[Guide] : รา ภัยเงียบของเหล่านักถ่ายภาพ Leave a comment

กราบสวัสดีเพื่อนๆที่ติดตาม Content ของ Zoomcamera ผ่านทาง Facebook และ Youtube ที่น่ารักทุกๆท่านด้วยนะครับ ช่วงนี้สภาพอากาศค่อนข้างจะแปรปรวนซักเล็กน้อย บางวันก็แดดร้อนจัด บางวันอากาศชื้นจากอิทธิพลของฝน หรือ พายุฤดูร้อน ซึ่งอากาศเหล่านี้นอกเหนือจากสร้างความลำบากให้กับเหล่าช่างภาพแล้ว อุปกรณ์ถ่ายภาพไม่ว่าจะเป็นกล้อง เลนส์ ต่างก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน 1 ในนั้น คือ การเกิดรา หลายๆท่านอาจจะสงสัยว่า รามาจากไหน เกิดได้อย่างไร แล้วเลนส์จะเป็นอะไรมั้ย วันนี้ทีมงาน Zoomcamera ได้รวบรวมสาระข้อมูลไว้ใน Content นี้เป็นที่เรียบร้อย จะมีรายละเอียดอะไรบ้างนั้น มาชมกันเลยจ้า

รา คืออะไร เกิดได้อย่างไร ??

เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใกล้ชิดกับคนเรา อย่างที่เราเองก็คาดไม่ถึง เมื่อมองไปรอบๆ ไม่ว่าจะเป็นใน ดิน น้ำ อากาศ ต้นไม้ สัตว์ สิ่งไม่มีชีวิตหรือแม้กระทั่งภายในร่างกายของเรา เชื้อราจะมีอยู่ทุกๆที่ ทั้งนี้ราไม่สามารถสังเคราะห์แสงสร้างอาหารเองได้ ดํารงชีวิตได้โดยการดูดซึมสารอาหารจากการย่อยสลายซากสิ่งมีชีวิต และการอาศัยอาหารจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น เชื้อราส่วนใหญ่เจริญได้ดีที่อุณหภูมิประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส เชื้อราเป็นพวกที่ต้องการออกซิเจนและชอบความเป็นกรด โดยในปัจจุบันค้นพบเชื้อรามากกว่า 1 แสนชนิด

ต้องบอกว่า รา เป็นภัยเงียบที่ชวนปวดหัวของเหล่าช่างภาพอยู่ไม่น้อยเช่นกัน แม้หลายๆท่านจะคุ้นเคยกับราที่มักจะให้โทษยามที่อยู่บนอาหารบ่อยครั้ง แต่กลับอุปกรณ์การถ่ายภาพ ไม่ว่าจะกล้องหรือเลนส์ โดยเฉพาะกับเลนส์ด้วยแล้วนั้น ต้องบอกเลยว่า ราชื่นชอบเป็นพิเศษโดยเฉพาะเหล่า Coating ที่เคลือบอยู่บริเวณผิวเลนส์ ยิ่งการเก็บรักษาและดูแลไม่ถูกวิธีด้วยแล้ว รา พร้อมจะมาเยี่ยมเยียนได้เสมอครับ

*** ภาพตัวอย่าง : รา ขึ้นในเลนส์ ***

ผลกระทบเมื่อราขึ้นเลนส์

1. กรณีที่เรายังไม่ได้สังเกตว่า เจ้าราได้เกาะที่บริเวณผิวเลนส์ซึ่งแน่นอนว่า Coating ของตัวเลนส์จะโดนก่อนเป็นด่านแรก จะเริ่มเห็นจุดด่างๆบนหน้าเลนส์ นั่นละครับเจ้าราเริ่มแผลงฤทธิ์แล้ว แต่นี่ยังอยู่ในระยะแรก สามารถทำการส่งล้างเพื่อขจัดปัญหาได้ทันที

2. หากใครที่ยังไม่สามารถหาสาเหตุได้ว่า เจ้าราได้เริ่มแผลงฤทธิ์บนเลนส์แล้วละก็ อาการถัดมาต่อจาก Coating นั้น คราวนี้เจ้าราจะเริ่มกัดกินผิวเลนส์ ย้ำว่า ผิวเลนส์ ส่งผลร้ายในระยะยาวแน่อนหากไม่ได้มีการแก้ไข เลนส์เจ้ากรรมจะเริ่มถ่ายทอด Performance ออกมาได้ต่ำกว่าความเป็นจริง โดยเฉพาะเรื่องความคม และ Contrast หากปล่อยทิ้งไว้ เราจะได้เห็นเส้นใยลากไปมาภายในเลนส์เต็มไปหมดละครับ

วิธีดูแลรักษาเลนส์ให้ห่างรา

1. รามักเกิดในบริเวณที่มีความชื้นเป็นหลัก แน่นอนต้องบอกว่าทั่วทั้งโลกไม่ว่าจะประเทศไหนก็สามารถพบราได้ทุกที่ ไม่เว้นแม้แต่เทือกเขาหิมาลัยก็เคยมีข่าวพบสปอร์ของราเช่นกัน มองกลับมาที่ประเทศไทย ด้วยความที่ว่าภูมิอากาศจะมีลักษณะร้อนชื้น ทำให้เพิ่มโอกาสการเกิดรามากยิ่งขึ้นด้วยครับ ฉะนั้นสถานที่ที่เราเก็บเลนส์นั้น ควรมีอากาศถ่ายเทสะดวก หรือ อากาศโปร่ง ไม่ควรที่จะวางไว้ในที่มีอากาศร้อนเกิน หรือ ชื้นจนเกินไปครับ

 

2. นอกจากหาสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทแล้ว พยายามรักษาความชื้นสัมพัทธ์ไว้ต่ำกว่า 65% ซึ่งหากอยู่ในภายในห้องที่มีการเปิดเครื่อ่งปรับอากาศความชื้นสัมพัทธ์จะอยู่ที่ 30-45% แต่ทั้งนี้สภาพอากาศของแต่ละพื้นที่จะมีความแตกต่างกันออกไปด้วยครับ ยิ่งเป็นฤดูฝนความชื้นจะมากเป็นพิเศษครับ

3. หากไม่ได้ใช้งานกล้องและเลนส์แล้ว ไม่ควรเก็บไว้ในกระเป๋ากล้องเป็นเวลานาน อย่าลืมว่ากระเป๋ากล้องแม้จะป้องกันอันตรายต่างๆได้ แต่ไม่สามารถป้องกันการเกิดราได้ อันเนื่องจากอากาศภายในยามที่ปิดกระเป๋าอยู่นั้น ไม่มีการถ่ายเทที่เหมาะสม ยิ่งกระเป๋ากล้องที่เนื้อภายในเป็นลักษณะของฟองน้ำด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มโอกาสเกิดราได้เป็นอย่างดี

4. ถุงซิปล๊อค เหมือนจะเป็นทางเลือกที่ดี แต่ไม่ที่สุด เพราะ ต่อให้ถุงซิปล๊อคไม่มีความชื้นมารบกวน แต่ความชื้นเดิมที่อยู่ภายในเลนส์ก็ยังคงตามมาอยู่ดี เมื่อใส่ในถุงซิปล๊อคที่มีปิดมิดชิด ก็เท่ากับปิดตายความชื้นให้วนเวียนอยู่ภายในไปด้วยนั่นเอง

 

5. หา กล่องสูญญากาศ หรือ กล่อง Super Ware ขนาดที่เหมาะสม สำหรับใส่อุปกรณ์กล้องและเลนส์ที่ไม่เบียดเสียดจนเกินไป พร้อมกับการใช้ซิลิก้าเจล ซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับความชื้น โดยยามที่ซิลิก้าเจลเปลี่ยนสี เท่ากับมันทำการดูดความชื้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ซิลิก้าเจลส่วนมากจะสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยการนำไปตากแดดให้ความชื้นภายในระเหยออกเสียก่อน แล้วนำกลับมาใช้งานอีกครั้ง ส่วนจำนวนครั้งนั้นไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนขึ้นอยู่กับคุณภาพของซิลิก้าเจลด้วยนะครับ

6. วิธีสุดท้ายที่อาจจะต้องลงทุนกันซักหน่อย นั่นก็คือ ตู้กันชื้น จ่ายที่เดียว จบแน่นอน โดยตู้กันชื้นมีให้เลือกใช้งานทั้งแบบ Digital และ Analog รวมถึงขนาดความจุตามแต่ Lifestyle ของแต่ละบุคคล สำหรับข้อดีของตู้กันชื้นนั้น แน่นอนว่าสามารถควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ได้อยู่หมัด เพราะ ภายในตู้กันชื้น เราสามารถตั้งค่าอุณหภูมิให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมได้อย่างง่ายๆ อีกทั้งอัตราการกินไฟก็ปริมาณน้อยแม้ว่าจะเปิดให้ตู้กันชื้นทำงานอยู่ตลอดเวลาก็ตามที ซึ่งในปัจจุบันได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก อันมาจากราคาและโปรโมชั่นต่างๆ ที่ทำให้บรรดาช่างภาพเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น

*** สอบถามเพิ่มเติม ***

inbox : http://www.facebook.com/messages/zoomcamera

02-635-2330 ต่อ 0 / 083-067-7677 (หยุดวันอาทิตย์)

สาขาสีลม 02-635-2330-1 / 080-271-2772

สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วาน 02-951-8597 / 085-937-0123

สาขาเมกาบางนา 02-105-1926 / 086-554-1919

สาขาเดอะมอลล์บางแค 02-454-9598 / 084-033-0498

สาขาฟอร์จูนทาวน์ 02-642-1291 / 083-068-2775

 สาขา Central Festival เชียงใหม่ 052-068-787 / 096-878-4896

สาขา Central Westgate 02-060-4362 / 097-063-4328

สาขา Central  Festival หาดใหญ่ 095-702-7585

บทความนี้เขียนเมื่อวันที่ 29/03/2019

Leave a Reply

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!