เปรียบเทียบ-fujifilm-xt4-vs-a7iii-a6600

เปรียบเทียบ Fujifilm X-T4 vs A7 III vs A6600 ใครเจ๋งกว่ากัน Leave a comment

ก่อนหน้าทีมงานได้ทำการ Preview X-T4 ไปเป็นที่เรียบร้อย เป็นกล้องในระดับ Semi-Pro ที่เจาะกลุ่มลูกค้าระดับ High-End ซึ่งในวันนี้ทีมงานขอทำการ เปรียบเทียบ Fujifilm X-T4 กับกล้องในระดับเดียวกัน ทั้งฟีเจอร์ และ สเปค X-T4 เพื่อประกอบการตัดสินใจอีกครั้งครับ

อนึ่ง ก่อนจะไปดูการ Compare Fujifilm X-T4 เพื่อนๆสามารถติดตาม Content พรีวิว และ/หรือ Content ที่เกี่ยวข้องกับ กล้องฟูจิ ได้จาก Link ด้านล่างนี้เลยครับ

รวม Content ที่เกี่ยวข้อง

เปรียบเทียบ Fujifilm X-T4 กับ กล้อง Mirrorless ในระดับเดียวกัน

เปรียบเทียบ Fujifilm X-T4 vs A7III vs A6600 ใครเจ๋งกว่ากัน

อย่างที่ทีมงานได้เกริ่นไปตอนต้นว่า กล้องฟูจิ รุ่นดังกล่าว วาง Position อยู่ใน Semi-Pro ซึ่งไม่ได้มีเพียงกล้องเพียงรุ่นนี้รุ่นเดียวในตลาด แต่ยังมีกล้องรุ่นอื่นๆจากแบรนด์ต่างๆด้วยเช่นกันครับ ว่าแล้วเดี๋ยวเรามาดูกันว่ามีกล้องรุ่นใดบ้างที่อยู่ในระดับใกล้เคียงกันบ้าง

ตาราง เปรียบเทียบ Fujifilm X-T4 และฟีเจอร์ของกล้องแต่ละรุ่น

สเปค x-t4

เปรียบเทียบ X-T4 vs X-T3

เปรียบเทียบ X-T4 vs x-t3

ไม่ใช่ใครที่ไหน กล้องรุ่นพี่นั่นเองครับ หากทีมงานจะบอกว่าสเปคและฟีเจอร์เกือบครึ่งก็ได้มาจากเจ้า X-T3 ด้วยเช่นกันครับ ไม่ว่าจะเป็นความละเอียดของ Sensor , ดีไซน์ , ระบบ Focus , Mode การถ่ายภาพต่างๆ รวมถึง Film Simulation ด้วยครับ

รีวิว Fujifilm X-T3

สิ่งที่กล้องรุ่นนี้มีความแตกต่างออกไป คงจะเป็นในส่วนของขนาดและน้ำหนักที่มี size เล็กกว่าอันเป็นผลมาจากการที่ไม่มีชุดระบบกันสั่นนั่นเอง แต่นั่นก็ทำให้เวลาที่ไปถ่ายภาพนิ่งหรือวิดิโอ ในบางสถานการณ์อย่าง Low Light อาจจะต้องเพิ่ม ISO ช่วยทดแทนไป

หรือในแง่ของ Film Simulation ที่เป็น Key Feature ประจำค่าย เสมือนเป็นการจำลองฟิล์มในอดีตให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในยุคดิจิตอล ที่นิยมใช้งานก็จะมี Classic Chrome Acros หรือ Classic Negative ที่ถูกบรรจุอยู่ใน X-Pro3 นั่นเองครับ

งาน Video ก็มี Feature ที่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นให้กับกล้อง Mirrorless X-Series ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น Video DCI 4K , 4K , FHD , Slowmotion รวมถึงระบบ Focus ที่เพิ่มความสามารถของ Eye AF Tracking เข้ามาแล้วเช่นกัน

เปรียบเทียบ X-T4 vs Sony A6600

เปรียบเทียบ X-T4 vs a6600

กล้อง Mirrorless ระดับ Semi-Pro จากค่าย Sony ที่เปิดตัวพร้อมวางจำหน่ายในตลาดมาซักระยะหนึ่งแล้ว ถือเป็นกล้องรุ่น Top ใน Lineup ที่เป็น Mirrorless APS-C ของ Sony ที่อัพเกรดขึ้นมาจาก Sony A6500 ที่เคยได้ชื่อว่า Speed Monster มาแล้วนั่นเอง

รีวิว Sony A6600 ภาพนิ่งดีวิดีโอเด่น ตัวจบ APS-C จาก Sony

สำหรับฟีเจอร์ของ Sony A6600 นั้น มาพร้อม Sensor ขนาด APS-C ความละเอียด 24mp ภายในติดตั้งระบบกันสั่นไหว 5 แกน ( 5 Axis ) ขับเคลื่อนระบบ Focus แบบ Hybrid ที่มีจุดโฟกัส 425 จุด พร้อมรองรับ Face + Eye AF แบบ Tracking ด้วยเช่นกัน

ในแง่งาน Video ก็มีฟีเจอร์ต่างๆที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ทั้งการรองรับ Video 4K , FHD , Slowmotion หรือจะเป็นจอ LCD ที่ออกแบบในลักษณะ Tilt up เพื่อใช้ในงาน Video โดยเฉพาะ พร้อมช่องต่อ mic. ขนาด 3.5mm. พร้อมเสร็จสรรพ

เปรียบเทียบ X-T4 vs Sony A7 III

เปรียบเทียบ X-T4 vs a7iii

ไหนๆทีมงานจะเปรียบเทียบ ขออนุญาตขยับไปรุ่นสูงกว่าอย่าง Sony A7 III กันครับ ทั้งนี้เพื่อนๆน่าจะรู้จักกล้องรุ่นนี้กันเป็นอย่างดี เพราะเป็น Mirrorless Fullframe ที่ทำให้ตลาดกล้อง Mirrorless กลับมาคึกคัก ลามไปจนถึงกระแส Mirrorless Fullframe กันเลยทีเดียวครับ

รีวิว Sony A7III สุดยอดกล้องเบสิคที่ควรมี!!

ด้วยความเป็นกล้อง Mirrorless Fullframe แน่นอนว่ามีภาษีดีกว่าในแง่ของขนาด Sensor ครับ มาพร้อมความละเอียด 24mp ซึ่งเป็น Base มาตรฐานในปัจจุบันไปแล้ว ซึ่งความละเอียดเท่านี้ ถือว่ามากเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันแล้วละครับ

ฟีเจอร์อื่นๆก็มีมาอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบกันสั่นแบบ 5 Axis , จอแบบ Tilt หรือจะเป็น Killer Feature ประจำค่ายอย่าง Eye AF ที่มีความโดดเด่นกว่ากล้องค่ายอื่น โดยสามารถเลือกให้ตรวจจับวัตถุที่เป็น Human หรือ Animal ได้อย่างง่ายดาย

ฝากฝั่งงาน Video ก็จัดมาให้ใช้งานเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Video 4K , FHD หรือ Timelapse ที่อาจจะต้องประยุกต์กับ Mode S&Q ทั้งนี้ Port ต่างๆสำหรับงาน Video ก็จัดมาให้ครบครัน ทั้ง mic. 3.5mm. , clean hdmi เป็นต้นครับ

เปรียบเทียบ Fujifilm X-T4 vs A6600 vs A7 III

เปรียบเทียบ X-T4 vs a6600 vs a7iii
Fujifilm X-T4 vs Sony A6600 vs Sony A7 III

จอ LCD แบบ Vario Angle เติมเต็มการใช้งานที่หลากหลายขึ้น

ปกติผู้ใช้งานส่วนมากจะนิยมมองผ่านช่องมองภาพ ไม่ว่าจะเป็น EVF หรือ OVF เพื่อเพิ่มความถนัดและความแม่นยำในการเล็ง Focus ไปที่จุดใด จุดหนึ่ง ได้อย่างสะดวก ทว่าจอ LCD ก็จำเป็นไม่แพ้กัน ยิ่งในยุค Social เช่นนี้ จอ LCD มีอิทธิผลต่อการใช้งานเช่นกัน

เราลองสังเกตดูจะพบว่า กล้อง Mirrorless หลายๆรุ่นจะมีจอ LCD ที่ถูกออกแบบให้มีลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ทั้งจอ Fix , จอ Tilt หรือ จอ Vario Angle โดยจอแต่ละรูปแบบต่างก็ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกันออกไป

อย่างจอในลักษณะ Vario Angle หรือ จอพับ นั้น เป็นครั้งแรกในกล้อง X-Series ที่ถูกบรรจุเข้ามา จากเดิมเราจะเห็นแต่ใน X-T100 , X-T200 หรือ X-A7 เท่านั้นครับ

preview x-t4
จอ LCD แบบ Vario Angle ครั้งแรก X-T Series

ข้อดีของจอในลักษณะแบบนี้ จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเรายามที่ต้องการจะถ่ายเซลฟี่ , ถ่าย Video , ถ่าย VLOG หรือ ทำเป็นกล้อง Live ก็สะดวกลง อีกทั้งยังสามารถทำงานเพียงลำพัง พร้อมจัด Composition ไปพร้อมๆกันได้อย่างลงตัว

กลับกัน X-T3 ซึ่งเป็นรุ่นพี่ ยังคงใช้จอ LCD ในลักษณะ 3 Ways Tilt ซึ่งสามารถปรับองศาออกมาด้านข้างได้อีก Step แตกต่างจากจอ Tilt ทั่วๆไป ทั้งนี้อาจจะยังไม่ใช่คำตอบ สำหรับกล้องที่เน้นตอบโจทย์งาน Video Video , VLOG ซักเท่าไร

เปรียบเทียบ x-t4 พรีวิว x-t4
X-T4 มาพร้อมจอ Vario LCD ส่วน X-T3 เป็นจอแบบ 3 Ways Tilt

ฝั่ง A6600 แม้จะเป็นจอในลักษณะ Tilt เป็นถูกปรับใหม่ให้ออกมาเป็น Tilt Up ซึ่งจะสามารถพับขึ้นด้านบนได้ 180 องศาด้วยกัน ใครเคยใช้งาน Sony A5100 น่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี และแน่นอน ตอบโจทย์งานเซลฟี่ / Video / VLOG แน่นอน แต่ มีข้อแม้เล็กน้อย

เปรียบเทียบ x-t4 พรีวิว x-t4
ในขณะที่ Sony A6600 เป็นจอแบบ Tilt Up

ข้อแม้นั้น ยามที่เราต้องการจะติดตั้ง mic. แยก จะทำให้ตัว mic. บังหน้าจอ LCD ที่ Tilt up ขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงได้ลำบาก ทั้งนี้ยังพอมีทางแก้ไขอยู่บ้าง ด้วยการซื้อ Adapter เสริมที่เป็นลักษณะ Cold Shoe เพื่อยื่นฐานออกไปด้านข้าง เพียงเท่านั้น ก็จะไม่บังจอแล้วละครับ

ด้าน Sony A7III แม้จะเป็นกล้อง Mirrorless Fullframe แต่จอ LCD ถูกออกแบบในลักษณะ Tilt ถ้าใช้งานเพียงภาพนิ่งอาจจะไม่ส่งผลเท่าไรนัก แต่สำหรับงาน Video อาจไม่ตอบโจทย์ เพราะ ไม่สามารถดูจอเพื่อจัด Composition ได้ หรือ จำเป็นต้องมีผู้ใช้นั่นเอง

เปรียบเทียบ x-t4 พรีวิว x-t4
ด้าน Sony A7 III เป็นจอแบบ Tilt ที่เหมาะกับภาพนิ่งเป็นหลัก

สรุป X-T4 โดดเด่นที่สุดในเรื่องจอ Vario Angle

ในแง่ของจอ LCD ทาง X-T4 ดูมีภาษีดีที่สุด ตอบโจทย์การทำงานทั้งภาพนิ่งและวิดิโอได้อย่างลงตัว รองลงมาคือ Sony A6600 ส่วน X-T3 และ Sony A7 III ตอบโจทย์งานในลักษณะภาพนิ่งเป็นส่วนใหญ่ครับ

เซนเซอร์และความละเอียด ทั้งที่เป็น APS-C และ Fullframe

กล้อง Mirrorless แต่ละรุ่นที่วางจำหน่ายในตลาดต่างก็ใช้ Sensor ที่มีขนาดแตกต่างกันออกไป แน่นอนว่ากล้องทั้ง 4 รุ่นที่นำมาเปรียบเทียบให้เพื่อนๆได้ชมกัน ก็มีความแตกต่างอยู่เหมือนกันครับ เดี๋ยวเรามาดูกันทีละกลุ่มกันว่าแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

กลุ่มแรกจะเป็นกล้อง Mirrorless ที่ใช้ Sensor APS-C เหมือนกันทั้ง 3 รุ่นครับ แม้จะใช้ Sensor ขนาดเดียวกัน แต่จะเห็นว่า Fujifilm X-T4 และ X-T3 จะมีความละเอียดที่สูงกว่าเล็กน้อยครับ โดยมีความละเอียดอยู่ที่ 26mp ด้วยกันทั้งคู่นั่นเองครับ

sensor กล้องฟูจิ
X-Trans BSI CMOS บน X-T4 และ X-T3
sensor กล้องฟูจิ x-t4
ด้าน Sony A6600 เป็น Sensor BSI CMOSความละเอียด 24 Megapixels

กลุ่มถัดมา คราวนี้จะเหลือเพียง 2 รุ่นเท่านั้น โดยรุ่นที่เหลือคือ Sony A7 III ซึ่งถ้าวัดเฉพาะ Sensor แล้ว จะเห็นว่า Sensor ของ Sony A7 III จะใช้ขนาด Fullframe ซึ่งมีขนาดที่ใหญ่กว่าอย่างชัดเจนครับ แม้จะมีความละเอียดที่ 24mp ซึ่งน้อยกว่าก็ตามที

กล้องฟูจิ vs กล้อง sony
Sony A7 III มาพร้อม Sensor Fullframe ใครชอบ Dynamic Range โหดๆ Noise เนียนๆ ต้องรุ่นนี้

แน่นอนว่า Performance ของภาพที่จะได้จาก Fullframe ย่อมดีกว่าแน่นอนครับ โดยเฉพาะเรื่อง Dynamic Range และ Noise ที่ใครเป็นสาย Process ภาพน่าจะชื่นชอบไฟล์จาก Fullframe อยู่ไม่น้อย แต่ไฟล์บน APS-C ก็สามารถ Process ได้เช่นกัน แม้จะมีขีดจำกัด รวมถึงคุณภาพอาจจะเป็นรอง Fullframe ไปบ้างก็ตามที

สรุป Sony A7 III โดดเด่นที่สุดใน Sensor ขนาด Fullframe

อย่างที่ทราบกันดี ขนาดของ Sensor ก็มีผลต่อคุณภาพของภาพที่จะได้ด้วยเช่นกัน และจะยิ่งเห็นผลได้อย่างชัดเจนขึ้น เมื่อต้องนำรูปมาทำการ Process เพราะ จะมี Effect ข้างเคียง อาทิเช่น Dynamic Range , Noise หรือ DOF ที่ Fullframe ค่อนข้างจะทำได้ดีอยู่แล้ว

ทั้งนี้ในแง่ของ Performance และ Output ที่จะได้จาก Fujifilm X-T4 นั้น อาจจะต้องติดตามชมอีกครั้งใน Field Test ของ Full Review ครับ

ระบบ Focus แบบ Hybrid พร้อม Eye-AF ที่เหนียว แน่น หนึบ

ในยุคที่ความรวดเร็วและความแม่นยำต้องมาก่อน ผู้ผลิตกล้อง Mirrorless ในแต่ละค่ายต่างมีการ R&D เพื่อคิดค้นระบบโฟกัสที่จะสามารถตอบสนองการใช้งานให้กับผู้ใช้งานได้ในหลากหลายสถานการณ์ โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องตะขิดตะเขียงใจแต่อย่างใด

ในการเปรียบเทียบ Fujifilm X-T4 นี้ ทีมงานได้นำกล้องอีก 3 รุ่น อย่าง X-T3 , A6600 และ A7 III มาร่วมด้วย ซึ่งต้องบอกก่อนว่า ทั้ง 4 รุ่นต่างใช้ระบบ Focus แบบ Hybrid ที่ประสานการทำงานระหว่าง PDAF และ CDAF เข้าด้วยกัน เหมือนกันทั้ง 4 รุ่น

ระบบโฟกัส กล้องฟูจิ
ระบบโฟกัส กล้องฟูจิ vs sony
X-T4 / X-T3 และ A6600 มาพร้อม Hybrid AF พร้อม Focus 425 จุด

แต่จะมีเพียง Sony A7 III ที่ดูจะมีภาษีดีที่สุดในเรื่อง Focus เนื่องจากระบบ Focus แบบ Hybrid นี้ มาพร้อมกับจุด Focus ที่มากถึง 693 จุด กระจายครอบคลุมทั่ว Sensor ในขณะที่อีก 3 รุ่น มีจำนวนจุด Focus เพียง 425 จุด เท่านั้นครับ

ระบบโฟกัส กล้องฟูจิ
ส่วน A7 III จะมีจำนวนจุดมากกว่าอยู่ที่ 693 จุด

นอกจากจำนวนจุด Focus แล้ว อีกฟีเจอร์ที่เพื่อนๆน่าจะนึกถึงกันใน ชม.นี้ คือ EYE AF ครับ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ประจำปีนี้ไปเป็นที่เรียบร้อย และคาดว่าจะเป็น Base Feature ที่จะต้องบรรจุลงกล้อง Mirrorless ในอนาคตด้วยเช่นกันครับ

eye af กล้องฟูจิ
กล้อง Mirrorless ปี 2020 ส่วนมากจะมี Eye AF กันเรียบร้อบ

กล้อง Mirrorless ทั้ง 4 รุ่นต่างก็รองรับฟีเจอร์ Eye AF กันอย่างครบถ้วน อาจจะแตกต่างกันในส่วนของความไวและความแม่นยำอยู่บ้างเล็กน้อย ยกเว้น A6600 และ A7 III ที่ถูกเพิ่มขีดความสามารถอย่าง Eye AF เฉพาะกับ Human หรือ Animal นั่นเองครับ

fujifilm xt4 vs xt3 vs a6600 a7iii animal eye af
ยกเว้น Sony ที่มีทีเด็ดอย่าง Animal Eye AF เพิ่มเข้ามาแล้ว

สรุป Sony A7 III และ Sony A6600 โดดเด่นในเรื่อง AF Tracking

อย่างที่ทราบกันดี ขนาดของ Sensor ก็มีผลต่อคุณภาพของภาพที่จะได้ด้วยเช่นกัน และจะยิ่งเห็นผลได้อย่างชัดเจนขึ้น เมื่อต้องนำรูปมาทำการ Process เพราะ จะมี Effect ข้างเคียง อาทิเช่น Dynamic Range , Noise หรือ DOF ที่ Fullframe ค่อนข้างจะทำได้ดีอยู่แล้ว

ระบบกันสั่นไหว 5 แกน Next Gen ดีขึ้นเหมือนองค์ลง

ถ้าเรากาง สเปค X-T4 ดูจะพบว่าทางฟูจิฟิล์มได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ลงใน X-T Series อย่างตัวระบบกันสั่นไหวในตัวกล้อง หรือ ที่เรารู้จักกันในชื่อ 5-Axis นั่นเองครับ ซึ่งเดิมทีจะมีเพียง Fujifilm X-H1 เพียงรุ่นเดียวที่มีฟีเจอร์ดังกล่าวครับ

ข้อดีของระบบกันสั่น 5 แกน จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับบรรดาเลนส์ Fixed หรือ เลนส์ Prime ได้เป็นอย่างดี เพราะปกติเลนส์กลุ่มนี้จะไม่มีชุดระบบกันสั่นภายใน ทำให้บางสถานการณ์เราอาจจะเจอภาพสั่นไหว หรือ ต้องชดเชยค่า ISO สูงๆเพิ่มเข้าไปนั่นเอง

สำหรับประสิทธิภาพของระบบกันสั่นไหว 5 แกน จะมีตั้งแต่ลดการสั่นไหว 5 – 6.5 stops ด้วยกันตามแต่ประสิทธิภาพของชุดกันสั่นนั้นๆ ทั้งนี้หากอิงตาม สเปค X-T4 ชุดกันสั่นภายในจะสามารถลดอาการสั่นไหวได้สูงสุดถึง 6.5 stops เลยทีเดียวครับ

กันสั่น fuji vs sony
สเปค X-T4 มาพร้อมกันสั่น 5 แกน ที่ถูกยกเครื่องใหม่จาก X-H1

กลับกัน A6600 และ A7 III แม้จะติดตั้งระบบกันสั่นแบบ 5-Axis แต่ในแง่ประสิทธิภาพนั้น สามารถที่จะลดอาการสั่นไหวได้สูงสุดที่ 5.5 stops แม้อาจจะน้อยกว่า ทั้งนี้มีปัจจัยแวดล้อมอื่นๆเสริมด้วย เช่น ขนาด Sensor , การจับถือกล้อง รวมถึง โมดูลชุดกันสั่น ด้วยเช่นกัน

กันสั่น fuji vs sony

ทีนี้ถ้าเราพิจารณากลุ่มกล้องทั้ง 4 รุ่น จะเห็นว่ามีเพียง กล้องฟูจิ X-T3 เพียงรุ่นเดียวเท่านั้น ที่ไม่ได้ติดตั้งระบบกันสั่นไหวแบบ 5-Axis เข้ามา จำเป็นจะต้องอาศัยระบบกันสั่นจากตัวเลนส์ หรือ Lense O.I.S เป็นหลักนั่นเองครับ

fuji 5-axis
ทั้งนี้ X-T3 จะยังใช้ระบบกันสั่นที่เลนส์เป็นหลัก

สรุป X-T4 มีภาษีเรื่องกันสั่นดีที่สุด

ถ้าเพื่อนๆเคยใช้งาน กล้องฟูจิ X-H1 มาก่อน ก็น่าจะรู้ถึงประสิทธิภาพของ 5-Axis ได้เป็นอย่างดีครับ แน่นอนว่าพอเป็น 5-Axis Next Gen ที่ถูกยกเครื่องใหม่ พร้อมเคลมไว้ถึง 6.5 Stops แน่นอนว่า สวรรค์สำหรับคนที่นิยมใช้งานเลนส์ Fixed / เลนส์ Prime เป็นหลักแน่อน

ทั้งนี้ประสิทธิภาพของระบบกันสั่นใน X-T4 นั้น อาจจะต้องรอทดสอบในภาค Full Review อีกครั้งหนึ่งนะครับ ว่าจะสามารถลดอาการสั่นไหวได้มากถึง 6.5 Stops ตามที่ สเปค X-T4 ได้เคลมไว้หรือไม่อย่างไรนะครับ

งาน Video สุดติ่ง 4:2:2 10-bit / bitrate มหาศาล

ถ้าพูดถึงงาน Video เชื่อว่าเพื่อนๆน่าจะนึกถึงกล้องค่ายอื่นๆอย่าง Canon , Panasonic หรือ Sony ที่ขึ้นชื่อเรื่องงาน Video มาโดยตลอด แต่สำหรับหัวข้ออาจจะสร้างเซอไพรส์ให้กับเพื่อนๆ ชนิดที่ผู้เขียนเองยังมึนๆงงๆเช่นกันครับ

ปกติเพื่อนๆอาจจะติดภาพกล้องจากค่ายฟูจิฟิล์ม จะเน้นในเรื่องภาพนิ่งเป็นหลัก แต่ภาพเดิมๆจะเปลี่ยนไป เพราะฟีเจอร์วิดิโอที่ถูกบรรจุมานั้น ไม่ได้น้อยหน้ากว่าใคร เผลอๆอาจจะใส่มาเยอะกว่ากล้องในระดับเดียวกันซะด้วยซ้ำครับ

สเปค x-t4 video
เราเน้นงาน Video มากขึ้นแล้วนะ

ฟีเจอร์วิดิโอที่ถูกบรรจุเข้ามานั้น มีให้เลือกใช้งานหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น DCI 4K , DCI 2K , 4K , FHD , Slowmotion เรียกว่าครบๆจบๆในตัวเลยทีเดียวครับ อีกทั้งยัง video ยังรองรับทั้งแบบ 8-bit และ 10-bit ด้วยเช่นกัน ยิ่งทำให้มีคุณภาพคับแก้วยิ่งขึ้น

สเปค x-t4 video
รูปแบบ Video ทั้ง 4:2:2 และ 4:2:0 ไม่ว่าจะ 8-bit หรือ 10-bit

จุดเด่นที่ผู้เขียนรู้สึกชอบเป็นพิเศษ คือ Video FHD 240p ครับ ซึ่งถ้าเราลองเช็คสเปคกล้องในระดับเดียวกัน แทบจะบอกเลยว่ายืนหนึ่งในตลาดเลยทีเดียวครับ แต่ทั้งนี้ต้องรอทดสอบอีกครั้งว่า จะรองรับ MF อย่างเดียว หรือ ใช้งาน AF ได้หรือไม่อย่างไรนะครับ

กล้องฟูจิ x-t4
ยืนหนึ่งในตลาดด้วย Video FullHD 240p รองรับ Auto Focus

ข้อดีของการได้ FHd 240p คือ เราสามารถนำไฟล์ Video นั้นๆมาทำเป็น Effect ได้อย่างง่ายๆในโปรแกรมตัดต่อนั่นเองครับ ซึ่งกล้องอีก 3 รุ่น สามารถตั้งสูงสุดได้ที่ 120p ทำให้ Effect Slow อาจจะน้อยกว่า หรือ ไม่ค่อยถูกใจซักเท่าไรนัก

fujifilm xt4 vs xt3 vs a6600 a7iii video slowmotion
ในขณะที่กล้องส่วนมากจะได้ FullHD เพียง 120p เท่านั้น

Bitrate ใน Video ก็สำคัญเช่นกันครับ อารมณ์แบบอ่านหนังสือ 1 หน้า กับ อ่านหนังสือ 10 หน้า ปริมาณการรับข้อมูลก็แตกต่างกันอย่างแน่นอน เช่นกันในงาน Video ยิ่ง Bitrate สูง ยิ่งเก็บข้อมูลมากขึ้น ไฟล์จะยิ่งมีคุณภาพมากตาม แลกกับความจุที่ทวีคูณเช่นกันครับ

สำหรับค่า Bitrate ในงาน Video ของฟูจิฟิล์มนั้น จัดว่าค่อนสูงมากเลยครับ อย่าง FHD ก็มี Bitrate ตั้งแต่ 50 – 200 mb/s หรือ ถ้าเป็น Video 4K ก็ขยับขึ้นมาเป็น 100 – 400 mb/s ทั้งนี้จำเป็นต้องใช้การ์ด UHS-II ในระดับ V60 ขึ้นไป เพื่อรองรับงานดังกล่าวด้วยครับ

fujifilm xt4 vs xt3 vs a6600 a7iii video bitrate
bitrate โหดมาก สูงสุดที่ 400 mb/s เลยทีเดียว

ในขณะที่ A6600 และ A7 III ต้องยอมรับว่า bitrate อาจจะทำมาในระดับหนึ่ง โดยถ้าเป็น FHD จะอยู่ที่ 50 – 100 mb/s ส่วนถ้าเป็น Video ระดับ 4k จะอยู่ที่ 60-100 mb/s ครับ

fujifilm xt4 vs xt3 vs a6600 a7iii video bitrate sony
คู่แข่งในตลาด ส่วนมากจะมี bitrate ที่ 50-100 mb/s เป็นส่วนใหญ่

สรุป X-T4 มีฟีเจอร์ Video ที่ดีกว่าและโหดกว่า

อย่างที่ผู้เขียนได้เกริ่นไว้ใน Preview X-T4 ว่ากล้อง Mirrorless รุ่นนี้จะเป็นกล้องที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะกับงาน Video ที่ใครชอบการ Process Video ทั้ง Performance และ Slowmotion กล้องรุ่นนี้จัดให้เต็มๆทั้ง Bitrate ที่สูง และ fps ที่มากถึง 240p ทีเดียว

แบตเตอรี่ใหม่ อึดขึ้น ถ่ายได้เยอะขึ้น

นิยามที่ว่ากล้อง Mirrorless ตัวเล็ก แบตน้อย ใช้ไม่ทน จริงอยู่อาจจะเป็นนิยามในอดีต แต่ในปัจจุบันกล้อง Mirrorless ในระดับ Semi-Pro หลายรุ่นต่างก็มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ถูกขัดจังหวะแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้ใน Preview X-T4 ทีมงานได้ทำการ Hand-ons รอบๆตัวรวมไปถึงแบตเตอรี่ด้วย ซึ่งแบตเตอรี่ได้ถูกออกแบบใหม่ มีความหนาขึ้น ใหญ่ขึ้น ประจุไฟมากขึ้น โดยมาพร้อมกับปะจุไฟขนาด 2,200 mAh สามารถถ่ายต่อเนื่องสูงสุดที่ 600 +/- เฟรม

compare fujifilm x-t4 vs กล้องฟูจิ x-t3
แบตใหม่ ไฉไลกว่าเดิม อัตรายิงต่อเนื่องมากขึ้นเกือบ 2 เท่าตัว

ตัดกลับมาที่กล้อง Mirrorless 3 รุ่นที่เหลือ เริ่มที่ X-T3 ยังคงใช้แบตรุ่นเดิมอย่าง NP-W126S ซึ่งมีประจุไฟเพียง 1,260 mAh สามารถถ่ายต่อเนื่องสูงสุด 390 +/- เฟรม ด้วยกัน

ขณะที่ Sony A6600 และ A7 III ดูจะมีภาษีดีกว่าอย่างเห็นได้ชัดครับ เนื่องจากกล้องทั้ง 2 รุ่น ต่างใช้แบต NP-FZ100 ที่มาพร้อมประจุไฟ 2,280 mAh ซึ่งประจุเยอะที่สุดในกลุ่ม อีกทั้ง สามารถถ่ายต่อเนื่องได้สูงสุดที่ 810 +/- ด้วยกันครับ ถือว่า แบตโหดและอึดมากครับ

compare fujifilm x-t4 vs sony a6600
compare fujifilm x-t4 vs sony a7iii
ทั้งนี้ แบต Z ของ Sony ดูจะมีภาษีดีกว่า อึดกว่า ถ่ายได้เยอะกว่า

นอกเหนือจากเรื่อง Battery แล้ว กล้อง Mirrorless ในปัจจุบันมักจะรองรับ Feature การชาร์จผ่าน USB เช่นกัน รวมถึงบางรุ่นสามารถที่จะชาร์จไปด้วยในขณะที่เปิดใช้งานกล้อง โดยเจ้า Sony A6600 และ Sony A7 III ก็รองรับการชาร์จไฟพร้อมใช้ไปเช่นกันครับ

ทางด้าน X-T4 ในภาค Preview X-T4 จะเห็นว่ามาพร้อมกับ Port USB Type-C แตกต่างจาก Sony ที่ยังเป็น micro USB อยู่ ทั้งนี้ฟีเจอร์การชาร์จไฟในขณะใช้งานนั้น อาจต้องขอทดสอบในภาค Full Review อีกครั้งนะครับ

สรุป แบต Sony NP-FZ100 ทำผลงานได้ดีกว่า

แม้ว่า NP-W235 จะเป็นแบตเตอรี่รุ่นใหม่ของ กล้องฟูจิ X-T4 ที่มาพร้อมประจุไฟมากถึง 2,200 mAh มากกว่ารุ่นเดิมถึง 1,000 mAh ด้วยกัน ทั้งนี้ในด้านผลทดสอบจาก CIPA Test จะเห็นว่า Sony สามารถได้คะแนนได้ดีกว่า เมื่อชาร์จเต็มสามารถถ่ายได้ที่ 820 เฟรมด้วยกัน

ทั้งนี้ตัวเลขที่มาจากผล CIPA Test อาจจะยังไม่ได้ชี้วัดได้อย่าง 100% เพราะ มีปัจจัยแวดล้อมอื่นๆยามที่เราออกไปใช้งานจริง เช่น สภาพอากาศ , จอ LCD , การถ่ายรัว และ/หรือ การเปิด Standby ไว้ โดยไม่ได้ถ่าย ด้วยนะครับ

สรุป เปรียบเทียบ Fujifilm X-T4 กล้องดีที่ไม่ควรพลาด

มาถึงช่วงท้ายของ Compare Fujifilm X-T4 กันแล้วนะครับ ซึ่งเราจะเห็นว่า กล้องฟูจิ เริ่มมีการพัฒนาฟีเจอร์ในส่วนของ Video อย่างต่อเนื่อง ยิ่งถ้าดู สเปค X-T4 ประกอบด้วยแล้ว ถือว่าเป็นกล้อง Mirrorless อีก 1 รุ่นที่น่าจับตามอง

กล้องฟูจิ x-t4

สำหรับเพื่อนๆที่สนใจ สามารถที่จะศึกษาข้อมูลจาก Content นี้ และ/หรือ Preview X-T4 ที่ทีมงานได้ทำไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อประกอบการตัดสินใจ

📍ลูกค้าที่สนใจสั่งซื้อสินค้า สามารถติดต่อสั่งซื้อได้ผ่านช่องทางออนไลน์ของทางร้านได้ตลอด 24 ชม. หรือ โทรเข้ามาโดยตรงผ่านโทรศัพท์

แอดไลน์ ID:@ZoomCamera หรือ หน้าเว็บไซด์ ZoomCamera
086-349-7224 / 02-635-2330 ต่อ 0 (หยุดวันอาทิตย์)

Banner Contact 2020 Part1 Generic
Banner Contact 2020 Part2 Cleaning Service
Banner Contact 2020 Part3 Contact Us

Leave a Reply

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!