9 เทคนิคการถ่ายและเลือกอุปกรณ์สำหรับ Event แด่เหล่าโอตะ Leave a comment

9 เทคนิคการถ่ายและเลือกอุปกรณ์สำหรับ Event แด่เหล่าโอตะ

 

ในช่วงเวลานี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสโอตะมาแรงถึงขีดสุด อันมาจากวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังอย่าง AKB48 และ BNK48 ที่เหล่าสมาชิกภายในวงนั้น ล้วนแล้วแต่มีความน่ารัก สดใส พร้อมส่งรอยยิ้มให้กับทุกท่านผ่านเสียงเพลงที่ไพเราะนั่นเองครับ ซึ่งแน่นอนว่าการเป็นศิลปินที่ได้รับความนิยมสูงสุด ย่อมต้องมีฐานแฟนคลับที่มีจำนวนมหาศาลชนิดที่ไม่สามารถเข้าถึงตัวในระยะประชิดได้โดยง่าย กราบสวัสดีเพื่อนๆที่ติดตามเพจของ Zoomcamera ทุกๆท่าน รวมถึงเหล่าโอตะและโอชิทุกท่านด้วยครับ ณ จุดนี้เชื่อว่าเหล่าโอตะและโอชิล้วนต้องมีคำถาม ว่า ” แล้วเราจะถ่ายศิลปินเหล่านั้นยังไงดี ?? “ซึ่งวันนี้ทีมงาน Zoomcamera ก็ขอมาเอาใจเหล่าโอชิและโอตะที่ชื่นชอบและติดตามการแสดงงานของ BNK48 ด้วยบทความ ” 9 เทคนิคการถ่ายและเลือกอุปกรณ์สำหรับ Event แด่เหล่าโอตะ “ซึ่งจะมีเทคนิคอะไรบ้างนั้น ไปชมกันเลยจ้า

เกร็ดเล็กศัพท์ BNK48 ที่น่ารู้

BNK48  :  มาจาก Bangkok48

โอชิ  :  ย่อมาจาก อิจิโอชิโนะเมมเบอร์ หมายถึง สมาชิกในวงที่สนับสนุน

โอชิเฮน  :  การเปลี่ยนไปชอบเมมเบอร์คนอื่น

คามิโอชิ  :  เมมเบอร์ที่ชอบที่สุดในบรรดาเมมเบอร์ที่อวยอยู่

ตันโอชิ  :  การชอบเมมเบอร์เพียงคนเดียว จากที่มีอยู่ทั้งหมด อารมณ์แบบรักเดียว ใจเดียว

ฮาโกะโอชิ  :  ชอบทุกคน / ทั้งวง

โอตะ  :  เพี้ยนมาจากคำว่าโอตาคุ “โอตาคุ” เป็นคำนิยามถึงคนที่ชอบสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากๆ จนเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ

ดีดี DD  :  ชอบทุกคน แล้วแต่สถานการณ์

โดนตก  :  การทำให้ตกหลุมรัก

 

*** 9 เทคนิคการถ่ายและเลือกอุปกรณ์สำหรับ Event แด่เหล่าโอตะ ***

 

1. เลนส์สำคัญยิ่งกว่ากล้อง ??

จริงอยู่ที่ว่า การมีแค่กล้องซักตัวก็เพียงพอต่อการถ่าย Event แล้ว แต่เหล่าโอตะ รู้หรือไม่ว่า เลนส์กล้องที่เลือกนำมาใช้งานควบคู่กับกล้องนั้น มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากล้องเลยทีเดียว เหตุผลหลักๆ คือ บาง Event ที่มีดารา และ/หรือ ไอดอลที่ได้รับความนิยมสูง ส่วนใหญ่จะมีโอตะห้อมล้อมตั้งแต่บริเวณด้านหน้าจนบริเวณด้านหลังไม่สามารถมองเห็นได้นั่นเอง ครั้นจะหยิบกล้องขึ้นมาถ่าย ระยะเลนส์ที่มีก็ไม่เพียงพอในการเก็บภาพมา หรือ ติดมาเพียงแต่โอตะที่บังอยู่บริเวณด้านหน้านั่นเองครับ

เลนส์ที่เราจะนำมาใช้งาน โดยเฉพาะการถ่าย BNK48 นั้น มีอยู่ด้วยกันหลายทางยาวโฟกัส , ค่ารูรับแสง ซึ่ง ทีมงาน Zoomcamera จะขอสรุปแบบสั้นๆให้เพื่อนได้รับทราบกันแบบง่ายๆครับ

เลนส์ระยะ Wide

:  เลนส์ที่มีระยะต่ำกว่า 35mm. บนกล้อง Fullframe เหมาะสำหรับถ่าย Event ในลักษณะมุมกว้าง ที่ต้องการเก็บบรรยากาศรอบๆ โดยเฉพาะงานของ BNK48 นั้น สามารถเก็บได้อย่างเหลือเฟือ

เลนส์ระยะ Normal

:  เลนส์ที่มีระยะเทียบเท่า 50mm. บนกล้อง Fullframe เหมาะสำหรับถ่ายแบบทั่วๆไป ไม่กว้างและไม่แคบจนเกินไปครับ สามารถถ่ายบุคคลได้ทั้งแบบเดี่ยวๆ , แบบกลุ่ม

เลนส์ระยะ Telephoto

:  เลนส์ที่มีระยะมากกว่า/เทียบเท่า 85mm. บนกล้อง Fullframe เหมาะสำหรับถ่ายบุคคลเป็นอย่างดี รวมถึงการถ่ายในลักษณะแคนดิดจากระยะไกล หรือ จากมุมที่เราไม่สามารถเข้าถึงตัวแบบได้เป็นอย่างดีครับ

ค่ารูรับแสง / ค่า F

:  ยิ่งค่า F กว้าง ยิ่งทำให้ฉากหลัง ละลายได้ดียิ่งขึ้น หรือ หน้าชัด หลังเบลอนั่นเอง ซึ่งธรรมชาติของเลนส์ที่มีค่ารูรับแสงกว้างๆ มักจะอยู่บนเลนส์ Fixed เป็นหลัก แต่ในเลนส์ซูมก็มีเช่นกันครับ โดยข้อดีนอกเหนือจากการทำหน้าชัดหลังเบลอ หรือ ละลายฉากหลังได้ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ค่า Speed Shutter ในที่แสงน้อยนั้น มี Speed Shutter ที่สูงขึ้นกว่าปกติ พร้อมกับทำให้เราไม่ต้องใช้ค่า ISO ที่สูงมาก เพื่อให้ Speed Shutter มากพอนั่นเองครับ ทั้งนี้ต้องแลกกับราคาและขนาดที่ใหญ่ขึ้นด้วยเช่นกันครับ

 

ฉะนั้น ทีมงาน Zoomcamera จะมาแนะนำเลนส์ทางเลือกเพิ่มเติม ที่เหมาะสำหรับการถ่าย Event BNK48 กันครับ ซึ่งแต่ละค่ายจะมีอะไรบ้างนั้น เพื่อนๆสามารถกดที่ Link ด้านล่างนี้ เพื่อไปดูรายละเอียดของเลนส์แต่ละรุ่น ของแต่ละค่ายกันได้เลยครับ

 

– เลนส์ Panasonic

– เลนส์ Olympus

– เลนส์ Sony

– เลนส์ Fujifilm

2. ไปให้ไว ไวเท่าไรยิ่งดี

แน่นอนกระแสของ BNK48 ดังเป็นพลุแตก ดังนั้นบรรดาโอตะย่อมมีจำนวนที่มากตามไปด้วย ฉะนั้นแพลนเวลาเผื่อไว้เสมอ เช่น จะมี Event ของ BNK48 แสดงช่วงเวลา 12.00 น. หากเราต้องการถ่ายอย่างจริงจังแบบพลาดไม่ได้ละก็ ควรเผื่อเวลาให้มากกว่าการไปงานปกติ เช่น ไปตั้งแต่ 07.00 น. หรือ 08.00 น.

สาเหตุที่เราต้องไปเร็ว หรือ ไปแต่เนิ่นๆ เพราะเสมือนเป็นการไปจองสถานที่ล่วงหน้า รวมถึงเดินสำรวจพื้นที่ สำรวจมุมตั้งแต่เนิ่นๆนั่นเอง

3. แบกกล้องแล้ว แบกบันไดไปด้วย (ถ้ามี)

คิดทำการใหญ่ ใจต้องนิ่ง ยิ่งกับการถ่ายภาพ Event BNK48 ด้วยแล้ว ย่อมต้องลงทุนกันบ้าง เพื่อนๆบางท่านอาจจะเคยเห็นตากล้องที่นั่ง และ/หรือ ยืนบนบันได สาเหตุที่ต้องมีการพกบันไดไปด้วยนั้น เพราะ จำนวนผู้เข้าชมนั้นหนาตาค่อนข้างแน่นอน ยิ่งกับ BNK48 ด้วยแล้ว คงจะหนีไม่พ้นคลื่นมวลมหาโอตะที่มาจากทั่วสารทิศแบบเลี่ยงไม่ได้

ฉะนั้น การมีบันไดส่วนตัว ย่อมสร้างโอกาสในการเก็บภาพและได้มุมมองที่แปลกตาไปจากมุมมองปกติด้วยนั่นเองครับ

4. ค่า F กว้างเท่าไรยิ่งดี

การถ่ายภาพบุคคลส่วนใหญ่เราจะเน้นที่การละลายฉากหลังให้ความชัดเจนเฉพาะตัวแบบเนื่องจากเราต้องการให้แบบโดดเด่นมากที่สุดบนภาพ แต่หลายกรณีถ้าฉากหลังมีความสำคัญเราจะไม่ละลายฉากหลังออกนะครับเช่น มีวิวที่สวยงาม สถานที่สำคัญ หรือเส้นสายสวยงามที่ช่วยเสริมให้ภาพโดนเด่นเราจะไม่ละลายหลังออก ยิ่งกับการถ่าย Event ด้วยแล้ว บางครั้งการละลายฉากหลังทิ้งจนไม่เหลือเรื่องราวต่างๆไว้ ก็อาจจะทำให้ตัว Subject ดูโดดเด่นก็จริง แต่ไม่สามารถเล่าบรรยากาศในภาพได้ ว่าถ่ายที่ไหน งานอะไร นั่นเองครับ ซึ่งทีมงาน Zoomcamera ก็มีทริคเล็กๆในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับค่ารูรับแสงมาฝากด้วยครับ

 

>>> ค่า F ยิ่งกว้าง ( ตัวเลขน้อย ) ภาพยิ่งสว่าง ละลายฉากหลังได้ดี ได้ค่า Speed Shutter ที่สูง

>>> ค่า F ยิ่งแคบ ( ตัวเลขมาก ) ภาพยิ่งมืด ละลายฉากหลังได้น้อย ได้ค่า Speed Shutter ที่ต่ำ

 

5. ตั้ง Shutter Speed ให้เหมาะสม

Shutter Speed นอกจากจะมีหน้าที่ในการควบคุมปริมาณแสงที่ผ่านจากเลนส์ไปสู่ Sensor แล้ว ความเร็วในการเปิด/ปิด ม่านชัตเตอร์ยังมีผลโดยตรงกับภาพที่ภ่ายออกมา การจับการเคลื่อนไหวของวัตถุในภาพ กล่าวคือ

 

>>> Shutter Speed สูง = ม่านชัตเตอร์ เปิด/ปิด เร็ว = แสงเข้าได้น้อย = ภาพหยุดนิ่ง

>>> Shutter Speed ต่ำ = ม่านชัตเตอร์ เปิด/ปิด ช้า = แสงเข้าได้มาก = ภาพเบลอ เหมือนเคลื่อนไหว

 

*** ตัวอย่าง  :  Olympus OM-D E-M1 II  +  M.Zuiko 40-150 F2.8 Pro @ Speed Shutter 1/400 ***

*** ตัวอย่าง  :  Olympus OM-D E-M1 II  +  M.Zuiko 40-150 F2.8 Pro @ Speed Shutter 1/800 ***

*** ตัวอย่าง  :  Olympus OM-D E-M1 II  +  M.Zuiko 40-150 F2.8 Pro @ Speed Shutter 1/1000 ***

*** ตัวอย่าง  :  Olympus OM-D E-M1 II  +  M.Zuiko 40-150 F2.8 Pro @ Speed Shutter 1/1000 ***

*** ตัวอย่าง  :  Olympus OM-D E-M1 II  +  M.Zuiko 40-150 F2.8 Pro @ Speed Shutter 1/1000 ***

ฉะนั้นในการถ่าย Event หากต้องการหยุด Subject โดยเฉพาะน้องๆ BNK48 บน Stage ที่เราต้องการให้หยุดนิ่งนั้น อาจจะต้องปรับค่า Speed Shutter อยู่ที่ 1/1000 ขึ้นไปครับ เหตุผลหลักๆ คือ หยุด Subject ให้หยุดนิ่งจริงๆ หากเลือกใช้ Speed Shutter ที่ต่ำกว่านี้ อาจจะเห็นภาพ Subject ที่มีลักษณะเคลื่อนไหว ไม่คมชัดนั่นเองครับ

6. ตั้ง ISO Auto / ISO Limit เพื่อความว่องไว 

ISO มีหน้าที่ควบคุมระดับความไวของแสงที่กระทบลงไปที่เซ็นเซอร์รับภาพ ยิ่งตัวเลขมากก็ยิ่งทำให้สว่างมากขึ้นครับ อย่างแถบตัวอย่างภาพด้านบน โดยหลักการทำงานคือมันไปขยายสัญญาณที่เซ็นเซอร์รับมา เพราะฉะนั้นหากมีการเร่งสัญญาณสูงมาก สัญญาณก็มีการกวนกันมากขึ้น ส่ิ่งที่ตามมาเป็นเหมือนเงาตามตัวนั่นก็คือ Noise หรือภาพแตกเสียรายละเอียดนั่นเองครับ ซึ่ง Noise เองจะทำให้ภาพเสียความละเอียดทั้งพื้นผิวและรายละเอียดของสีก็หายไปด้วยครับ

ค่า ISO ต่ำ >> ความเร็วชัดเตอร์ น้อย >> อัตราการเกิดสัญญาณ Noise น้อย ต้องการแสงมาก >> คุณภาพของภาพดี

ค่า ISO สูง >> ความเร็วชัดเตอร์ สูง >> อัตราการเกิดสัญญาณ Noise มาก ต้องการแสงน้อย >> คุณภาพของภาพไม่ดี

*** ตัวอย่าง  :  Panasonic Lumix G85  +  Lumix G 35-100 F2.8 X @ ISO 3200 ***

*** ตัวอย่าง  :  Panasonic Lumix G85  +  Lumix G 35-100 F2.8 X @ ISO 3200 ***

 

*** ตัวอย่าง  :  Panasonic Lumix G85  +  Lumix G 35-100 F2.8 X @ ISO 3200 ***

ดังนั้นหากเน้นการได้ภาพ แนะนำตั้ง ISO เป็นแบบ Auto เพื่อให้ AI ของกล้องเป็นคนคำนวณเอง แต่ถ้าหากต้องการ Performance ของภาพ ขอแนะนำค่า ISO ระหว่าง 1600 – 6400 ครับ ซึ่งต้องบอกก่อนว่า ค่า ISO ในสถานการณ์ต่างๆนั้นไม่มีค่าตายตัวครับ

7. Eye AF & Face Detection ไม้ตายในการถ่ายสาว

เพื่อนๆที่ใช้งานกล้อง Mirrorless โดยเฉพาะกล้อง Mirrorless Sony จะมี Feature เด็ดอย่าง Eye AF อยู่ ซึ่งเจ้า Eye AF นั้น จัดว่าเป็น AF ที่มีความแม่นยำค่อนข้างสูงมากอีก AF นึงในระบบ AF ของกล้อง Sony เลยก็ว่าได้ครับ แม่นชนิดที่ว่า ต่อให้ Subject ทีการเบือนหน้าหนี แล้วหันกลับมาอีกครั้ง เจ้า Eye AF ก็ยังสามารถ Focus ได้อย่างแม่นยำทีเดียวครับ หรือจะใช้งานควบคู่กับ Face Detection ก็สะดวกเช่นกันครับ เพราะ เสมือนว่าเราเลือก Focus ที่ให้ความสำคัญทั้งตาและหน้าของ Subject ไปพร้อมๆกันนั่นเองครับ

ข้อควรระวังเมื่อเปิดใช้งาน Eye Detection & Face Detection โดยเฉพาะการถ่ายบน Stage ที่น้องๆ BNK48 อยู่กระจายๆบน Stage ทำให้บางครั้งกล้องอาจจะ Eye Detect / Face Detect ทั่วทั้งเฟรมที่สามารถตรวจจับได้ ซึ่งไม่มีความแม่นยำ เนื่องจากตัวกล้องไม่ระบุอย่างชัดเจน หรือ ให้ความสำคัญที่ใบหน้าของ Subject ใดๆก่อนนั่นเอง ซึ่งทีมงาน Zoomcamera แนะนำว่า Eye Detection และ Face Detection จะมีความแม่นยำสูงเมื่อถ่าย Subject เพียงคนเดียวแบบเน้นๆ จะให้ผลลััพธ์ดีที่สุดครับ

8. ตั้ง Burst Shooting เพื่อความต่อเนื่อง

ในสถานการณ์ปกติ เรามักจะถ่ายภาพทั่วๆไปด้วยการใช้ Mode Single shot กันเป็นหลัก แต่สำหรับการถ่ายน้อง BNK48 แล้ว บางครั้งการไล่เก็บภาพทีละชัตเตอร์ อาจพลาดบาง Moment ไป โดยที่เราไม่สามารถกลับไปแก้ตัวได้นั่นเอง ทั้งนี้ในกล้องแต่ละรุ่น จะมี Burst Shooting ติดตั้งอยู่ แต่อัตราความต่อเนื่องนั้น ขึ้นอยู่กับการประมวลผลและศักยภาพของตัวกล้องรุ่นนั้น ว่า สามารถถ่ายต่อเนื่องได้มากน้อยเพียงใด

นอกจากนี้ในกล้อง Mirrorless จากค่าย Panasonic จะมี Feature พิเศษอยู่ 1 Feature อย่าง 4K Photo ซึ่งความพิเศษของเจ้า 4K Photo คือ เป็นการถ่าย Video 4K ที่ 30fps พร้อมกับที่เราสามารถดึงภาพนิ่งที่มีความละเอียด 8MP จาก Video 4K มาใช้งานได้ทันที ซึ่ง เจ้า 4K Photo ในทุกๆ 1 วินาที เราจะได้ภาพเป็นจำนวน 30 เฟรมด้วยกัน เท่ากับว่า หากเราถ่ายด้วย 4K Photo เป็นระยะเวลา 1 นาทีเต็ม เราจะได้ภาพจำนวนทั้งสิ้น 30*60 = 1800 เฟรม กันเลยทีเดียว แน่นอนย่อมสร้างโอกาสในการเก็บภาพน้องๆ BNK48 ได้เป็นอย่างดี

9. เตรียมอุปกรณ์กล้องให้พร้อม

สำหรับการถ่ายงานจำพวก Event นั้น แน่นอนเหล่าโอตะนั้น ต้องมีอุปกรณ์สำคัญอย่างกล้องถ่ายภาพแน่นอน ซึ่งกล้องถ่ายภาพนั้นไม่มีระบุอย่างตายตัวว่าในการถ่าย Event ต่างๆจะต้องใช้กล้องแบบไหน แต่ส่วนใหญ่กล้องที่ถูกนำมาใช้งาน จะมีตั้งแต่กล้อง Compact Superzoom , กล้อง DSLR Like, กล้อง DSLR รวมถึงกล้อง Mirrorless ที่ในปัจจุบันเริ่มได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

ที่สำคัญควรเช็คความพร้อมก่อนออกจากบ้าน ว่า ตัวกล้องทำงานปกติหรือไม่ , แบตเตอรี่ชาร์จมาเต็มมั้ย , Memory Card อยู่ในกระเป๋าหรือไม่ แม้จะดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่เรื่องเล็กๆเหล่านี้ ก็พร้อมทำให้เราพลาดโอกาสทองได้เช่นกันครับ

Panasonic

– Panasonic Lumix G Vario 14-140 F3.5-5.6 II HD Power OIS

” เลนส์เดียวเที่ยวทั่วไทย ” คงไม่ผิดนักที่จะมอบตำแหน่งนี้ให้กับเลนส์รุ่นนี้ ด้วยทางยาวโฟกัส 28-280 เมื่อเทียบเท่าบนกล้อง Fullframe มาพร้อมระบบกันสั่น Power O.I.S ที่จะช่วยลดอาการสั่นสะเทือน เมื่อเราใช้ Speed Shutter ที่ช้า และ/หรือ มือไม่นิ่งนั่นเอง และจากระยะทำการของเลนส์แล้วทำให้โอตะมีความมั่นใจได้ว่า ตลอดการใช้การงานโดยไม่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนเลนส์แต่อย่างใดครับ เพราะด้วยช่วงการใช้งานสามารถถ่ายได้ตั้งแต่ชิดขอบเวที จนไปถึงการ Zoom จากระยะไกลเข้ามานั่นเองครับ

ราคาและโปรโมชั่น  >>> Panasonic 14-140

– Panasonic Lumix G Vario 45-200 F4-5.6 II Power OIS

” Tele อเนกประสงค์ ” เป็นอีกหนึ่งเลนส์ที่เหล่าโอตะที่ใช่งานกล้อง Panasonic ควรมองเป็นตัวเลือก ด้วยระยะทางยาวโฟกัสจะอยู่ที่ 90-400 ซึ่งแน่นอนว่าได้ระยะที่ไกลกว่าเจ้า Panasonic 14-140 นั่นเอง ระยะทำการของเจ้า Panasonic 45-200 นั้น เน้นการใช้จากระยะไกลเป็นซะส่วนใหญ่ แต่ด้วยระยะ 45mm. ก็เพียงพอต่อการถ่ายในระยะหน้าเวทีได้บ้างครับ

ราคาและโปรโมชั่น  >>> Panasonic 45-200

– Panasonic Lumix G Vario 100-300 F4-5.6 II Power OIS

” Tele Photo เล็กๆมีอยู่จริง ” เหล่าโอตะที่ใช้งานกล้อง Panasonic แล้วคิดว่าคงเน้นการถ่ายในระยะประชิด เน้นการถ่ายจากระยะไกลละก็ตอบโจทย์สุดๆกันไปเลย ด้วยระยะทางยาวโฟกัสที่ 200-600 เมื่อเทียบเท่าบนกล้อง Fullframe ด้วยระยะทางยาวที่เพิ่มจากเจ้า Panasonic 45-200 ถึง 100mm. แน่นอนว่าเจ้า Panasonic 100-300 สามารถ Candid น้องๆ BNK48 บน Stage แบบหวังผลได้เลย แต่อาจจะไม่เหมาะกับการถ่ายแบบหมู่คณะซักเท่าไรครับ

ราคาและโปรโมชั่น  >>> Panasonic Leica 100-300

– Panasonic Leica DG Vario 100-400 F4-6.3 Power OIS

” อาวุธพิฆาตสายแคนดิด ” หากโอตะคิดว่าเจ้า Panasonic 100-300 มันยังน้อยไป คงต้องมามองพี่ใหญ่ตัวนี้แทน ด้วยทางยาวโฟกัส 200-800mm. เมื่อเทียบกับกล้อง Fullframe ที่มาพร้อมขาตั้ง Collar สำหรับขึ้นบนขาตั้งนั่นเอง และด้วยชื่อชั้นอย่าง Leica ย่อมให้ Output ที่ไม่ธรรมดาแน่นอนครับ แต่ต้องบอกก่อนเจ้า Panasonic Leica 100-400 นั้น ลักษณะการใช้งานจะเหมือนกับเจ้า Panasonic 100-300 คือ เน้นการ Candid จากระยะไกลเป็นหลักนั่นเองครับ ฉะนั้นหากโอตะเล็งน้องๆ BNK48 เป็นพิเศษอยู่ละก็ สามารถ Candid ได้อย่างสบายๆครับ

ราคาและโปรโมชั่น  >>> Panasonic Leica 100-400

Olympus

– Olympus M.Zuiko 12-100 F4 Pro OIS

โอตะที่ใช้กล้อง Olympus และไม่ต้องการเปลี่ยนเลนส์บ่อยๆละก็ เจ้าเลนส์ซูม M.Zuiko Digital 12-100mm F4.0 IS PRO ก็พร้อมจะตอบโจทย์ เพราะนี่คือที่สุดของเลนส์ Zoom ระดับ Pro เทียบเท่าระยะ 24-200 F 4 ตลอดช่วงบน 35mm. ยิ่งใช้งานคู่กับ Olmypus OM-D E-M1 II ด้วยแล้ว ระบบ 5-Axis Sync IS จะมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลก โดยสามารถชดเชยหรือรองรับการสั่นไหวเทียบเท่าถึง 6.5 Stops กันเลยทีเดียว การใช้งานต้องบอกเลยว่า สามารถถ่ายได้ตั้งแต่ระยะประชิดตัว , ขอบเวที และซูมจากระยะไกลได้นั่นเอง

– Olympus M.Zuiko 14-150 II F3.5-5.6

“เลนส์เดียว เที่ยวทั่วโลก” นี่คือนิยามของมัน เชื่อว่าโอตะที่ใช้งานกล้อง Olympus น่าจะพอรู้จักความสามารถของ M.Zuiko Digital 14-150 F4 – 5.6 II ด้วยขนาดเล็กกะทัดรัด,น้ำหนักเบาและพกพาสะดวก และได้ช่วงการใช้งานที่เพิ่มขึ้นจาก Olympus M.Zuiko 12-100 อีก 50mm. ซึ่งแน่นอนว่าการใช้งานจะเหมือนกันกับ Olympus M.Zuiko 12-100 แต่ในระยะไกล สามารถซูมได้ไกลกว่านั่นเองครับ เหมาะสำหรับการ Candid เป็นอย่างดีนั่นเองครับ

Click เพื่อเช็ค Promotion  >>> Olympus M.Zuiko 14-150 II

– Olympus M.Zuiko 40-150 F2.8 Pro

หากโอตะใช้งานกล้อง Olympus และต้องการเลนส์ Telezoom คุณภาพสูงที่สุดแล้วละก็ ต้องยกให้เจ้านี้ครับ เพราะมาพร้อมค่ารูรับแสงกว้างถึง F 2.8 ตลอดช่วง แม้จะซูมไกลได้เท่ากับเจ้า Olympus 14-150 แต่อย่าลืมว่า การได้มาซึ่ง F2.8 ย่อมทำให้ได้ภาพที่ไม่ธรรมดาแน่นอน โดยเฉพาะการ Candid จากระยะไกล ที่พร้อมจะละลายฉากหลังให้อ่อนนุ่มสวยงามนั่นเองครับ หรือ หากโอตะต้องการเสริมประสิทธิภาพให้ถึงที่สุด สามารถเพิ่ม TC *1.4 เข้ามาได้ โดยจะเพิ่มระยะทำการเข้าไปอีกนั่นเอง

Click เพื่อเช็ค Promotion  >>> Olympus M.Zuiko 40-150 F2.8 Pro

– Olympus M.Zuiko 75-300 II F4-6.3

สำหรับโอตะที่ใช้งานกล้อง Olympus และต้องการหาเลนส์ที่สามารถถ่ายจากระยะไกลได้อยู่ละก็ เจ้า Olympus M.Zuiko 75-300 จะไม่ทำให้เป็นเรื่องยากอีกต่อไป ด้วยทางยาวโฟกัส 150-600 เมื่อเทียบกับ 35mm.  คุณจะได้เปิดมุมองและอารมณ์ในการถ่ายภาพในแบบที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน โดยเฉพาะการถ่าย Candid น้องๆ BNK48 ที่ระยะ 600mm. คงจะฟินกันไม่น้อย แต่อย่าลืมหามุม หรือ หาจุดยืนที่ดีไม่งั้น เราอาจจะ Candid แล้วติดแต่หัวคนที่อยู่ด้านหน้านั่นเองครับ

Click เพื่อเช็ค Promotion  >>> Olympus M.Zuiko 75-300 II

Sony

– Sony SEL 18-135 F3.5-5.6

” เลนส์อเนกประสงค์ครอบจักรวาล ” จะบอกนิยามนี้ก็คงไม่ผิดเท่าไรนัก เพราะการเป็นเลนส์ที่รองรับกับกล้อง Sony APS-C E-Mount ทำให้ระยะการใช้งานของเจ้า Sony SEL 18-135 F3.5-5.6 นั้น เมื่อคูณกับ Crop Factor จะเทียบเท่ากับ 27-202.5mm. กันเลยทีเดียว ด้วยช่วงการใช้งานดังกล่าว สามารถถ่ายได้ตั้งแต่อาหาร , วิว หรือจะเป็น Event ตั้งแต่ระยะชิดขอบเวที ไปจนถึงงานระดับกลางๆที่ไม่สามารถเข้าถึงบริเวณด้านในได้ จึงไม่แปลกที่จะเหมาะสำหรับผู้ใช้งานกล้อง Mirrorless Sony ครับ

Click เพื่อเช็ค Promotion  >>> Sony 18-135 E

– Sony 24-240 F3.5-6.3 FE OSS

เลนส์อเนกประสงค์ครอบจักรวาล ” ของฝั่งกล้อง Mirrorless Sony E-Mount Fullframe ที่มาพร้อมความสามารถในการซูมได้ถึง 10 เท่า แม้จะเป็นเลนส์ที่ออกแบบมาสำหรับกล้อง Mirrorless Fullframe แต่ก็สามารถใช้งานได้ทั้งกล้อง Full Frame และ APS-C ยิ่งใช้งานบนกล้อง Sony Mirrorless APS-C ด้วยแล้วละก็ จะได้ทางยาวโฟกัสที่ 36-360mm. กันเลยทีเดียวครับ นี่จึงเป็นอีกเลนส์ทางเลือกหนึ่งที่โอตะที่ใช้งานกล้อง Sony ต้องจับตามองให้ดีครับ เพราะ ช่วงการใช้งานนั้น ครอบคลุมตั้งแต่ระยะใกล้แบบประชิด , ระยะเกาะขอบเวที รวมไปถึงระยะ Candid จากระยะไกล เจ้า FE 24-240 ก็พร้อมตอบโจทย์ให้เหล่าโอตะครับ

Click เพื่อเช็ค Promotion  >>> Sony 24-240 E

– Sony 70-200 F4 G OSS

” ข้าวหลามขาว G ” เลนส์ซูม Telephoto ที่ออกแบบให้สามารถใช้งานได้ทั้งกล้อง Full Frame และ APS-C แม้จะออกแบบให้มีขนาดใหญ่เพื่อใช้งานกับกล้อง Fullframe แต่เมื่อใช้งานบนกล้อง APS-C จะทำให้ได้ทางยาวโฟกัสเพิ่มขึ้นเป็น 105-350mm. ที่ค่ารูรับ F4 ตลอดช่วงเลยทีเดียวครับ นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบกันสั่น Optical SteadyShot image stabilisation ที่ป้องกันภาพสั่นไหว หรือจะเป็น tripod mount ที่เหมาะสำหรับโอตะที่จับกล้องตัวเองขึ้นขาตั้ง เพื่อส่องจากระยะไกลนั่นเองครับ หรือ โอตะท่านใดทีพกบันไดมานี่คือโอกาสทองของคุณ เพราะด้วยหน้าตาของเลนส์ที่ดูภูมิฐาน แม้จะถ่ายจากระยะ Candid ก็พร้อมจะดึงดูด Eye Contact ของน้องๆ BNK48 บน Stage ได้เป็นอย่างดีครับ

Click เพื่อเช็ค Promotion  >>> Sony 70-200 F4 G

– Sony 70-200 F2.8 GM OSS

” ข้าวหลามขาว GM ” หากโอตะที่ใช้กล้อง Mirrorless Sony แล้วคิดว่าเจ้า FE 70-200 F4 G OSS ยังไม่ถูกใจละก็ เจ้านี่คือที่สุดสำหรับเลนส์ Telephoto Zoom ของฝากฝั่ง Sony ครับ ออกแบบให้สามารถใช้งานร่วมกันกับกล้อง Full Frame และ APS-C ได้อย่างลงตัว เมื่อใช้งานบนกล้อง APS-C จะทำให้ได้ทางยาวโฟกัสเพิ่มขึ้นเป็น 105-350mm. ที่ค่ารูรับ F2.8 ตลอดช่วงเลยทีเดียวครับ เรียกได้ว่าละลายหลังกันสุดๆไปเลยครับ มาพร้อมคอลล่าแบบ Built-in เป็นชิ้นเดียวกับตัวเลนส์ เหมาะสำหรับการใช้งานบนขาตั้ง หรือจะขึ้นนั่งประจำการบนบันไดส่วนตัวก็จะสะดวกเป็นอย่างมากครับ เพราะ ด้วยระยะทำการ ต้องบอกเลยว่า เจ้า FE 70-200 F2.8 GM OSS เกิดมาเพื่องาน Event โดยเฉพาะครับ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายจากระยะไกล หรือ ระยะ Candid ก็พร้อมเสมอแม้จะแลกกับน้ำหนักตัวที่มากถึง 1.4 KG ก็ตามที

Click เพื่อเช็ค Promotion  >>> Sony 70-200 F2.8 GM

Fujifilm

– Fujifilm XF 18-135 F3.5-5.6 R LM OIS WR

มาถึงโอตะที่ใช้งานกล้อง Mirrorless จาก Fujifilm กันบ้าง มาดูที่เจ้าเลนส์ Super Zoom อย่าง XF 18-135 ซึ่งเป็นเลนส์สำหรับกล้อง Fuji X Series ระยะเทียบเท่ากับ 27-202.5mm. บนกล้อง Fullframe ถือเป็นเลนส์เดียวเที่ยวทั่วไทย เระยะการใช้งานที่คลอบคลุมตั้งแต่ช่วง Wide อ่อนๆ จนไปถึงช่วง Telephoto ได้แบบง่ายๆ สำหรับโอตะที่มองหาเลนส์สำหรับถ่ายน้องๆ BNK48 ทั้งในระยะประชิด , ระยะหน้าเวที รวมถึง Candid จากระยะไกล ถือว่าตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีครับ

ราคาและโปรโมชั่น Click  :  fujinon xf 18-135 f3.5-5.6

 Fujifilm XF 50-140 F2.8 OIS WR

หากโอตะที่ใช้งานกล้อง Mirrorless จาก Fujifilm ต้องการ Output ที่มีคุณภาพสูงละก็ ต้องมองมาเจ้านี่ครับ เลนส์ Telephoto Zoom คุณภาพสูงสำหรับกล้อง Fuji X Series ระยะเทียบเท่ากับ 75-210mm. บนกล้อง Fullframe มาพร้อมค่ารูรับแสงกว้างถึง F2.8 ตลอดช่วงตั้งแต่ 50mm. ถึง 140mm. แน่นอนคงถูกใจโอตะอย่างแน่นอน โดยเฉพาะสาย Candid และ โอตะที่เน้นการถ่ายระยะไกล เพราะสามารถถ่ายหน้าชัด หลังเบลอ ฉากละลายที่สวยงาม โดยมีข้อแม้ที่ผู้ถ่ายไม่สามารถเข้าถึงตัวแบบได้โดยง่ายนั่นเอง มาพร้อม Tripod Collar สำหรับการขึ้นขาตั้งเมื่อต้องใช้งานในสถานการณ์ที่ต้องการความนิ่งที่สุด หรือ โอตะที่พกบันไดมาเอง ก็สามารถขึ้นไปนั่งถ่าย หรือ ยืนถ่ายสวยๆได้อย่างสบายใจเช่นกันครับ

ราคาและโปรโมชั่น Click  :  fujinon xf 50-140 f2.8

– Fujifilm XF 55-200 F3.5-4.8 R LM OIS

หากโอตะที่ใช้งานกล้อง Fujifilm ต้องการการถ่ายระยะไกลในลักษณะ Candid ละก็ ต้องมองมาที่เจ้านี่เลยครับ มีจุดเด่นที่ Focus ทำได้อย่างรวดเร็ว ว่องไว กับงาน Event อย่าง BNK48 ด้วยแล้ว ยิ่งไวเท่าไร ยิ่งดีครับ ที่ระยะ 200mm. จะเทียบเท่า 300mm. บนกล้อง Fullframe ฉะนั้น หากสามารถจุดที่ถ่าย Candid หรือ สามารถขึ้นถ่ายบนบันได รับรองว่าจะได้ภาพของน้องๆ BNK48 ในระยะ Candid ที่ถูกใจแน่นอนครับ

ราคาและโปรโมชั่น Click  :  fujinon xf 55-200 f3.5-4.8

– Fujifilm XF 50-230 F4.5-6.7 OIS

โอตะที่ใช้งานกล้อง Mirrorless จาก Fujifilm คงจะไม่ลืมเจ้าเลนส์ Telephoto Zoom รุ่นนี้ เพราะ เจ้านี่มาพร้อมกับการเป็นเลนส์คิตในชุดนั่นเองครับ ด้วยระยะเทียบเท่ากับ 75-345mm. บนกล้อง Fullframe แม้จะเป็นเลนส์คิต แต่ก็ประมาทไม่ได้เช่นกัน โดยเฉพาะในช่วง Telephoto ที่ถือว่ามีทางยาวโฟกัสที่ค่อนข้างยาวที่สุดในบรรดาเลนส์ของ Fujifilm เกือบทุกรุ่นก็ว่าได้ ( เว้น Fujinon XF 100-400mm. F4.5-5.6 R LM OIS WR ) หลักๆหน้าที่ของเจ้านี่ คือ สามารถถ่าย Event BNK48 ได้ตั้งแต่ระดับหน้าเวที , ซูมจากระยะไกล และ ระยะ Candid นั่นเองครับ

และแน่นอนว่า ทีมงาน Zoomcamera ก็มีภาพตัวอย่างบางส่วนของน้องๆ BNK48 ที่มาจากงาน Event มาให้เพื่อนๆได้ชมกันด้วยครับ

 

*** สอบถามเพิ่มเติม ***

inbox : http://www.facebook.com/messages/zoomcamera

02-635-2330 ต่อ 0 / 083-067-7677 (หยุดวันอาทิตย์)

สาขาสีลม 02-635-2330-1 / 080-271-2772

สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วาน 02-951-8597 / 085-937-0123

สาขาเมกาบางนา 02-105-1926 / 086-554-1919

สาขาเดอะมอลล์บางแค 02-454-9598 / 084-033-0498

สาขาฟอร์จูนทาวน์ 02-642-1291 / 083-068-2775

 สาขา Central Festival เชียงใหม่ 052-068-787 / 096-878-4896

สาขา Central Westgate 02-060-4362 / 097-063-4328

สาขา Central  Festival หาดใหญ่ 095-702-7585

Leave a Reply