เปรียบเทียบ Panasonic Lumix S5 vs EOS R6 vs A7 III Leave a comment

ได้ฤกษ์เปิดตัวกันไปแล้ว สำหรับ Panasonic Lumix S5 กล้อง Mirrorless Fullframe S Series ที่วาง Position เทียบเคียงกันกับ Panasonic Lumix S1 แม้ว่าก่อนหน้านี้จะถูกมองว่าเป็น กล้อง Mirrorless Fullframe ในระดับ Entry ก็ตามที ซึ่งในบทความ จะเป็นการรวบรวมข้อมูลที่สำคัญของ Panasonic Lumix S5 ในประเด็นต่างๆ รวมไปถึงวิเคราะห์ เพื่อ เปรียบเทียบ Panasonic Lumix S5 กับคู่แข่งในตลาด ด้วยเช่นกัน

Content ที่เกี่ยวข้องกับ Panasonic Lumix S5

Introduction Panasonic Lumix S5

LUMIX S5 - Introduction

สเปค Panasonic Lumix S5

  • Pansonic Lumix S5 เป็นกล้อง Mirrorless Fullframe L-Mount
  • มาพร้อม Sensor ความละเอียด 24 Megapixels
  • ระบบกันสั่นแบบ 5 แกน เคลมสูงสุดที่ 5 – 6.5 Stops พร้อมรองรับ Dual IS
  • ระบบ Focus แบบ CDAF พร้อมฟีเจอร์ DFD AF มีจำนวนจุด Focus 225 จุด
  • ฟีเจอร์ระบบ Focus เลือกใช้งานได้ทั้ง Eye AF / Body AF และ Animal AF
  • จอ LCD แบบ Vario Angle ขนาด 3.0″ ความละเอียด 1,840,000
  • ช่องมองภาพ แบบ OLED ความละเอียด ความละเอียด 2,360,000
  • รองรับการถ่าย Video 4K และ FHD พร้อม Mode S&Q ( Slow & Quick )
  • ขนาดไฟล์ Video 4K สูงสุดที่ 60p
  • รองรับการถ่าย Video Anamorphic 4K และ Anamorphic FHD
  • ฟีเจอร์ Dual Native ISO เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับงาน Video ได้ดียิ่งขึ้น
  • Shutter Speed อยู่ที่ 1/8000 – 60″ sec.
  • Port เชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็น microHDMI , mic 3.5 , headphone และ usb type-c
  • แบตเตอรี่ พร้อมประจุไฟ 2,200 mAh ถ้าภาพต่อเนื่องได้สูงสุด 470 ภาพ
  • น้ำหนักสุทธิ 715 กรัม ( Body + Batt )
  • ราคาประมาณการ 2,000 us ( เฉพาะ Body )

Gallery Lumix S5

เปรียบเทียบ Panasonic Lumix S5 กับ คู่แข่งในตลาด

เมื่อมีการเปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ มักจะมีการนำกล้องรุ่นนั้นๆมาทำการเทียบเคียงกับกล้องที่อยู่ใน Segment เดียวกัน และ/หรือ มีระดับราคาที่ใกล้เคียงกัน สำหรับคู่แข่งของ Panasonic Lumix S5 นั้น หากจะอ้างอิงจากระดับราคาแล้ว จะมีอยู่ด้วยกัน 3 รุ่นตามนี้ครับ

Panasonic Lumix S5 vs Sony A7 III

กล้อง Mirrorless Fullframe ในระดับ Entry Level จากทาง Sony แม้ว่าจะทำตลาดมาพอสมควรแล้วก็ตามที แต่ด้วยฟีเจอร์ ราคา และ สเปค Sony A7 III มักจะถูกวางเป็นบรรทัดฐานของกล้องรุ่นใหม่ ที่จะเปิดตัวออกมาต่อจากนี้นั่นเองครับ

Lumix S5 vs Sony A7 III

สิ่งที่ Lumix S5 ดูจะมีภาษีดีกว่า Sony A7 III นั้น เห็นจะเป็นในส่วนของจอ Vari-Angle หรือ จอพับ จอหมุน นั่นเองครับ ซึ่ง Sony A7 III จะเป็นจอในลักษณะ Tilt เท่านั้น ซึ่งตอบโจทย์ได้ดีในงานภาพนิ่งเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งจอ LCD ของ Sony A7 III แม้จะรองรับ Touchscreen แต่ จะเป็นในลักษณะ Touch AF นะครับ ซึ่งไม่เหมือนกับ Lumix S5 ที่รองรับ Full Touchscreen ได้อย่างเต็มที่ เต็มระบบ

รวมไปถึงงาน Video ของ Panasonic Lumix S5 ที่ได้ฟีเจอร์อย่าง Dual Native ISO เข้ามาเสริม ทำให้ประสิทธิภาพดูโดดเด่นขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

Panasonic Lumix S5 vs Canon EOS R6

กล้อง Mirrorless Fullframe RF Mount รุ่นใหม่ที่เปิดตัวออกมาพร้อมๆกับ Canon EOS R5 นั่นเอง แม้สเปคภายในบางอย่างจะถูกลดลงมาจาก EOS R5 แต่ในแง่ประสิทธิภาพของ EOS R6 นั้น ถือว่าไม่น้อยหน้า กล้อง Mirrorless Fullframe รุ่นอื่นๆในตลาดเลยทีเดียว

Lumix S5 vs EOS R6

สิ่งที่ Lumix S5 ดูจะโดดเด่นกว่า EOS R6 อย่างชัดเจนนั้น เห็นจะเป็น ฟีเจอร์ Video ครับ แม้ว่ากล้องทั้ง 2 รุ่น จะมี Feature Video ในระดับน้องๆ Cinema แต่ถ้าเราพิจารณาดีๆ จะเห็นว่า Lumix S5 ที่ฟีเจอร์ที่เอื้อต่องาน Video พอสมควรเลยละครับ ไม่ว่าจะเป็น Mode S&Q ที่ทำ Slow Motion ได้อย่างสบายๆ , Video Anamorphic 4K และ Anamorphic FHD หรือ จะเป็น Dual Native ISO ที่เสริมประสิทธิภาพ Video ให้ดียิ่งขึ้นด้วยนั่นเอง

การออกแบบ Ergonomic

เมื่อพูดถึง กล้อง Fullframe เชื่อว่าเพื่อนๆน่าจะนึกถึงกล้องที่มีขนาดใหญ่ เทอะทะ พกพาลำบาก มีน้ำหนักมาก ซึ่งนั่นเป็นภาพจำในอดีต ปัจจุบันเรากำลังเข้าสู่ยุคเปลี่ยนถ่าย จาก DSLR ไปยัง Mirrorless อย่างเต็มระบบ เมื่อครั้งที่ Film เปลี่ยนถ่ายมา Digital นั่นเอง

ขนาดที่ Compact Size ใน Sensor Fullframe

กล้อง Mirrorless จะมีจุดเด่นตตรงที่มีขนาดเล็กลง เมื่อเทียบกับกล้อง DSLR ที่ใช้ขนาด Sensor เท่ากัน เป็นผลมาจากการถอดชุดกระจกสะท้อนออกไปนั่นเอง ทำให้พื้นที่ส่วนนี้หายไป จึงทำให้ลดขนาดลงมาได้โดยอัตโนมัตินั่นเองครับ

สำหรับ Mirrorless Fullframe แม้ชื่อจะบอกว่าเป็น Mirrorless แต่การที่ใช้ Sensor ขนาด Fullframe ทำให้หลีกเลี่ยงขนาดที่ใหญ่ขึ้นเป็นไปได้ยากด้วยเช่นกัน แต่ถึงกระนั้น ขนาดของกล้อง Mirrorless Fullframe ก็ยังถือว่ามีขนาดเล็กกว่า DSLR Fullframe อยู่ในระดับนึงครับ

แม้ขนาด Body ของ กล้อง Mirrorless Fullframe จะมีขนาดที่เล็กลงเมื่อเทียบกับ กล้อง DSLR Fullframe แต่ด้านการจับถือก็ยังมีความสำคัญเช่นกันครับ โดยเฉพาะ Grip ที่ช่วยในการจับถือนั้น ไม่ว่าจะเป็น Panasonic S5 , EOS R6 และ Sony A7III ต่างก็ดีไซน์ให้สรีระมีความลงตัว กระชับเวลาใช้งาน พร้อมกับการกระจายตำแหน่งของปุ่มต่างๆ เพื่อให้มี Feeling เฉกเช่นเดียวกันกับ กล้อง DSLR Fullframe ระดับ Pro ได้อย่างลงตัว

Panasonic S5 และ EOS R6 ทำได้ดี ในด้าน Ergonomic

กล้อง Mirrorless Fullframe ลบภาพเดิมๆของกล้อง Mirrorless ไปได้แทบจะทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องการจับถือ ที่มักจะสร้างปัญหาเวลาที่เราหยิบถือเป็นระยะเวลานานๆ แต่สำหรับ Panasonic S5 และ EOS R6 ทำการบ้านในเรื่องนี้มาได้เป็นอย่างดี ให้ Feeling การจับถือคล้ายกับการใช้งาน กล้อง DSLR แต่มีที่ Compact ขึ้น น้ำหนักเบา แถมคล่องตัวสูงด้วยครับ

น้ำหนัก Lumix S5 ลดลง 30% เมื่อเทียบกับ Lumix S1

หากนับเฉพาะ กล้อง Mirrorless Fullframe S-Series แล้ว ถือว่า Panasonic Lumix S5 เป็นกล้องที่มีขนาดเล็ก กะทัดรัด พร้อมมีน้ำหนักเบาที่สุดในกลุ่ม เพียง 715 กรัม ( Body + Batt ) ซึ่งก็เป็นไปตามข่าวลือที่ว่า จะมีขนาดที่เล็กลงกว่า Panasonic Lumix S1 ประมาณ 30% นั่นเอง แม้อาจจะไม่ได้เล็กหรือเบาที่สุดในกลุ่มกล้อง Mirrorless Fullframe ด้วยกันในตลาด แต่อย่าลืมว่า Panasonic Lumix S5 ก็อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์อื่นๆมาอย่างครบครัน

Sony A7 III ชนะในเรื่องของขนาดและน้ำหนักสุทธิของตัวกล้อง

แม้ Lumix S5 จะถูกโฆษณาด้วย Light weigth and Compact แต่เมื่อลองพิจารณาจากภาพรวมของ Body แล้ว ต้องยอมรับ Sony A7 III มีขนาดที่เบากว่าและเล็กกว่า ครับ

Sensor CMOS ขนาด Fullframe ความละเอียด 24mp

Panasonic Lumix S5 มาพร้อม Sensor ขนาด Fullframe ความละเอียด 24 Megapixels ในเบื้องต้นยังไม่ทราบแน่ชัดว่า เป็น Sensor ชนิด BSI CMOS หรือไม่อย่างไรนะครับ แต่ด้วยความละเอียดระดับนี้ ถือว่าเป็นมาตรฐานในยุคปัจจุบัน อันจะเห็นได้จากกล้อง Mirrorless Fullframe รุ่นอื่นๆ ก็มักจะใช้ Sensor ที่มีความละเอียดเท่านี้ครับ

ส่วน กล้อง Mirrorless Fullframe อีก 2 รุ่นที่นำมา เปรียบเทียบ Panasonic Lumix S5 นั้น เริ่มกันที่ Sony A7 III ก็เลือกใช้ Sensor ขนาด Fullframe แบบ BSI CMOS มาพร้อมความละเอียด 24mp เช่นเดียวกัน ส่วนกล้องอีกรุ่นอย่าง Canon EOS R6 แม้จะใช้ Sensor Fullframe เหมือนกัน แต่กลับมีความละเอียดเพียง 20mp เท่านั้นครับ

Sensor BSI CMOS ทำคะแนน Performance ได้ดีกว่า

บางท่านอาจจะสงสัย ว่า Sensor ที่ใช้บนกล้องแต่ละรุ่นให้ Output ที่ต่างกันจริงหรือ แม้จะเป็น CMOS เหมือนกัน สำหรับ BSI CMOS นั้น จะมีดีไซน์การวาง Sensor ที่แตกต่างจาก CMOS ทำให้รับแสงได้ดียิ่งขึ้น พร้อมๆกับการจัดการ Noise ที่ดีขึ้น

Live View Composite ปลดล๊อคการถ่าย Long Exposure ให้ง่ายยิ่งขึ้น

ถ้าพูดถึงการถ่าย Long Exposure เพื่อนๆน่าจะนึกถึงการถ่ายภาพในลักษณะ เส้นไฟบนท้องถนน หรือ การควงไฟ ที่เราจะได้เห็นเส้นไฟอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เราใช้ Shutter Speed ที่ช้านั่นเอง แต่การจะได้ภาพเช่นนี้ เราจำเป็นจะต้อง Setting ต่างๆให้ถูกต้องและต้องลั่น Shutter ก่อน เพื่อที่เราจะได้เห็นผลลัพธ์นั่นเอง

แต่สำหรับ ฟีเจอร์ Live View Composite นั้น จะปดล๊อคการถ่ายภาพแนว Long Exposure แบบเดิมๆไปโดยปริยาย เพราะ เราสามารถ Setting ไว้ แล้วดูผลลัพธ์จากจอ LCD ได้ว่า ระยะเวลาของเส้นไฟที่ปรากฏในเฟรมนั้น มีมากน้อยตามความต้องการแล้วหรือยัง หากพอใจกับเส้นสายไฟแล้ว เราก็กดชัตเตอร์เพื่อเป็นการบันทึกภาพ Final ได้ทันที

ฟีเจอร์ใหม่แกะกล่อง อาจจะเป็น World First Fullframe ที่มีให้ใช้งาน

สำหรับ Live View Composite ชื่อนี้เพื่อนๆหลายท่านอาจจะคุ้นเคยกับฟีเจอร์นี้ ถ้าผ่านการใช้งานกล้องในระบบ Micro Fourthirds ในชื่อของ Live Composite ครับ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่อำนวยความสะดวกในการถ่ายภาพแนว Long Exposure ได้เป็นอย่างดี เพราะ เรามองเห็นภาพผลลัพธ์จากหลังจอได้ทันที

Hi-Res Shot ที่ภาพนิ่งความละเอียด 96mp

แม้ว่าชื่อของ Panasonic จะโดดเด่นในงาน Video เป็นซะส่วนใหญ่ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทิ้งพื้นฐานภาพนิ่งไปซะทีเดียว โดย Panasonic Lumix S5 มาพร้อม Sensor ขนาด Fullframe ความละเอียด 24 Megapixels ที่เป็น Base มาตรฐานในปัจจุบันไปซะแล้ว ซึ่งความละเอียดดังกล่าว ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั้งงานทั่วๆไปและงานระดับซีเรียสละครับ

นอกจากนี้ Panasonic Lumix S5 ก็มีฟีเจอร์เสริมอย่าง Hi-Res Shot ที่เป็นการถ่ายภาพหลายๆภาพ เพื่อรวมเป็นภาพใหม่ที่มีความละเอียดสูงขึ้น ซึ่งใน Lumix S5 สามารถทำได้สูงสุดที่ 96 Megapixels ด้วยกัน รองรับทั้งไฟล์ JPG และ RAW สำหรับนำไป Process ต่อในภายหลังได้ด้วยนั่นเอง

Hi-Res Shot ฟีเจอร์เฉพาะทาง ที่มีให้ใช้งานบนกล้องบางรุ่น อย่าง Panasonic S5

แม้ว่า ฟีเจอร์ Hi-Res Shot อาจจะไม่ใช่ของใหม่ เพราะ เคยปรากฏอยู่บน Lumix S1 , Lumix S1R มาก่อนแล้วนั่นเอง ซึ่งใน Lumix S5 การมาของฟีเจอร์ดังกล่าว ทำให้กล้องรุ่นนี้ตอบสนองการทำงานแบบ Hybrid ได้อย่างลงตัว ทั้งภาพนิ่งและวิดิโอ

ระบบ Focus ตอบสนองทั้ง Eye AF และ Animal AF

ระบบ Focus ของกล้อง Mirrorless ในปัจจุบัน ถือว่ามีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีความรวดเร็ว แม่นยำมากยิ่งขึ้น ชนิดที่ว่ากล้อง Mirrorless บางรุ่นสามารถ Focus ได้เร็วและแม่นยำกว่า กล้อง DSLR ในระดับเดียวกันซะด้วยซ้ำครับ

ระบบ Focus แบบ CDAF พร้อม DFD เพิ่มความแม่นยำในการใช้งาน

สำหรับ Panasonic S5 มาพร้อมกับ ระบบ Focus แบบ CDAF ( Contrast Detection Auto Focus ) พร้อมกับฟีเจอร์เสริมอย่าง DFD AF ( Depth From Defocus ) ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการโฟกัสได้ดียิ่งขึ้น และ แม่นยำมากขึ้น อีกทั้งมีจุด Focus จำนวน 225 จุด กระจายรอบ Sensor แม้ว่าระบบ Focus ของ Lumix S5 จะไม่ใช่แบบ Hybrid AF ก็ตามทีครับ

ทางด้านของ Canon EOS R6 และ Sony A7III ทั้งคู่จะมีระบบ Focus ที่เป็น Hybrid AF ซึ่งผสานการทำงานร่วมกันระหว่าง PDAF และ CDAF เข้าด้วยกัน ทำให้เพิ่มความแม่นยำในการค้นหาโฟกัสได้ดีขึ้น พร้อมกับมีความรวดเร็วในการทำงานได้ดียิ่งขึ้นไปด้วย ซึ่งมีภาษีที่ดีกว่า ระบบ Focus แบบ CDAF ที่มีความสมูธกว่าอย่างเห็นได้ชัด เมื่อใช้งานในการถ่าย Video

ทำไมระบบ Focus แบบ Hybrid ถึงทำงานได้สมูธกว่า

โดยพื้นฐานของระบบ Focus ในกล้อง Mirrorless แรกเริ่มมีการใช้งานระบบ CDAF เป็นทุนเดิมมาโดยตลอด แต่หลังจากการเกิดกล้อง Mirrorless ของ Sony ได้มีการพัฒนาระบบ Focus แบบ Hybrid ซึ่งมีขีดความสามารถที่สูงกว่า CDAF โดยเฉพาะเรื่อง Hunting Focus ที่ CDAF มักจะพบได้เจอได้บ่อยกว่า อีกทั้งเมื่อใช้กับการถ่าย Video การ Re-Focus จากจุดหนึ่ง ไปอีกจุดหนึ่ง ต้องใช้เวลาซักเล็กน้อย ไม่ได้รวดเร็วเหมือน PDAF นั่นเอง

ระบบ ai พร้อม Animal AF เพื่อการใช้งานที่หลากหลายยิ่งขึ้น

นับตั้งแต่ที่ Panasonic ได้เปิดตัว กล้อง Mirrorless Fullframe ในระบบ S Series ก็ได้มีการบรรจุฟีเจอร์ในระบบ Focus อย่าง Eye AF , Animal AF รวมไปถึง ระบบ ai ที่ช่วยในการคำนวนและคิดวิเคราะห์แทนผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี ซึ่งในกล้อง Mirrorless ทั้ง 3 รุ่น ที่นำมา เปรียบเทียบ Lumix S5 นั้น ต่างก็รองรับ Eye AF และ Animal AF ด้วยกันทั้งสิ้นครับ ซึ่งแตกต่างกันในส่วนของความเร็ว ความแม่นยำ และ การ Tracking ซึ่ง พื้นฐานของระบบ Focus ที่ใช้งานก็ส่งผลโดยตรงด้วยเช่นกัน

ในภาพของระบบ Focus ทาง Sony และ Canon มีภาษีดีกว่าครับ

แม้ว่า กล้อง Mirrorless Fullframe ทั้ง 3 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น Lumix S5 , EOS R6 และ Sony A7III ต่างก็มี Eye AF , Animal AF ให้เลือกใช้งานเหมือนกันก็ตามที ทั้งนี้ EOS R6 และ Sony A7III ต่างก็ใช้ระบบ Focus แบบ Hybrid AF ทำให้ทลายขีดความสามารถที่เคยมีอยู่ใน CDAF ได้อย่างสบายๆ โดยเฉพาะเรื่องความเร็วและความแม่นยำ ที่ตอบสนองได้ดีทั้งในภาพนิ่งและวิดิโอ

จอแสดงผลแบบ Vari-Angle ตอบโจทย์งานภาพนิ่งและ Video

ปกติ กล้อง Video หรือ VLOG ส่วนมากจะมีจอ LCD ในลักษณะ Vari-Angle หรือที่เราเรียกกันว่า จอพับ ซึ่งมีประโยชน์อย่างมาก เมื่อมาประยุกต์ใช้งานกับการถ่าย Video ในลักษณะ VLOG หรือ เป็นกล้องสำหรับทำ Live , Stream ก็ได้เช่นกัน รวมไปถึงในงานภาพนิ่ง ก็สามารถนำมาใช้ในการถ่ายเซลฟี่ได้ด้วยเช่นกัน

สำหรับ Panasonic Lumix S5 นั้น เป็น กล้อง Mirrorless Fullframe S-Series รุ่นที่ 2 ต่อจาก Lumix S1H ที่ได้ใช้จอ Vari-Angle เช่นกัน โดยตัวจอมีขนาด 3.0″ พร้อมความละเอียด 1,840,000 อีกทั้งยังรองรับระบบ Touchscreen แบบ Full Touchscreen ไม่ว่าจะเป็นการ Touch AF , Touch Shutter , Touch Menu รวมไปถึงการ Touch & Drag ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งในกลุ่มกล้อง Mirrorless Fullframe ด้วยกัน ยังหาตัวเลือกที่ใช้จอลักษณะนี้ได้น้อยอยู่นั่นเอง

ในการเปรียบเทียบ Panasonic Lumix S5 ยังมี Canon EOS R6 อีก 1 รุ่น ที่มาพร้อมกับจอ LCD แบบ Vari-Angle พร้อมระบบ Touchscreen เฉกเช่นเดียวกันกัน Lumix S5 เลย ทั้งนี้ในแง่ของความ Smooth ของระบบ Touch นั้น ถือว่ามีความใกล้เคียงกันมาก

ตัดภาพกลับมาที่ Sony A7 III แม้จะเป็น กล้อง Mirrorless Fullframe เฉกเช่นเดียวกันกับ Lumix S5 และ EOS R6 แต่จอ LCD ถูกออกแบบมาในลักษณะ Tilt ซึ่งมีกับงานภาพนิ่งที่อาศัยการถ่ายถ่ายแบบมุมงัด มุมเสยได้เป็นอย่างดี แต่ข้อเสียที่เห็นเด่นชัดของจอแบบ Tilt นั้น จะไม่สามารถ Flip กลับมามองตัวเองได้ ทำให้เมื่อนำไปใช้กับงาน Video หรือ การถ่าย VLOG จะค่อนข้างลำบากเลยทีเดียวครับ

จอ LCD แบบ Vari-Angle ใน Panasonic S5 และ EOS R6 มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูงกว่า

โดยส่วนมาก กล้อง Digital ไม่ว่าจะเป็น กล้อง DSLR หรือ กล้อง Mirrorless มักจะมีจอ LCD ที่เป็นแบบ Fix เป็นส่วนใหญ่ ต่อมามีการพัฒนาให้ตัวจอมีลูกเล่นขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Tilt หรือ Vari-Angle ซึ่งถ้ามองในแง่ความยืดหยุ่นในการใช้งาน จอ Vari-Angle จะยืดหยุ่นในการใช้งานสูงกว่า จอแบบ Fix และ Tilt นะ

ระบบกันสั่นไหว เคลมสูงสุดที่ 6.5 Stops

ในยุคปัจจุบัน กล้อง Mirrorless หลายๆรุ่น ต่างก็เริ่มมีการบรรจุ Feature อย่าง ระบบกันสั่น 5 แกน ติดตั้งไว้ภายในตัวกล้อง โดยความสามารถของกันสั่นใน Body จะช่วยลดอาการสั่นไหว เวลาที่เราถ่ายภาพนิ่งและวิดิโอ โดยพื้นฐานจะลดได้ตั้งแต่ 5 Stops ไปจนถึง 6.5 Stops ด้วยกัน ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในกล้องแต่ละรุ่น รวมถึงการทำงานร่วมกันระหว่างระบบกันสั่นในกล้อง กับ ระบบกันสั่นในเลนส์ด้วยเช่นกันนะ

ซึ่งใน เปรียบเทียบ Panasonic Lumix S5 นั้น กล้องทั้ง 3 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น Lumix S5 , Sony A7 III หรือ EOS R6 ต่างก็มีการติดตั้งระบบกันสั่น 5 แกน ไว้ภายในตัวกล้องด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ระบบกันสั่นในกล้อง Mirrorless Fullframe ยังรองรับการทำงานร่วมกับระบบกันสั่นในตัวเลนส์ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถ ได้ตั้งแต่ 5.5 Stops ไปจนถึง 8 Stops เลยทีเดียว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเลนส์ที่นำมาใช้ด้วยนะครับ

ระบบกันสั่น ยกให้ EOS R6 ที่เคลมสูงสุด 8 Stops ( เมื่อใช้งานกับเลนส์ที่รองรับ )

Canon EOS R6 เป็น กล้องระดับ Semi Pro ที่มีสเปคบางอย่างใกล้เคียงกันกับ EOS R5 ที่เป็น Flagship นั่นเอง 1 ในนั้น คือ ระบบกันสั่น 5 แกน แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกของระบบกันสั่นใน Body ของ EOS R Series แต่ถือว่าพลิกวงการ พร้อมกับเรียกเสียงฮือฮาได้ในระดับนึงเลยครับ

ฟีเจอร์ Video ระดับ High-End ทั้ง 4K และ Slowmotion

เมื่อพูดถึง Panasonic เชื่อว่า หลายๆท่านน่าจะถึง เนื้อไฟล์ Video ที่ขึ้นชื่อลือชากันอย่างแน่นอน โดยเฉพาะ Video 4K ที่ต้องบอกว่า Panasonic เป็นต้นตำรับที่นำมาใช้งานบนกล้อง Mirrorless เป็นครั้งแรกใน Lumix GH4 นั่นเองครับ

Format Video มีความหลากหลาย ยืดหยุ่นในการใช้งาน

ความยืดหยุ่นของไฟล์ Video ใน Panasonic Lumix S5 นั้น เราสามารถเลือกปรับแต่งให้เข้ากับงานของเราได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นสกุลไฟล์อย่าง MOV หรือ MP4 , ฟีเจอร์ระดับ Cinema อย่าง Video Anamorphic 4K และ Anamorphic FHD ที่เดิมทีมักจะถูกบรรจุอยู่ในกล้อง Video ระดับ Pro หรือ จะเป็น ฟีเจอร์ Dual Native ISO ที่เสริมประสิทธิภาพ Video ให้ดียิ่งขึ้นด้วยนั่นเอง

ตัดกลับมาที่ กล้อง Mirrorless อีก 2 รุ่น ต้องยอมรับฟีเจอร์ต่างๆในงาน Video ไม่อาจทัดเทียมได้เลย ทั้ง Sony A7III และ EOS R6 แม้ว่า Sony A7III จะรองรับสกุลไฟล์แบบ XAVC S ก็ตามทีครับ

น่าเสียดายที่ Panasonic S5 ไม่รองรับ Format Video แบบ All-i

ในงานภาพนิ่ง ก็มีให้เลือกทั้ง Uncompress , Loseless COmpress ในงาน Video ก็มีให้เลือกเช่นกันครับ หากอธิบายอย่างง่ายๆ Format Video แบบ All-i จะบันทึกเฟรมภาพทุกๆเฟรม ต่างกับ Format Video แบบ IPB ที่เลือกบันทึกเพียงบางเฟรม ส่งผลให้ไฟล์แบบ All-i มีความละเอียดกว่า ความจุมากกว่าไปด้วย อันเนื่องมาจากปริมาณข้อมูลที่บันทึกมานั่นเอง

งาน Video 4K 60p พร้อม Mode S&Q

Panasonic Lumix S5 มาพร้อมกับฟีเจอร์ถ่าย Video ที่เรียกว่าครบครัน แถมบางอย่างอาจจะดูดีกว่า Panasonic Lumix S1 โดยใน Lumix S5 นั้น รองรับ Video 4K 60p แบบ 4:2:0 10-bit และ Video 4K 30p แบบ 4:2:2 8-bit แบบ internal ได้ทันทีจากในกล้อง

ส่วนที่ถูกเพิ่มเข้ามานั้น จะเป็นในส่วนของ Mode S&Q หรือ Slow & Quick นั่นเอง โดย Panasonic Lumic S5 สามารถถ่าย Video ใน Mode S&Q ได้สูงสุดที่ 180p ซึ่งเหมาะสำหรับการนำไปทำ Slowmotion ได้เป็นอย่างดีนั่นเองครับ

ในขณะที่ Sony A7 III แม้จะรองรับการถ่าย Video 4K และ FHD เช่นกัน แต่จะได้คุณภาพที่น้อยกว่า Lumix S5 และ EOS R6 นะครับ โดย Video 4K รองรับสูงสุดที่ 30p ส่วน Video FHD รองรับสูงสุดที่ 120p ครับ

ระบบ Dual Native ISO ในงาน Video

ฟีเจอร์เด็ดที่เคยปรากฏในกล้อง Mirrorless ของ Panasonic มาก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Panasonic Lumix GH5s , Panasonic Lumix S1H รวมถึง Panasonic Lumix S1 ( อัพ Firmware ใหม่ ) นั่นเอง ซึ่งวันนี้น้องใหม่อย่าง Lumix S5 ก็ได้ฟีเจอร์นี้ด้วยเช่นกัน

สำหรับ Dual Native ISO นั้น ถ้าสรุปให้เข้าใจอย่างง่ายๆ คือ ปกติ ISO จะมีค่า Native เดิมอยู่แล้ว ถ้าเราถ่าย Video ที่ ISO สูงๆอย่าง 3200 หรือ 6400 ก็จะแสดงที่ค่า ISO นั้นๆ แต่กล้องรุ่นใดที่มี Dual Native ISO เมื่อใช้ค่า ISO สูงๆ เนื้อไฟล์ที่ได้จะไม่ใช่ค่า ISO นั้นๆ แต่จะแสดงผลที่ค่า ISO ที่ต่ำกว่านั่นเอง ทำให้เราจะได้ไฟล์ที่มีความใสเคลียร์กว่านั่นเองครับ ทั้งนี้ระบบ Dual Native ISO ในกล้องแต่ละรุ่นจะแสดงผลที่แตกต่างกันออกไปด้วยนะ ฉะนั้น ต้องปรับค่า ISO ที่แสดงผลตรงกับ Dual Native ISO ด้วยนะ

จากข้อดีของ ฟีเจอร์ Dual Native ISO ใน Panasonic Lumix S5 ทำให้ขีดความสามารถในงาน Video ดูมีภาษีดีกว่าทั้ง EOS R6 และ Sony A7 III เมื่อถ่าย Video ที่ใช้ค่า ISO เท่ากันนั่นเอง

Port เชื่อมต่อครบครัน ตอบโจทย์งานระดับมืออาชีพ

นอกเหนือการออกแบบ ด้าน Ergonomic แล้ว Port การเชื่อมต่อต่างๆ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่ากล้องรุ่นนั้นๆจะเน้นภาพนิ่งเป็นหลัก หรือ งาน Video เป็นหลักก็ตามที ทั้งนี้ปริมาณและชนิดของ Port เชื่อมต่อ จะมีมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับระดับของกล้องรุ่นนั้นๆด้วยครับ

เชื่อมต่อกับ Smartphone ด้วย WIFI / Bluetooth

ในยุคที่ผู้คนใช้เวลาส่วนมากอยู่กับ Social Network ทำให้ค่ายกล้องต่างต้องมีการปรับตัวให้เข้าพฤติกรรมผู้บริโภคด้วยเช่นกัน ซึ่งใน กล้อง Mirrorless แทบทุกรุ่นต่างก็รองรับฟีเจอร์ในการส่งไฟล์ภาพเข้าไปที่ Smartphone ได้ทันที โดยอาศัยตัวกลางอย่างระบบ WIFI และ Application ของแต่ละค่ายในการอำนวยความสะดวกด้วยนั่นเอง

นอกเหนือจากระบบ WIFI แล้ว ปัจจุบันเริ่มมีการนำระบบการเชื่อมต่อแบบใหม่อย่าง Bluetooth มาใช้ในงานกล้อง Mirrorless ด้วยเช่นกัน ซึ่งข้อดีของระบบ Bluetooth นั้น จะช่วยลดพลังงานที่ใช้ในระหว่างส่งไฟล์ภาพนั่นเอง

HDMI , Jack 3.5mm. สนับสนุนงาน Video อย่างครบครัน

โดยปกติ Port การเชื่อมต่อ นอกเหนือจาก WIFI และ Bluetooth เรามักจะเจอช่องเสียบต่างๆที่อยู่บริเวณด้านข้างตัวกล้อง ซึ่งปริมาณของช่องเหล่านี้จะมาก จะน้อย ขึ้นอยู่กับระดับของกล้องรุ่นนั้นๆด้วยเช่นกันครับ ถ้าเป็นกล้องระดับเริ่มต้นก็อาจจะมีน้อย ถ้ากล้องระดับ Pro ก็มีให้เลือกใช้งานเยอะตามกันไป

สำหรับ กล้อง Mirrorless Fullframe ใน เปรียบเทียบ Lumix S5 นี้ ต้องบอกว่ามีการจัด Port การเชื่อมต่อมาให้ใช้งานอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น USB Type-C , HDMI , Jack Mic. ขนาด 3.5mm. , Port หูฟัง ขนาด 3.5mm. เป็นต้น ถ้าเพื่อนๆที่เป็นสายภาพนิ่งอาจจะไม่ได้สนใจเท่าไรนัก แต่สำหรับสายงาน Video ถือว่าครบครัน ลงตัวเลยทีเดียว

แบตรุ่นใหม่ พร้อมรองรับ USB Charge

อีกสิ่งหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงใน Panasonic Lumix S5 คือ แบตเตอรี่ครับ โดยแบตเตอรี่ของ Lumix S5 นั้นจะเป็นรุ่นใหม่ DMW-BLK22 มาพร้อมประจุแบตที่ 2,200 mAh ด้วยกัน ซึ่งอาจจะดูน้อยกว่าแบตเตอรี่ของ Lumix S1 , S1R และ S1H อยู่ประมาณ 1,000 mAh ด้วยกัน

ทั้งนี้แบตเตอรี่ DMW-BLK22 จะมีความพิเศษตรงที่มีขั้วแบต 2 แบบครับ โดยขั้วแบตด้านหนึ่งจะรองรับการใช้งานกับ Panasonic Lumix S5 ส่วนอีกด้านหนึ่งจะรองรับกับ Panasonic Lumix GH5 เรียกได้ว่า ซื้อหนึ่งได้สองต่อเลยทีเดียว

นอกจากนี้ Panasonic Lumix S5 ยังรองรับการชาร์จไฟตรงผ่าน USB ด้วยเช่นกัน เหมาะสำหรับเพื่อนๆที่เดินทางไกล ก็สามารถนำ Powerbank มาชาร์จในระหว่างเดินทางหรือพักผ่อนได้อย่างลงตัว

ในขณะที่ Sony A7III และ EOS R6 ก็รองรับการชาร์จไฟผ่าน USB ด้วยเช่นกันครับ ซึ่งถือเป็นฟีเจอร์พื้นฐานสำหรับกล้องในปี 2020 ไปซะแล้วครับ

ราคาวางจำหน่าย

แม้ว่า Panasonic Lumix S5 จะเปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อย แต่ทั้งนี้ราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ยังไม่ได้มีการประกาศออกมาแต่อย่างใดครับ ทั้งนี้ทีมงานขออ้างอิง ราคา Panasonic Lumix S5 จากต่างประเทศให้เพื่อนๆที่สนใจได้ชมกันนะ

สำหรับ ราคา Panasonic Lumix S5 จะแตกต่างกันออกไป โดยเบื้องต้นจะวางจำหน่ายอยู่ด้วยกัน 2 set คือ Body และ Set kit ครับ

ราคา Lumix S5 vs EOS R6 vs Sony A7III

เมื่อเราจะ เปรียบเทียบ Lumix S5 ทีมงานก็ไม่พลาดที่จะต้องนำราคาวางจำหน่าย ของ EOS R6 และ Sony A7III มาเทียบเคียงให้ดูด้วยเช่นกันครับ สำหรับราคาของ กล้อง Mirrorless ทั้ง 3 รุ่น จะมีตามนี้ครับ

แม้จะเป็นการเทียบเคียงด้วยราคาที่เป็น us จะเห็นว่า ราคา Lumix S5 เฉพาะ Set Body จะเทียบเท่ากับ ราคา Sony A7III เลยครับ ในขณะที่ Canon EOS R6 จะมีราคาที่สูงกว่าอยู่เล็กน้อยครับ

ส่วนราคาที่เป็น Set Kit นั้น Lumix S5 จะมาพร้อมกับ Lumix S 20-60 ราคาจะอยู่ที่ 2,299 us ในขณะที่ Sony A7III set kit จะอยู่ที่ 2,200 us และ EOS R6 ชุด Kit จะอยู่ที่ 2,799 us ครับ

ถ้ามองเฉพาะราคา จะเห็นว่า ราคา Lumix S5 จะเทียบเคียงกับ Sony A7III เลยทีเดียวครับ และ ถูกกว่า Canon EOS R6 อยู่ในระดับนึง แต่ข้อดีที่เชื่อว่าเพื่อนๆน่าจะนึกถึง คือ Kit ที่ประกบกับ Panasonic S5 นั้น เป็นเลนส์ในช่วง 20-60mm. บน Fullframe ซึ่งในระบบเลนส์ของ Fullframe ยังไม่มีค่ายใดที่ทำเลนส์ในระยะดังกล่าวออกเลย อีกทั้งครอบคลุมตั้งแต่ Wide ไปถึง Normal ซึ่งมีความอเนกประสงค์ทั้งในงานภาพนิ่งและวิดิโอ ได้ลงตัว

สรุป Panasonic S5 ตอบโจทย์ใครที่สุด ?

มาถึงตรงนี้ เพื่อนๆน่าจะได้ไล่เรียงเสปคและฟีเจอร์ ซึ่งใน เปรียบเทียบ Lumix S5 ก็ได้รวมข้อจำกัดต่างเมื่อนำมาเทียบเคียงกับกล้องระดับเดียวกัน ซึ่งถ้าถามผู้เขียนว่า Panasonic S5 เหมาะกับใคร ตอบโจทย์ใครมากที่สุดนั้น ผู้เขียนขอสรุปเป็นรายละเอียดตามนี้ครับ

ช่างภาพสาย VLOG / Video

สาเหตุที่ Panasonic S5 ตอบโจทย์งาน VLOG นั้น เนื่องมาจากชุด kit ของ Lumix S5 มาพร้อมกับเลนส์ Lumix S 20-60mm. ที่ทำให้ได้เลนส์ช่วง Wide จนถึง Normal ซึ่งการได้เลนส์ช่วง Wide มาใช้งาน ทำให้ตอบโจทย์ได้ตั้งแต่การเซลฟี่ , การเดิน VLOG หรือ การทำ Stream ลง Social อีกทั้งการได้จอแบบ Vari-Angle ยิ่งอำนวยความสะดวกได้ดียิ่งขึ้นได้นั่นเองครับ

ช่างภาพสาย Travel

ด้วยความที่ Panasonic S5 มีขนาดที่ Compact ลง พร้อมกับมีน้ำหนักเบากว่า Lumix S1 ลง 30% ทำให้มีความ Friendly กับ ช่างภาพสาย Travel ที่จริงจังกับ Performance ที่ได้มากยิ่งขึ้น นอกเหนือจะได้ Sensor Fullframe แล้ว ยังมีฟีเจอร์ที่เอื้ออำนวยในการถ่ายภาพนิ่ง ไม่ว่าจะเป็น Live View Composite หรือ Hi-Res Shot ที่จะเพิ่มลูกเล่นให้กับการถ่ายภาพนิ่งได้อย่างลงตัวครับ

📍ลูกค้าที่สนใจสั่งซื้อสินค้า สามารถติดต่อสั่งซื้อได้ผ่านช่องทางออนไลน์ของทางร้านได้ตลอด 24 ชม. หรือ โทรเข้ามาโดยตรงผ่านโทรศัพท์

แอดไลน์ ID:@ZoomCamera หรือ หน้าเว็บไซด์ ZoomCamera
086-349-7224 / 02-635-2330 ต่อ 0 (หยุดวันอาทิตย์)

Leave a Reply

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!