olympus content live composite web

Cool Feature : ถ่ายเส้นแสงง่ายๆด้วย Live Composite จากค่าย Olympus Leave a comment

olympus content live composite web

หากจะพูดเรื่องการถ่ายภาพ Long Exposure นั้น ตากล้องส่วนใหญ่มักจะนึกถึงการปรับ Dial Mode ไปที่ M Mode หรือ Manual แล้วจัดการตั้งค่า ISO / Speed Shutter รวมถึงค่า F เพื่อให้ได้ Output ออกมาตามที่เราต้องการ ทั้งนี้ค่าต่างๆจะแปรผกผันตามสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งมีปัจจัยอืนๆร่วมอยู่ด้วยด้วย ซึ่งบางครั้งใช้เวลานานและจำเป็นต้องถ่ายหลายๆภาพ เพื่อนำกลับมา Process ต่อ แต่เพื่อนๆทราบหรือไม่ มีอยู่ Feature นึงที่สามารถลดทอนเวลาในการถ่ายภาพแนวนี้ได้อย่างมาก รวมถึงสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงของ Output ได้จากหลังจอโดยทันที ซึ่งในวันนี้ทางทีมงาน Zoomcamera จะมาแนะนำ ” Cool Feature : ถ่ายเส้นแสงง่ายๆด้วย Live Composite จากค่าย Olympus “ ซึ่งเป็น Feature ที่โดดเด่นมากจากค่าย Olympus ว่าแล้วไปรับชมกันครับ

การถ่าย Long Exposure นั้นคืออะไร  ??

Long Shutter Speed Exposure คือหนึ่งในรูปแบบการถ่ายภาพ ซึ่งจะมีขั้นตอนเปิดหน้ากล้องทิ้งเอาไว้เป็นเวลานาน ทำให้ได้ภาพที่มีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้น และถ่ายภาพของวัตถุที่มีการเคลื่อนไหวได้ ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละภาพจะต้องเปิดหน้ากล้องเอาไว้นานต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของวัตถุว่าช้าหรือเร็วแค่ไหน ภาพที่ได้ออกมาจะให้ความสวยงามในอีกมุมมองหนึ่ง ดูเหมือนชิ้นงานศิลปะที่โดดเด่น แต่สำหรับมือใหม่ การถ่ายภาพด้วยวิธีนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าใดนัก เพราะต้องใช้ประสบการณ์ฝึกหัดกันพอสมควรครับ

Live Composite คืออะไร ??

esOLYMPUS Tips & Tricks - Live Composite

Live Composite นั้น เป็น Feature หนึ่งที่อยู่ในกล้อง Mirrorless จากค่าย Olympus โดยความสามารถที่เด็ดขาดของเจ้านี้นั้น จะทำให้เราถ่ายภาพดวงดาวได้โดยไม่เกิดแสงจ้าเหมือนกับการถ่ายภาพหลอดไฟธรรมดา รวมถึงประยุกต์การใช้งานกับการถ่ายภาพเส้นไฟต่างๆ อาิทเช่น เส้นไฟรถวิ่ง / ถ่ายพลุ / ถ่ายดอไม้ไฟ รวมถึงการถ่ายดาวหมุนได้ เพราะ Feature ดังกล่างสามารถเปิดหน้า Sensor รับแสงได้นานสูงสุดไม่เกิน 3 ชั่วโมงนั่นเองครับ

หลักการทำงานของ Live Composite ??

live composite1

การทำงานของ Live Composite นั้น ตัวกล้องจะบังคับให้เราเลือกใช้ Mode M เสมอ ( ไม่สามารถเลือก Mode อื่นได้ ) เพื่อให้สามารถเข้าสู่ Feature Live Composite โดยวิธีการนั้น จะต้องหมุน Dial Speed ให้ลดต่ำเกินกว่า Speed 60″. จนเจอกับ Feature ดังกล่าว

live composite

สำหรับการ Setting ของ Live Composite นั้น ในตัวกล้องเราสามารถตั้งค่าได้ว่า จะให้กล้องเก็บภาพที่ Speed Shutter เท่าไร ( Speed ต่ำสุดที่ 60″. ) โดยความพิเศษของ Live Composite นั้น จะเก็บภาพในส่วนที่เป็นเฉพาะแสงที่มีการเปลี่ยนแปลงภายในภาพเท่านั้น โดย Subject อื่นๆ ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลงใดๆ

live composite2

เมื่อเราทำการ Setting ค่าต่างๆไว้เสร็จสิ้นตามที่ต้องการแล้ว ให้เราทำการกดลั่น Shutter 1 ครั้ง เพื่อเริ่มเข้าสู่ Mode Live Composite โดยยังไม่ใช่การถ่ายจริงแต่อย่างใด เสมือนเป็นการให้กล้องเปิดรับแสงในสถานการณ์นั้นๆก่อนที่จะเริ่มทำการถ่ายจริงครับ

live composite3

*** ข้อควรระวังในการใช้ Live Composite ***

Olympus live composite with waterfall EM5 mk II

– ขาตั้งกล้อง ของสำคัญที่สุด

ด้วยความที่เจ้า Live Composition นั้น จำเป็นต้องใช้ Speed Shutter ที่ต่ำ และ ใช้ระยะเวลานานในระหว่างการถ่ายใน Mode ดังกล่าว ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีขาตั้ง สำหรับล๊อคกล้องให้ความนิ่งที่สุด เพราะเพียงการสั่นสะเทือนเพียงเล็กน้อย ก็ส่งผลถึงภาพที่จะได้ด้วยครับ

– โลภมาก จะลาภหาย

แม้ว่าเจ้า Live Composite จะช่วยให้การถ่ายเส้นไฟ / เส้นแสงต่างๆ ทำได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น พร้อมกับสามารถถ่ายได้ยาวนานสูงสุดถึง 3 ชม.ด้วยกัน แต่ในทางปฏิบัติแล้วการที่ Mode Live Composite เลือกจะเก็บเฉพาะแสงในเฟรมที่มีความแตกต่าง เพื่อนำมาซ้อนเฟรมเรื่อยๆนั้น หากแสงที่เจ้า Live Composite เก็บเข้ามามีปริมาณที่มากจนเกินไป แน่นอนย่อมส่งผลเสียต่อภาพที่จะเป็น Output ของเราอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการเกิด Highlight Burn , Over Exposure เป็นต้น

*** ตัวอย่าง  :  ภาพที่ได้จาก Live Composite ***

olympus live composite 0
olympus live composite 1
olympus live composite 3
olympus live composite 13
olympus live composite 15
olympus live composite 14
olympus live composite 7
olympus live composite 5
olympus live composite 4
olympus live composite 11
olympus live composite 2
olympus live composite 8
olympus live composite 17
olympus live composite 16

inbox : http://www.facebook.com/messages/zoomcamera

02-635-2330 ต่อ 0 / 083-067-7677 (หยุดวันอาทิตย์)

สาขาสีลม 02-635-2330-1 / 080-271-2772

สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วาน 02-951-8597 / 085-937-0123

สาขาเมกาบางนา 02-105-1926 / 086-554-1919

สาขาเดอะมอลล์บางแค 02-454-9598 / 084-033-0498

สาขาฟอร์จูนทาวน์ 02-642-1291 / 083-068-2775 

 สาขา Central Festival เชียงใหม่ 052-068-787 / 096-878-4896

สาขา Central Westgate 02-060-4362 / 097-063-4328

บทความนี้เขียนเมื่อวันที่ 30/06/2017 19:52:14

Leave a Reply

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!