GOPRO-HERO-8-BLACK-Thumbnail

16 ฟีเจอร์เด็ด Gopro Hero 8 Black สำหรับมือใหม่สายวีดีโอ Leave a comment

เปิดตัว Gopro Hero 8 Black กันไปเป็นที่เรียบร้อยในประเทศไทย กล้อง Action Camera ที่เรียกเสียงฮือฮาช่วงสิ้นปี 2019 ได้เป็นอย่างดี ทำเอาสื่อหลาย ๆ เจ้า รวมไปถึง Influencer ต่างกันรอคอยการเข้ามาของเจ้ากล้องโกโปร 8 ตัวนี้เป็นอย่างมาก

สิ่งที่ทำให้หลายคนฮือฮากัน มาจากคลิปเปิดตัวที่ทางโกโปรเปิดตัวสินค้าถึง 2 ตัวด้วยกัน ได้แก่ Gopro Hero 8 Black และ Gopro Max ทั้ง 2 รุ่นนี้มีการพัฒนา ปรับปรุงทั้งในส่วนของงานออกแบบตัวกล้องใหม่ ใช้งานง่ายขึ้น และ เบากว่าเดิม พร้อมทั้งลูกเล่นฟีเจอร์ใหม่ที่ต่อยอดฟีเจอร์เดิมให้ดีขึ้น ช่วยให้คนที่ชื่นชอบการถ่ายวีดีโอทุกรูปแบบชื่นชอบกันอย่างแน่นอน

16 ฟีเจอร์เด็ด Gopro Hero 8 Black สำหรับมือใหม่สายวีดีโอ

หลังจากที่มีการเปิดตัวปล่อยคลิปวีดีโอ และ สื่อหลายสำนักออกมาให้ข้อมูลกันอย่างเนืองแน่น ทีมงาน ZoomCamera ก็ได้รวบรวมข้อมูลและนำมาสรุปเป็นฟีเจอร์เด็ด ๆ ทั้งหมด 16 ข้อ เพื่อให้ทุกคนที่กำลังจะตัดสินใจซื้อ Gopro ไว้ไปถ่ายเที่ยวเล่นในช่วงปลายปีนี้ ได้ตัดสินใจกันง่ายขึ้น ซึ่งกำหนดการจำหน่ายของเจ้ากล้องโกโปรทั้ง 2 รุ่นนี้ จะมาในช่วงตุลาคม – พฤศจิกายน 2562 (ราคา ณ วันเปิดตัว 14,500 บาท)

ในส่วนการออกแบบตัวกล้องปรับโฉมใหม่ และ การใช้งานที่ปรับปรุงให้ใช้งานง่ายขึ้น

1. New Design ปรับเปลี่ยนดีไซน์ตัวกล้องใหม่ แต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นโกโปรไว้อย่างดีเยี่ยม

ต้องบอกว่าเป็นการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ ให้เบาขึ้น และ ปรับเปลี่ยนตำแหน่งโลโก้ รวมไปถึงการปรับตำแหน่งไมโครโฟนให้มาอยู่ด้านหน้าเพื่อช่วยให้รับเสียงได้ดีขึ้น และ ที่เห็นเด่นชัดเลย คือ Built-in Mounting เป็นการเอาตัวเม้าที่ไว้ใช้ต่อกันไม้ จากรุ่น Gopro Hero 7 Black เป็นชิ้นส่วนแยกแต่พอมาในรุ่น Gopro Hero 8 Black นี้ติดมากับตัวกล้องเลย พับเก็บได้เรียบร้อยสวยงาม ไม่ต้องกลัวว่าตัวต่อจะหายอีกต่อไป

นอกจากนี้ตัววัสดุที่ใช้ทำตัวเลนส์ทางโกโปรได้พัฒนาให้มีความแรงเพิ่มมากขึ้นเป็น 2 เท่า ตัวบอดี้ไม่สามารถใส่ Housing เดิมของ Gopro Hero 7 Black ได้ แต่ใช้อุปกรณ์เสริมบางอย่างได้เหมือนเดิม เด่วไว้สินค้าเข้ามาทางทีมงาน ZoomCamera จะเอามาทดลองใช้งานร่วมกันให้ชมครับ และ มีระบบกันน้ำลึกได้สูงสุด 10 เมตร พร้อมไปลุยกับคุณได้ทุกที เหมือนรุ่นเดิม

2. New Shortcut Key ฟีเจอร์เด็ดปรับปุ่มลัดได้ด้วยตัวเอง

เพิ่ม Shortcut Key ไว้บนหน้าจอใหม่ ทำให้สามารถแสดงเส้น Grid ระหว่างพรีวิวได้ เพื่อช่วยให้จัดองค์ประกอบง่ายขึ้น มีปุ่ม Shortcut ต่างๆ เพิ่มเข้ามาอีกเพียบ และ ยังสามารถตั้ง On screen shortcut ที่เราใช้ง่ายบ่อยๆ ไว้ที่มุมซ้ายและมุมขวาเพิ่มเติมได้ด้วย ช่วยให้การใช้งานสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น และ ยังคงมีปุ่ม Quick mode และ สั่งงานด้วยเสียงได้เหมือนเดิม

3. ปรับมุมมองรับภาพได้ 4 แบบ Narrow / Linear / Wide / Super wide

ปกติแล้วกล้อง Action Camera จะสามารถถ่ายมุมกว้างได้อยู่แล้ว แต่ Gopro Hero 8 Black นี้สามารถปรับมุมมองภาพด้วยเลนส์ 4 แบบ ได้แก่ มุม Narrow ซึ่งจะเป็นช่วงเทียบเท่ากับกล้องถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟนทั่วไป สำหรับบางโอกาสที่เราไม่ต้องการถ่ายภาพมุมกว้าง และ เพื่อให้เข้าใจการเลือกใช้มุมมองได้ง่ายดายยิ่งขึ้น จึงมีการใส่ช่วงระยะของเลนส์ที่เทียบเท่ากับกล้อง Full Frame มาบอกเป็น Guideline เช่น มุม Wide จะอยู่ที่ช่วงเลนส์ 16-34mm นอกจาก 2 มุมมองนี้แล้วยังมี แบบ Linear ที่ปรับมุมมองภาพให้ไม่มีการบิดเบี้ยวของเลนส์ และ มุมแบบ Super Wide ที่กว้างเป็นพิเศษไว้เก็บบรรยากาศสวย ๆ เวลาเราไปเที่ยวอีกด้วย

4. New MODS การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กล้องโกโปรติดอุปกรณ์เสริมโดยเฉพาะ ด้วย Media Mods ต่อจอแยก / ไฟ / ไมค์ shotgun ได้

นอกจากตัวกล้องที่มาใหม่แล้ว ยังมีอุปกรณ์เสริมรูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในที่หลากหลาย

Media Mods : เป็นเสมือนเคสที่มีไมโครโฟนแบบ Shotgun มาให้ในตัว และยังมีช่องสำหรับต่อพ่วงสาย Micro HDMI และ USB Type C มาเพิ่มให้ในตัว และมีช่องต่อ Cold shoe สำหรับติดอุปกรณ์เสริมเพิ่มให้อีก 2 ช่อง

Display Mods : เป็นหน้าจอแสดงผลที่สามารถ Flip ขึ้นมาด้านหน้าได้ เหมาะสำหรับการใช้งาน GoPro HERO 8 Black ในการถ่ายแบบ Vlog เพื่อจัดองค์ประกอบภาพได้สะดวกยิ่งขึ้น

Light Mods : ไฟส่องสว่างอเนกประสงค์ สามารถลงน้ำได้ทันที 10 เมตร ช่วยให้การถ่ายในที่แสงน้อยเป็นไปได้อย่างราบรื่น

5. สะดวกในการส่งไฟล์และตัดต่อจบหลังกล้องด้วยแอพ Gopro

Gopro Hero 8 Black รองรับแอพโกโปรเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด สะดวกในการเชื่อมต่อกล้องเพื่อถ่ายโอนไฟล์รูปหรือวีดีโอเข้าสู่สมาร์ทโฟนด้วย GoPro App ที่จะช่วยให้คุณสามารถพรีวิวภาพถ่ายและสั่งการควบคุมกล้องได้อย่างอิสระ และเร็วๆ นี้จะมีการอัพเกรดแอพ เพื่อให้สามารถตัดต่อวีดีโอได้ในแอพเดียวโดยแอพจะประมวลผลและเลือกช่วงที่น่าสนใจ ใส่เพลง และเอฟเฟกต์ สร้างเป็นวีดีโอให้โดยอัตโนมัติ และยังเพิ่มลูกเล่นในการแก้ไขเพิ่มเติมได้ เช่น สีของวีดีโอ เอฟเฟกต์ในช่วงต่างๆ

ในส่วนฟีเจอร์วีดีโอ ปรับปรุงใหม่ดีขึ้นกว่าเดิม

6. HyperSmooth 2.0 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด กันสั่นได้นิ่งกว่าเดิม

ในรุ่น Gopro Hero 7 Black ได้มีความโดนเด่นในเรื่องของระบบกันสั่นเป็นอย่างมาก ซึ่งมีชื่อว่า HyperSmooth คราวนี้เจ้าระบบกันสั่นนี้ได้รับการพัฒนาต่อยอดขึ้นไปอีกขั้นเป็น HyperSmooth 2.0 ซึ่งมีคุณสมบัติการกันภาพสั่นไหวที่ดียิ่งขึ้น และ ยังสามารถรองรับได้ในทุกความละเอียดของวีดีโอ 4K 60Fps หรือ 1080 240Fps ทำให้วีดีโอสโลว์โมชั่นนุ่มนวลขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องใช้ไม้กันสั่น ถ้ายังไม่นิ่งพอทางโกโปรยังเพิ่ม HyperSmooth Boost ซึ่งเป็นการใช้ Software ในตัวกล้องช่วยลดการสั่นไหวของวีดีโอได้เข้าไปอีกขั้น ถึงแม้กล้องจะสั่นไหว แต่วีดีโอของจะยังนิ่งโดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริมเลย

7. Time Warp 2.0 ฟีเจอร์ยอดฮิตดีกว่ารุ่นก่อน

อีกหนึ่งฟังก์ชั่นยอดฮิตที่โด่งดังจาก Gopro Hero 7 Black คือ Time Warp ช่วยให้สามารถสร้างวีดีโอแบบไทม์แลปส์ได้อย่างง่าย ซึ่งในรุ่น Gopro Hero 8 Black ก็ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเป็น TimeWarp2.0 เช่นกัน มาพร้อมกับความสามารถในการประมวลผลที่จะวิเคราะห์และเลือกค่าความเร็วที่เหมาะสมให้กับวีดีโอของคุณโดยอัตโนมัติ และ ยังสามารถ ปรับความเร็ว TimeWarp แบบ RealTime โดยการแตะที่หน้าจอเพื่อให้บันทึกที่ความเร็วปกติระหว่างถ่าย TimeWarp และ เมื่อแตะอีกครั้งก็จะกลับเข้าสู่โหมด TimeWarp ต่อได้ เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ทำให้คนรักการถ่ายวีดีโอชื่นชอบอย่างแน่นอน เพิ่มลูกเล่น Footage ได้สนุกมากขึ้น ซึ่งปกติการทำวีดีโอเร็วสลับช้าแบบนี้ ปกติจะต้องใช้โปรแกรมตัดต่อช่วย พอมีฟีเจอร์นี้มาก็เป็นอีกจุดแข็งหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยเลย

ถ้าใครยังนึกภาพไม่ออกว่า Time Warp 2.0 มันเจ๋งแค่ไหน ลองชมคลิปนี้ดูกันครับ เป็นตัวอย่างไอเดียประยุกต์ใช้ Time Warp 2.0 บน Gopro Hero 8 Black

8. Slowmotion 8 เท่า ฟีเจอร์เด็ดเพิ่มความน่าสนใจให้กับวีดีโอ

อีกหนึ่งจุดขายที่ขาดไม่ได้สำหรับกล้อง GoPro HERO8 Black ก็คือความสามารถในการถ่ายวีดีโอที่เฟรมเรทสูง เหมาะสำหรับบันทึกรายละเอียดที่สามารถสื่ออารมณ์ได้ ที่ความละเอียด 1080 240Fps เราจะสามารถนำมาทำวีดีโอแบบสโลว์โมชั่นได้ช้าลงกว่าปกติถึง 8 เท่าจากความเร็วปกติ

9. Horizon Leveling ฟีเจอร์ปรับแก้ภาพเบี้ยวในวีดีโอให้ตรงอย่างมืออาชีพ

ฟังก์ชั่นใหม่ล่าสุดที่จะช่วยรักษาระดับเส้นขอบฟ้าให้กับวีดีโอของคุณ ถึงแม้ว่าขณะถ่ายกล้องจะเอียง ซึ่งสามารถใช้งานได้ง่ายๆ เพียงถ่ายวีดีโอตามปกติ จากนั้นเมื่อได้ฟุตเทจที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการเชื่อมต่อกล้องเข้ากับแอพ GoPro แล้วเลือกแก้ไขวีดีโอและเลือกเปิดฟังก์ชั่น Horizon Leveling ได้ในแอพ

10. Auto Night Lapse VDO ฟีเจอร์ใหม่ถูกใจสายถ่ายดาว

อีกหนึ่งสิ่งที่มาใหม่ และสร้างผลลัพธ์ที่น่าตื่นใจเป็นมุมมองสุดเท่ให้กับวีดีโอของเรา จากเดิมโหมดกลางคืนจะสามารถถ่ายได้เพียง Photo เท่านั้น ตอนนี้เราสามารถตั้งค่าออกมาเป็น VDO Nightlapse ได้ทันที โดยที่ระบบ AI ของกล้องจะช่วยคำนวนการตั้งค่ากล้องที่เหมาะสมให้กับเราเองและรวมเป็น VDO โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะตั้งกล้องถ่ายดาว หรือถ่ายท้องถนนที่มีแสงไฟจากรถยนต์วิ่งผ่านก็เป็นเรื่องง่ายๆ

อ่านบทความเพิ่มเติม

11. Capture Preset ตั้งค่ารูปแบบวีดีโอไว้ใช้แบบรวดเร็ว เพิ่มความคล่องตัวมากขึ้น

ตั้ง Preset การตั้งค่าต่างๆ ที่เราใช้บ่อยเอาไว้ล่วงหน้า เพื่อเปลี่ยนได้ทันที เช่น Standard เราอาจจะตั้งค่าไว้ที่ 1080 30Fps และเมื่อเราต้องการถ่ายชอตที่จะเอามาทำสโลว์โมชั่น เราก็สลับมาใช้ Preset Slo-mo ที่เราตั้งค่าไว้ที่ 1080 240Fps ได้ทันที

12. Gopro Hero 8 Black รองรับงานวีดีโอระดับโปรดักชั่นมืออาชีพด้วยบิตเรท 100 Mbps

GoPro HERO8 Black เพิ่มความสามารถในการบันทึกวีดีโอแบบ HEVC ได้ที่ความละเอียดสูงถึง 100 Mbps ช่วยรองรับการใช้งานในระดับโปรดักชั่น ให้วีดีโอที่ถ่ายมีความคมชัดและรายละเอียดครบถ้วนสวยงามใกล้เคียงสายตามองเห็นมากที่สุด

13. Live Streaming ถ่ายทอดสดความละเอียดสูงสุด Full HD 1080p

เวลาเราไปเที่ยว เราก็อยากจะแชร์เรื่องราวให้เพื่อน ๆ ของเราได้มีส่วนร่วมเหมือนได้ไปเที่ยวกับเรา ณ เวลานั้น หนึ่งฟังก์ชั่นยอดฮิตที่หลายคนเลือกใช้ คือ Live Streaming ในโกโปร 8 นี้ เป็นอีกหนึ่งจุดขายของ GoPro ที่ยังไม่มี Action Camera แบรนด์ไหนทำได้ ซึ่งในตัวรุ่นใหม่นี้ให้รายละเอียดความคมชัดรองรับสูงสุด Full HD 1080p สามารถทำไลฟ์บน Facebook และ Instagram ได้อย่างคมชัดแน่นอน

ปรับปรุงฟีเจอร์เด็ดสำหรับการถ่ายภาพนิ่ง

14. New SuperPhoto พัฒนาใหม่ให้ดีขึ้นทั้งแบบไฟล์ Jpeg และ ไฟล์ RAW

โหมดถ่ายภาพยอดฮิต SuperPhoto เป็นฟีเจอร์ที่กล้องจะทำการประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อวิเคราะห์และปรับการตั้งค่าให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม สภาพแสงให้สมดุลกัน เช่น เมื่ออยู่ใต้น้ำ, อยู่ในเมือง หรืออยู่ท่ามกลางหิมะ เป็นต้น ซึ่งสำหรับ Gopro HERO 8 Black นั้นสามารถถ่ายได้รวดเร็วขึ้นไม่เกิดเป็นภาพซ้อน และ ยังมีโหมด HDR เพิ่มเข้ามาด้วย ทำให้ได้ภาพสีสันสดใสมากขึ้น ทั้งบนไฟล์ Jpeg และ RAW

15. Live Burst โหมดการถ่ายภาพล่วงเพื่อเลือกภาพที่ดีที่สุด

ฟังก์ชั่น Live Burst บนโกโปร 8 การพัฒนาขึ้นให้สามารถบันทึกภาพ 1.5 วินาทีก่อนกดชัตเตอร์และอีก 1.5 วินาทีหลังกดชัตเตอร์ รวมทั้งหมด 90 ภาพ เพื่อความสะดวกในการได้เลือกชอตที่ดีที่สุด เป็นจังหวะที่ดีสุด ที่เราต้องการ สามารถเอาฟีเจอร์ตัวนี้ไปปรับใช้กับการถ่ายภาพหมู่ได้นะ เราจะสามารถเลือกช็อตที่ทุกๆ คนในภาพลืมตาพร้อมกันได้

ปรับปรุงระบบเสียงใหม่ให้ดีกว่า Gopro Hero 7 Black

16. ย้ายตำแหน่งไมโครโฟนมาไว้ด้านหน้า เอาใจสาย Vlog

มีการย้ายตำแหน่งของไมโครโฟนตัวหลักมาอยู่ด้านหน้าเพื่อรับเสียงของสิ่งที่เรากำลังถ่ายอยู่ตรงหน้า เช่นเสียงขณะกำลังทำกิจกรรม หรือใช้ถ่าย Vlog ได้ดียิ่งขึ้น และนอกจากนี้ยังพัฒนาคุณภาพของไมโครโฟนและระบบตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้ดียิ่งขึ้น ทำให้เสียงในวีดีโอสมจริงและมีมิติมากขึ้นกว่าเดิม

สรุปราคาเปิดตัว สเปค และ รายละเอียดต่าง ๆ ของ Gopro Hero 8 Black และ Gopro Max

จากที่เล่าฟีเจอร์มาทั้งหมดนี้ ถือเป็นกรเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของตลาด Action Camera เลยก็ว่าได้ ฟีเจอร์ที่ให้เพิ่มเข้ามาบวกกับราคาที่เปิดตัวมาเมื่อเทียบกับ โกโปร 7 เมื่อปีก่อนก็ถือว่าเปิดมาเท่ากัน ในราคา 14,500 บาท และ ที่เซอร์ไพรของการเปิดตัวปีนี้คือมีรุ่น Max ที่น่าสนใจมาก ๆ ซึ่งราคาเพียงแค่ 17,000 บาท เท่านั้นเอง และ ฟีเจอร์ที่มีมากกว่าตัวโกโปร 8 และ ถ่ายได้ 360 องศาอีกด้วย ตอนนี้ใครที่กำลังลังเลจะซื้อโกโปร 7 8 หรือ Max ก็ลองเอาข้อมูลที่สรุปมาทั้งหมดนี้ ประกอบการตัดสินใจกันดูได้ครับ

เด่วถ้าทีมงาน ZoomCamera ได้ของทั้ง 2 ตัวนี้มาจะรีบเอามารีวิวให้ทุกคนรับชมกันครับ

สนสั่งจอง Gopro Hero 8 Black กับร้าน ZoomCamera

*กำหนดการวางจำหน่ายประมาณช่วงปลายตุลาคม – ต้นพฤศจิกายน 2562

Leave a Reply