลาดเราก็ยังแก้ไขไฟล์ RAW ในภายหลังได้

ตัวอย่างการปรับแต่งภาพจากไฟล์ RAW และ JPEG

จากภาพเดิมหลังกล้องท้องฟ้าค่อนข้างสว่างบริเวณ Highlight ตามเมฆเกือบจะเสียรายละเอียด เมื่อปรับด้วยโปรแกรม Lightroom ดึงด้วยค่าที่เท่ากันเพื่อนำรายละเอียดใน Highlight กลับมา ในไฟล์ RAW จะดึงรายละเอียดและแสงเงาบนเมฆกลับมาได้ชัดเจนกว่า(ในภาพอาจจะเห็นไม่ชัด)

ไฟล์ RAW คืออะไร ทำไมช่างภาพทุกคนเลือกใช้

ประโยชน์ที่เห็นชัดที่สุดของไฟล์ RAW คือการปรับแก้ White Balance ที่ยืดหยุ่นมาก เรียกว่าแก้ได้เหมือนย้อนไปตั้งก่อนจะถ่ายเลย จากภาพตัวอย่างผมลองพยายามแก้ White Balance จากไฟล์ RAW และ JPEG สามารถแก้กลับให้ดูใกล้เคียงกันได้ แต่ถ้าดูภาพใหญ่ RAW มีเนื้อไฟล์ที่ได้คุณภาพดีกว่าระดับหนึ่งเลย

ไฟล์ RAW คืออะไร ทำไมช่างภาพทุกคนเลือกใช้

RAW ไม่ใช่ไฟล์ภาพ

อย่างที่บอก RAW คือข้อมูลดิบจากเซนเซอร์ครับว่ากันตามจริงแล้วมันจึงไม่ใช่ไฟล์ภาพและ RAW ของกล้องแต่ละตัวจะแตกต่างกันไปตามยี่ห้อและรุ่นกล้อง โปรแกรมดูรูปพื้นๆทั่วไปไม่สามารถเปิดไฟล์ RAW ได้  จะต้องใช้โปรแกรมของแต่ละค่ายกล้องเองในการเปิดหรือโปรแกรมของ Adobe อย่างเช่น Camera RAW, Lightroom และการนำไปใช้ต้องแปลงไฟล์จาก RAW ให้เป็น JPEG(หรือไฟล์รูปอื่นๆ) อีกที ทำให้ความสะดวกในการใช้งานจะสู้ JPEG ไม่ได้เลย

ตัวอย่างสกุลไฟล์ RAW ของค่ายกล้องต่างๆจะไม่เหมือนกัน

    • Nikon ใช้ .NEF
    • Canon ใช้ .CR2
    • Sony ใช้ .ARW
    • Olympus ใช้ .ORF
    • Pentax  ใช้ .PEF
    • Fujifilm ใช้ .RAF
    • Panasonic ใช้ .RW2

ไฟล์ RAW คืออะไร ทำไมช่างภาพทุกคนเลือกใช้

กิ๊ก(GB)น้อยต้องระวังก่อนใช้ RAW

ข้อมูลมากขนาดนี้กินพื้นที่ในการ์ดมากกว่าแน่นอน หากปกติเราถ่ายภาพ JPEG ได้ไฟล์ขนาด 5MB การถ่ายภาพ RAW อาจกินพื้นที่ต่อไฟล์มากกว่า 20MB เลย ฉะนั้นก่อนจะใช้ไฟล์ RAW อย่าลืมคิดถึงพื้นที่ในการ์ดด้วยนะครับรวมถึงความเร็วในการเขียนข้อมูลของการ์ดเพราะไฟล์ RAW มีขนาดใหญ่ย่อมต้องใช้เวลาเขียนลงการ์ดนานกว่า

ไฟล์ RAW คืออะไร ทำไมช่างภาพทุกคนเลือกใช้

ส่งท้าย…

การจะเลือกใช้ RAW หรือ JPEG ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานครับ ถ้าเราถ่ายภาพแบบไม่ซีเรียส เน้นอัพไว ส่งภาพให้เพื่อนๆผมแนะนำให้ใช้ JPEG ก็เพียงพอแล้ว บางทีภาพ JPEG ที่กล้องช่วยปรับมาให้แล้วก็ดูสวยกว่า RAW เดิมๆเยอะเลย การนำไฟล์ไปใช้ยังสะดวกรวดเร็วกว่าด้วย จัดเก็บง่ายขนาดไม่ใหญ่ แต่ถ้าเราถ่ายภาพเป็นงานค่อนข้างซีเรียส เน้นคุณภาพ และมั่นใจว่าก่อนใช้งานชั้นจะแต่งก่อนทุกรูปแน่นอนก็กดไฟล์ RAW ไปเลย หรือใครจะใช้ปนๆกันก็ได้ครับรูปตามปกติเราก็ถ่ายภาพด้วย JPEG รูปไหนสภาพแสงดูยากหรือเป็นภาพสำคัญเราก็บันทึกแบบ RAW มาด้วย จะเลือกอันก้ไม่มีถูกผิดขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนนะครับ

 

ที่มา photoupthecustomizewindowsfreepik

บทความนี้เขียนเมื่อวันที่ 13/06/2017

 

 

 

Leave a Reply

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!