เปรียบเทียบ gopro 8

Gopro Hero 8 ดีมั้ย สรุปพร้อมข้อมูลเปรียบเทียบ Leave a comment

ในที่สุด โกโปร 8 กล้อง Action Camera รุ่นล่าสุดจากค่าย Gopro ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อย ทุกๆครั้งที่ Gopro มีการเปิดตัวสินค้าใหม่มักจะสร้างความฮือฮาด้วยสเปคและฟีเจอร์ผ่านทาง Teaser อยู่เสมอ ซึ่งในวันนี้ทีมงาน Zoomcamera จะมาเปรียบเทียบ Gopro Hero 8 vs Gopro Hero 7 ว่ามีความแตกต่างมากน้อยเพียงใด เดี๋ยวเรามาดูกันว่าจะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

เปรียบเทียบ Gopro Hero 8

Gopro Hero 8

 

กล้อง Action Camera รุ่นล่าสุดจากค่าย Gopro ที่มีการปรับปรุงและพัฒนาส่วนต่างๆของ Gopro Hero 7 ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ , สเปค และ/หรือ ฟีเจอร์ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับ Gopro Hero 8 นั้นมาพร้อมกับกล้องความละเอียด 12 ล้านพิกเซล โดยที่ตัวเครื่องได้ดีไซน์ให้ Body มีตัวล็อคกับอุปกรณ์อื่นๆ ติดตั้งมาในตัวทันที อีกทั้งมีความเบาลง 14% พร้อมกับพัฒนาระบบกันสั่นไหว HyperSmooth ให้เป็น HyperSmooth 2.0 ที่สามารถใช้งานได้กับทุกความละเอียดและเฟรมเรท และ Feature อย่าง Boost mode ที่ช่วยเพิ่มความนิ่งยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีก เรียกได้ว่าเอาใจสาย Video และ/หรือ VLOG กันเต็มๆ

นอกจากนี้ฟีเจอร์งาน Video ยังรองรับการถ่ายความละเอียดวิดีโอได้สูงสุด 4K 60fps, 1080p 240fps หรือ Video Slowmotion ที่รองรับถึง 8x ได้ด้วยเช่นกัน

บทความที่เกี่ยวข้องกับ โกโปร 8

Gopro Hero 7

 

GoPro Hero 7  มีการซอยรุ่นออกอีก 3 รุ่น ทั้งรุ่น Black, Silver และ White ซึ่งวาง Position ในตลาดตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปถึงระดับมือโปร นั่นเอง ซึ่งได้กระแสตอบรับกลับมาค่อนข้างที่จะดีทีเดียว เพราะ เสมือนเป็นการระบุว่ารุ่นใด เหมาะกับงานแนวไหน , เหมาะกับใคร ในระดับราคาแบ่งชัดเจน จึงทำให้เจ้า Gopro Hero 7 ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องนั่นเองครับ

  • Black  =  รุ่น Top สุดของ Gopro 7 Series จัดเต็ม Feature ต่างๆ ทั้งงานภาพนิ่งและวิดิโอ ในระดับงานซีเรียส / ระดับมือโปร
  • Silver  =  ระดับ Semi Feature บางอย่างถูกลดทอนจากรุ่น GoPro Hero 7 Black ลงไปบ้าง รวมถึงราคาด้วยเช่นกัน
  • White  =  ระดับ Entry ที่เน้นตอบโจทย์ผู้ใช้งานระดับเริ่มต้น หรือ ระดับมือใหม่

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

มีอะไรใหม่ใน Gopro Hero 8

ดีไซน์ใหม่ เบาลง คล่องตัวยิ่งขึ้น

กลับมารอบนี้ ได้มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ ให้เบาขึ้น ( 14% ) และ ปรับเปลี่ยนตำแหน่งโลโก้ รวมไปถึงการปรับตำแหน่งไมโครโฟนให้มาอยู่ด้านหน้าเพื่อช่วยให้รับเสียงได้ดีขึ้น และ ที่เห็นเด่นชัดเลย คือ Built-in Mounting เป็นการเอาตัวเม้าที่ไว้ใช้ต่อกันไม้ จากรุ่น Gopro Hero 7 Black เป็นชิ้นส่วนแยกแต่พอมาในรุ่น Gopro Hero 8 Black นี้ติดมากับตัวกล้องเลย พับเก็บได้เรียบร้อยสวยงาม ไม่ต้องกลัวว่าตัวต่อจะหายอีกต่อไป

Design Gopro Hero 8Front Gopro Hero 8

นอกจากนี้ตัววัสดุที่ใช้ทำตัวเลนส์ทางโกโปรได้พัฒนาให้มีความแรงเพิ่มมากขึ้นเป็น 2 เท่า ตัวบอดี้ไม่สามารถใส่ Housing เดิมของ Gopro Hero 7 Black ได้ แต่ใช้อุปกรณ์เสริมบางอย่างได้เหมือนเดิม ทั้งนี้หากสินค้าเข้ามาทางทีมงาน ZoomCamera จะเอามาทดลองใช้งานร่วมกันให้ชมครับ และ มีระบบกันน้ำลึกได้สูงสุด 10 เมตร พร้อมไปลุยกับคุณได้ทุกที เหมือนรุ่นเดิม

วางแผนก่อนถ่ายด้วย Capture Preset

Gopro Hero 8 Feature Capture preset

ต้องบอกว่า Feature นี้ ตอบโจทย์ทั้งมือใหม่ มือสมัครเล่น รวมถึง มืออาชีพตั้ง เพราะ ปกติเมื่อถึงหน้างาน เรามักจะง่วนอยู่กับการ Setting ค่าต่างๆก่อนที่จะลงมือถ่าย แต่สำหรับ GoPro Hero 8 นั้น จะมี Preset การตั้งค่าต่างๆ ที่เราใช้บ่อยเอาไว้ล่วงหน้า เพื่อเปลี่ยนได้ทันที เช่น Standard เราอาจจะตั้งค่าไว้ที่ 1080 30Fps และเมื่อเราต้องการถ่ายชอตที่จะเอามาทำสโลว์โมชั่น เราก็สลับมาใช้ Preset Slo-mo ที่เราตั้งค่าไว้ที่ 1080 240Fps ได้ทันที

Narrow มุมมองใกล้เคียงกับ Smartphone

Feature Narrow

ปกติแล้วกล้อง Action Camera จะสามารถถ่ายมุมกว้างได้อยู่แล้ว แต่ Gopro Hero 8 Black นี้สามารถปรับมุมมองภาพด้วยเลนส์ 4 แบบ ได้แก่ มุม Narrow ซึ่งจะเป็นช่วงเทียบเท่ากับกล้องถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟนทั่วไป สำหรับบางโอกาสที่เราไม่ต้องการถ่ายภาพมุมกว้าง และ เพื่อให้เข้าใจการเลือกใช้มุมมองได้ง่ายดายยิ่งขึ้น จึงมีการใส่ช่วงระยะของเลนส์ที่เทียบเท่ากับกล้อง Full Frame มาบอกเป็น Guideline เช่น มุม Wide จะอยู่ที่ช่วงเลนส์ 16-34mm นอกจาก 2 มุมมองนี้แล้วยังมี แบบ Linear ที่ปรับมุมมองภาพให้ไม่มีการบิดเบี้ยวของเลนส์ และ มุมแบบ Super Wide ที่กว้างเป็นพิเศษไว้เก็บบรรยากาศสวย ๆ เวลาเราไปเที่ยวอีกด้วย

Video จะไม่เอียงด้วย Horizon Leveling

Feature horizon

ฟังก์ชั่นใหม่ล่าสุดที่จะช่วยรักษาระดับเส้นขอบฟ้าให้กับวีดีโอของคุณ ถึงแม้ว่าขณะถ่ายกล้องจะเอียง ซึ่งสามารถใช้งานได้ง่ายๆ เพียงถ่ายวีดีโอตามปกติ จากนั้นเมื่อได้ฟุตเทจที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการเชื่อมต่อกล้องเข้ากับแอพ GoPro แล้วเลือกแก้ไขวีดีโอและเลือกเปิดฟังก์ชั่น Horizon Leveling ได้ในแอพ

กันสั่นใหม่ โหดและนิ่งกว่าเดิม

Feature Hypersmooth

ในรุ่น Gopro Hero 7 Black ได้มีความโดนเด่นในเรื่องของระบบกันสั่นเป็นอย่างมาก ซึ่งมีชื่อว่า HyperSmooth คราวนี้เจ้าระบบกันสั่นนี้ได้รับการพัฒนาต่อยอดขึ้นไปอีกขั้นเป็น HyperSmooth 2.0 ซึ่งมีคุณสมบัติการกันภาพสั่นไหวที่ดียิ่งขึ้น และ ยังสามารถรองรับได้ในทุกความละเอียดของวีดีโอ 4K 60Fps หรือ 1080 240Fps ทำให้วีดีโอสโลว์โมชั่นนุ่มนวลขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องใช้ไม้กันสั่น ถ้ายังไม่นิ่งพอทางโกโปรยังเพิ่ม HyperSmooth Boost ซึ่งเป็นการใช้ Software ในตัวกล้องช่วยลดการสั่นไหวของวีดีโอได้เข้าไปอีกขั้น ถึงแม้กล้องจะสั่นไหว แต่วีดีโอของจะยังนิ่งโดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริมเลย

Timewarp 2.0 สุดใน Series ต้องรุ่นนี้

Feature Timewarp

อีกหนึ่งฟังก์ชั่นยอดฮิตที่โด่งดังจาก Gopro Hero 7 Black คือ Time Warp ช่วยให้สามารถสร้างวีดีโอแบบไทม์แลปส์ได้อย่างง่าย ซึ่งในรุ่น Gopro Hero 8 Black ก็ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเป็น TimeWarp2.0 เช่นกัน มาพร้อมกับความสามารถในการประมวลผลที่จะวิเคราะห์และเลือกค่าความเร็วที่เหมาะสมให้กับวีดีโอของคุณโดยอัตโนมัติ และ ยังสามารถ ปรับความเร็ว TimeWarp แบบ RealTime โดยการแตะที่หน้าจอเพื่อให้บันทึกที่ความเร็วปกติระหว่างถ่าย TimeWarp และ เมื่อแตะอีกครั้งก็จะกลับเข้าสู่โหมด TimeWarp ต่อได้ เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ทำให้คนรักการถ่ายวีดีโอชื่นชอบอย่างแน่นอน เพิ่มลูกเล่น Footage ได้สนุกมากขึ้น ซึ่งปกติการทำวีดีโอเร็วสลับช้าแบบนี้ ปกติจะต้องใช้โปรแกรมตัดต่อช่วย พอมีฟีเจอร์นี้มาก็เป็นอีกจุดแข็งหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยเลย

เก็บทุกเสี้ยววินาที ด้วย Live Burst

Feature Liveburst

ฟังก์ชั่น Live Burst บนโกโปร 8 การพัฒนาขึ้นให้สามารถบันทึกภาพ 1.5 วินาทีก่อนกดชัตเตอร์และอีก 1.5 วินาทีหลังกดชัตเตอร์ รวมทั้งหมด 90 ภาพ เพื่อความสะดวกในการได้เลือกชอตที่ดีที่สุด เป็นจังหวะที่ดีสุด ที่เราต้องการ สามารถเอาฟีเจอร์ตัวนี้ไปปรับใช้กับการถ่ายภาพหมู่ได้นะ เราจะสามารถเลือกช็อตที่ทุกๆ คนในภาพลืมตาพร้อมกันได้

เก็บดาวเข้ากล้องง่ายๆด้วย Nightlapse Video

Feature Nightlapse

อีกหนึ่งสิ่งที่มาใหม่ และสร้างผลลัพธ์ที่น่าตื่นใจเป็นมุมมองสุดเท่ให้กับวีดีโอของเรา จากเดิมโหมดกลางคืนจะสามารถถ่ายได้เพียง Photo เท่านั้น ตอนนี้เราสามารถตั้งค่าออกมาเป็น VDO Nightlapse ได้ทันที โดยที่ระบบ AI ของกล้องจะช่วยคำนวนการตั้งค่ากล้องที่เหมาะสมให้กับเราเองและรวมเป็น VDO โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะตั้งกล้องถ่ายดาว หรือถ่ายท้องถนนที่มีแสงไฟจากรถยนต์วิ่งผ่านก็เป็นเรื่องง่ายๆ

เพิ่มความละเอียด Livestreaming เป็น 1080p

Gopro Hero 8 Feature Livestreaming

เวลาเราไปเที่ยว เราก็อยากจะแชร์เรื่องราวให้เพื่อน ๆ ของเราได้มีส่วนร่วมเหมือนได้ไปเที่ยวกับเรา ณ เวลานั้น หนึ่งฟังก์ชั่นยอดฮิตที่หลายคนเลือกใช้ คือ Live Streaming ในโกโปร 8 นี้ เป็นอีกหนึ่งจุดขายของ GoPro ที่ยังไม่มี Action Camera แบรนด์ไหนทำได้ ซึ่งในตัวรุ่นใหม่นี้ให้รายละเอียดความคมชัดรองรับสูงสุด Full HD 1080p สามารถทำไลฟ์บน Facebook และ Instagram ได้อย่างคมชัดแน่นอน

ไฟล์ / เสียง ดีขึ้น

Gopro Hero 8 Feature Quality

เนื่องด้วยการออกแบบใหม่ ทำให้มีการย้ายตำแหน่งของไมโครโฟนตัวหลักมาอยู่ด้านหน้าเพื่อรับเสียงของสิ่งที่เรากำลังถ่ายอยู่ตรงหน้า เช่นเสียงขณะกำลังทำกิจกรรม หรือใช้ถ่าย Vlog ได้ดียิ่งขึ้น และนอกจากนี้ยังพัฒนาคุณภาพของไมโครโฟนและระบบตัดเสียงรบกวนรอบข้างได้ดียิ่งขึ้น ทำให้เสียงในวีดีโอสมจริงและมีมิติมากขึ้นกว่าเดิม

Mods อุปกรณ์เสริม ยกระดับงาน Video

Feature Mods

หากเพื่อนๆต้องการนำ โกโปร 8 มาทำงานในลักษณะ Video Content , VLOG และ/หรือ Video Blogger ทั้งที่เป็นในระดับมืออาชีพก็ดี หรือ ระดับมือใหม่ก็ดี อาจจะได้เฮดังๆ เพราะ ทาง Gopro ก็ได้ออกอุปกรณ์เสริม เพื่อมาเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Gopro Hero 8 ได้เป็นอย่างมาก ซึ่งมีรายละเอียดตามนี้

  • Media Mod

จะเป็นอย่างไร ถ้าหาก โกโปร 8 ของคุณ จะเสมือนมีไมโครโฟนรอบทิศทางในตัว พร้อมทั้งยังมี Port mic. ขนาด 3.5 มม. , HDMI-Out และช่องยึดอุปกรณ์เสริมจำนวน 2 ช่อง

  • Display Mod

ฉีกแนว Gopro Series เดิมๆ ด้วยการเพิ่มจอพับที่มีขนาด 1.90 นิ้ว ที่ติดอยู่ด้านบนของ Media Mod ตัดปัญหาการจัด Composition ไม่ได้ดั่งใจ หรือจะประยุกต์ใช้ในการถ่ายภาพ ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย

  • Light Mod

หน้ามืด แสงน้อยหลบไป เพราะ Light Mod พร้อมจะแก้ไขปัญหานี้ ด้วยความสว่างถึง 200 ลูเมน 200 ลักซ์ที่ระยะ 1 ม. โดยสามารถติดตั้งผ่าน Media Mod หรือยึดเข้ากับขาตั้ง GoPro ได้โดยตรง (โดยไม่ต้อง ใช้ร่วมกับกล้อง) อีกทั้งเจ้า Light Mod ยังสามารถป้องกันน้ำได้ที่ความลึก 33 ฟุต หรือ 10 เมตร กันเลยทีเดียว

ตารางเปรียบเทียบ Gopro Hero 8 vs Gopro Hero 7

compare-gopro

ข้อสังเกต

ในการเปรียบเทียบ จากตารางจะเห็นได้ว่า พื้นฐานแทบทุกอย่างจะคล้ายคลึงกันหมด แต่ โกโปร 8 จะโดดเด่นกว่าในส่วนของฟีเจอร์ เนื่องจากได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ( ใน Gopro Hero 7 ก็ดีมากอยู่แล้ว ) ซึ่งถ้าตัดเรื่องราคาออกไป เจ้า Gopro Hero 8 ดูมีภาษีดีกว่า Gopro Hero 7 ครับ

เลือกอะไรดี ?

แม้ว่าทาง Gopro จะส่ง โกโปร 8 ลงตลาดแล้วก็ตามที แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า โกโปร 7 จะหายไปจากตลาดซะทีเดียว เพราะ ทั้งคู่ต่างก็มี Target เดียวกัน คือ กลุ่มผู้ใช้งานกล้อง Action Camera ซึ่งหากว่ากันตามกลไกตลาด เจ้า Gopro Hero 7 จะมีการปรับราคาลงในอนาคตค่อนข้างแน่นอน

เชื่อว่าเพื่อนๆโดยเฉพาะบรรดา VLOG หรือ Blogger มือใหม่ อาจจะมีคำถามขึ้นมาว่าจะเลือกอะไรดี เพราะโกโปร 8 มี Feature ที่ถูกพัฒนาให้ดีกว่า โกโปร 7 อยู่ในหลายๆด้านด้วยกัน โดยเฉพาะกับคุณไฟล์ภาพนิ่ง , คุณภาพ Video และ ระบบกันสั่น ที่เพื่อนๆต้องผ่านการใช้งานอย่างแน่นอน

แน่นอนว่าภาพรวม โกโปร 8 อาจจะดูดีกว่า โกโปร 7 แต่ทั้งนี้อย่าลืมว่าราคาตั้งของ โกโปร 8 ( 14,500.-) มีราคาที่สูงกว่า โกโปร 7 ( 11,500.-) อีกทั้งยังไม่รวม Promotion ต่างๆที่ร้าน Dealer อาจจะจัดพ่วงกับ โกโปร 7 เพิ่มเติม ซึ่งต้องถามใจตัวเองว่า Feature ที่ถูกเพิ่มเข้ามาใน โกโปร 8 นั้น ได้ใช้บ่อยแค่ไหน และเข้ากับ Lifestyle มากน้อยเพียงใด

ถ้าคิดว่าชอบความสดใหม่และ Feature ที่ถูกเพิ่มเข้ามาใน โกโปร 8 ได้ใช้แน่นอน จัด โกโปร ได้เลย กลับกันหากคิดว่า Lifestyle ใช้เพียงแค่ภาพนิ่ง , Video และ VLOG ที่ไม่ได้จริงจัง หรือไม่ได้ซีเรียสกับคุณภาพที่ได้ เจ้า โกโปร 7 ก็เพียงพอต่อการตอบโจทย์แล้วครับ

สอบถามเพิ่มเติม

———– สอบถามเพิ่มเติม ————

แอดไลน์ ID:@ZoomCamera
http://line.me/ti/p/[email protected]

Shopee : https://shopee.co.th/zoomcamera_official_store

ส่ง EMS ทั่วประเทศ
[email protected] : @zoomcamera
086-349-7224 / 02-635-2330 ต่อ 0 (หยุดวันอาทิตย์)

สาขา Central Plaza เวสต์เกต 02-054-7462 / 097-063-4328
สาขาสีลม 02-635-2330-1 / 080-271-2772
สาขาเมกาบางนา 02-105-1926 / 086-554-1919
สาขาเดอะมอลล์บางแค 02-454-9598 / 084-033-0498
สาขาฟอร์จูนทาวน์ 083-068-2775
สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วาน 02-951-8597 / 085-937-0123
สาขา Central Festival เชียงใหม่ 052-068-787 / 096-878-4896
สาขา Central Festival หาดใหญ่ 074-848-700/095-702-7585
สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ 02-002-3894 / 096-901-7825
สาขาสยามพารากอน 02-129 4765 / 096-901-7826

Leave a Reply