[How to] ซื้อยังไงให้คุ้ม Olympus OM-D E-M1 mark ii กล้องสุดคุ้มแห่งปี Leave a comment

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบันในช่วงตั้งแต่กลางปี 2019 ที่ผ่านมามีการเปิดตัวกล้องใหม่ ๆ ออกมาเป็นจำนวนมาก แบบว่าทุกแบรนด์แห่กันออกกล้องใหม่ มีตั้งแต่กล้องคอมแพ็ค กล้อง APS-C กล้องฟูลเฟลม จนไปถึงระดับกล้อง Medium format กันเลยทีเดียว แต่ เอ๊ะ ! แล้วกล้อง Micro four-Third หละไปไหน

สำหรับ กล้อง Micro four-Third นี้ในปี 2019 ที่ผ่านมาค่อนข้างนิ่ง ๆ ทรงตัว แต่ก็มีออกมาให้เห็นบ้าง ได้แก่ Panasonic Lumix G95 และ Olympus E-M5 mark iii ซึ่งการมาของทั้ง 2 รุ่นนี้ทำให้ตลาด กล้อง Micro four-Third ในส่วนของราคา และ โปรโมชั่นกล้องหลายรุ่นปรับค่อนข้างมาก ในบทความนี้เราจะพูดคุยกัน ก็คือกล้อง Olympus E-M1 mark ii ซึ่งกล้องตัวนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าสนใจ

ย้อนรอยราคา Olympus E-M1 mark ii จากอดีตสู่ปัจจุบัน

ก่อนอื่นขอท้าวความถึงราคาเปิดตัวของ Olympus E-M1 mark ii ซึ่งเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2017 ในราคา body ที่สูงมากถึง 76,990 บาท และ ราคาบอดี้ + เลนส์ Kit 12-40mm F2.8 Pro 103,990 บาท หลังจากที่มีกล้อง Panasonic Lumix G95 และ Olympus E-M5 mark iii ปล่อยออกมาในปี 2019 นี้ เจ้ากล้องตัวนี้ก็ได้รับผลกระทบทางด้านราคาค่อนข้างมาก ผมก็ได้รวบรวมข้อมูลมาเพื่ออัพเดท แล้วเอามาเปรียบเทียบดู และ สังเกตุ จะเห็นว่า

สังเกตุราคาบอดี้ไม่ค่อยหนีห่างกันเท่าไหร่ราคาจะเหวี่ยงอยู่ที่ 49,990 – 59,990 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ลดราคามาจากราคาเต็มค่อนข้างมากเลยทีเดียว เนื่องจากการเปิดราคาของ Olympus E-M5 mark iii ที่มีราคาเปิดตัวค่อนข้างต่ำในปีนี้ และ กล้องแบรนด์อื่น ๆ ที่ตั้งเปิดราคามาค่อนข้างต่ำ ถ้ากล้อง Olympus E-M1 mark ii ไม่ปรับลดตามลงมาความห่างของราคาก็จะมากไปหน่อย ซึ่งถ้าดูตรงที่ราคาบอดี้เปล่าของกล้องตัวนี้ ราคาเต็มก็ราว ๆ 70000+ หลายคนก็บอกว่ามันแพงมาก สำหรับกล้อง M4/3 แต่ถ้าเรามามองอีกมุมในส่วนของเทคโนโลยี ขนาด น้ำหนักที่เป็นเอกลักษณ์ที่กล้องเซนเซอร์ไซส์อื่น ๆ ไม่สามารถทำได้ ที่ผมได้กล่าวไปข้างต้นทั้งหมด ราคาที่ถูกตั้งมาก็ค่อนข้างเหมาะสมอยู่ แต่ก็คงดีถ้าลดราคาลงมาเยอะ ๆ หน่อย หลาย ๆ คนทั่วไปจะได้เข้าถึงกล้องระดับโปรได้ง่ายขึ้น

แม้ว่าโอลิมปัสอาจไม่ใช่ตัวเลือกแรก ๆ ของช่างภาพในสายวีดีโอมืออาชีพ แต่ทางโอลิมปัสก็พยายามใส่ฟังก์ชั่นวีดีโอแบบจัดเต็มมาใน OM-D E-M1 Mark II มีการเน้นคุณภาพของวีดีโอมากขึ้น อย่างเช่น ความละเอียดสูง 4K Bitrate สูงสุดถึง 237 Mbps และยังมี OM-Log ที่สามารถเก็บ Dynamic Range ของภาพสำหรับช่างภาพที่ต้องการนำวีดีโอไปเกรดสี และจุดที่ได้เปรียบกล้องจากค่ายอื่นมากๆคือระบบกันสั่นที่ดีที่สุดในตลาด ช่วยให้สามารถ Handheld ได้แบบไม่ง้อ Gimbal ช่วยลดภาระและทำให้ workflow ง่ายขึ้น

เราลองมาสังเกตุอีกนิดตรงช่วงปลายปี 2018 ที่มีการจัดเซ็ต และ ทำราคาโปรโมชั่น ที่ไม่รู้ว่าทางโอลิมปัสตั้งใจ หรือ บังเอิญที่จะขาย Olympus E-M1 mark ii ช่วงปลายปีหรือป่าว ซึ่งมีการจัดชุดเหมือนกันเปะ และ ราคาลดลงมาเยอะมาก เมื่อเทียบ 2018 กับ 2019 ราคาลดลงมา 20000 กว่า ซึ่งน่าสนใจมากเลย

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่าง คือ เลนส์ M.Zuiko ED 12-40mm F2.8 Pro ที่เอามาประกบจัดชุดกับกล้อง เลนส์ตัวนี้เป็นเลนส์เกรดโปร ตัวท็อปของโอลิมปัส เมื่อเทียบระยะกับฟูลเฟลม ก็เทียบเท่ากับระยะประมาณ 24-70mm F2.8 ราคาเลนส์ระยะนี้ หลาย ๆ คนก็คงรู้ว่ามันมีราคาสูงมาก

ซึ่งแค่เลนส์ของโอลิมปัสเกรดโปรตัวนี้ ราคาขายปกติ ณ ปัจจุบัน ของเลนส์ตัวนี้เมื่อรวมกับโปรโมชั่นในแต่ละเดือนก็จะอยู่ราว ๆ ประมาณ 20000+ ถึง 30000+ ซึ่งถ้าใครซื้อเป็นเซ็ตไปแล้ว เอาเลนส์ไปขายแยกก็พอจะได้ราคาดีอยู่

จากความน่าสนใจหลายอย่าง ทำให้กล้องระดับเรือธงของ Olympus คนทั่วไปสามารถเอื้อมถึงได้ไม่ยาก ลูกค้าเก่าของ Olympus ก็ได้มีโอกาสอัพเกรดขึ้นไปใช้เทคโนโลยีระดับสูงขึ้นได้ง่ายขึ้น ส่วนลูกค้าใหม่ก็สามารถกระโดดขึ้นไปซื้อกล้องระดับสูงได้เลย แล้วเราจะซื้อกล้องตัวนี้แบบคุ้มกว่านี้ได้ยังไง เราไปดูแนวทางการซื้อกันเลย

แนวทางการซื้อ Olympus E-M1 mark ii ยังไงให้คุ้มในปี 2019-2020

Tip#1 ศึกษาโปรโมชั่นประจำเดือนจากทาง Olympus

อยากซื้อให้คุ้มที่สุดต้องใจเย็น ติดตามโปรโมชั่นทุกเดือน รอดูว่าจะมีการจับคู่เลนส์ตัวไหนมาให้ หรือ มีของแถมอะไรมาให้ในชุดหรือป่าว ก่อนเข้ามาสอบถามกับพนักงานขายเพิ่มเติมกับหน้าร้าค้าตัวแทนจัดจำหน่าย

Tip#2 สังเกตของแถมและเลนส์ที่พ่วงขายมาในชุด

ถ้าในชุดมีจับคุู่เลนส์ตัวไหนมา ลองศึกษาข้อมูลราคาเลนส์ตัวนั้นเพิ่มเติม ในส่วนของราคาตลาด และ ราคาที่จะโปรโมชั่นของแต่ละร้าน ซึ่งจะไม่เหมือนกัน หากไม่ได้แถมเป็นตัวเลนส์ลองดูว่าในโปรโมชั่นแถมอะไรมาให้ จะเป็นแบต หรือ กริป ฯลฯ ก็ลองหาราคาตลาดดูครับ

ยกตัวอย่างโปรโมชั่น Olympus E-M1 mark ii + 12-40mm F2.8 pro

ราคาปกติ 76,990 บาท ราคาโปรโมชั่นประจำเดือน 59,990 บาท ขอไม่เอาเลนส์ 12-40mm F2.8 Pro ซึ่งราคาโปรโมชั่นในตลาด ณ ปัจจุบัน อยู่ที่ประมาณ 20000 กว่า ๆ ก็จะทำให้เราได้ราคาบอดี้กล้อง Olympus E-M1 mark ii ในราคาประมาณ 39,990 บาท

Tip#3 ขอต่อรองราคาโดยการขอยกเลิกของแถมและเลนส์ที่ติดมากับในชุด

พอเรามีข้อมูลมาประมาณหนึ่งแล้วก็ถึงจุดที่ไปต่อรองกับพนักงานขายแล้วครับ ซึ่งทางพนักงานขายก็จะมีข้อมูลโปรโมชั่นประมาณหนึ่ง ลองสอบถามพูดคุยดูว่า โปรที่เราเห็นมานี้ สามารถไม่เอาของแถม หรือ เลนส์ในชุดได้ไหม ลดได้เท่าไหร่ยังไง

Tip#4 สอบถามของแถมเพิ่มเติมจากร้านค้าตัวแทนจำหน่ายก่อนตัดสินใจซื้อ

พอจบดีลกันแล้ว ก่อนจะชำระเงินก็ลองสอบถามเพิ่มเติมไปว่าแต่ละร้านตัวแทนจัดจำหน่ายมีของแถมเพิ่มเติมจากทางร้านให้ไหม จะได้ความคุ้มค่าสูงที่สุด สบายใจได้ของคุ้ม ๆ กลับบ้านกันไปนะครับ

หากทำตามขั้นตอนดังกล่าวนี้ เราจะได้กล้อง Olympus E-M1 mark ii ในราคาที่ถูกที่สุด และ คุ้มค่าที่สุด แต่ขอบอกก่อนนะครับ เทคนิคการซื้อที่บอกไปดังกล่าว จะเหมาะสำหรับคนที่ใช้กล้อง Micro four-third มาก่อน และ มีเลนส์ประมาณหนึ่งแล้วอยากอัพเกรดบอดี้ให้ดียิ่งขึ้น แต่ถ้าหากยังไม่เคยมี กล้อง หรือ เลนส์ Micro four-third มาก่อนเลย ก็ขอแนะนำให้ซื้อเซตโปรโมชั่นที่ทาง Olympus จัดมาให้ก็ถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ แล้วครับ เหตุผลเพราะว่าเลนส์ของ Olympus ที่ให้มากับในชุดค่อนข้างมีราคาแยกขายค่อนข้างสูง และ คุณภาพค่อนข้างดีมาก เมื่อใช้ร่วมกับตัวกล้องของโอลิมปัสเอง ถ้าไปซื้อแยกจะแพงมากเลย

ความคุ้มค่าที่กล้องเซนเซอร์ใหญ่ ให้คุณไม่ได้ แต่ Olympus E-M1 mark ii มอบให้คุณได้

1.บอดี้กล้อง ขนาดเลนส์ เล็ก เบา ดีต่อสุขภาพร่างกายจะแบกไปไหนก็สบาย

จากภาพจะเห็นว่าขนาดกล้องของ Olympus เป็นจุดแข็งอย่างหนึ่งที่หลาย ๆ คนชื่นชอบ เพราะมีน้ำหนัก เบา กระทัดรัด พกพาไปเที่ยวก็สะดวกสบาย ไม่หนักจนเสียสุขภาพร่างกาย หลายคนที่อายุเริ่มเยอะก็คงชื่นชอบในจุดนี้ หรือ คนที่ใช้กล้องมาหลายค่ายก็จะชอบความเล็กเบา ซึ่งเอกลักษณ์นี้ หลาย ๆ เจ้าก็พยายามออกสินค้าตัวใหม่มาให้เล็กเบา แต่ก็ติดข้อจำกัดในเรื่องของเซนเซอร์ที่ใหญ่

เทียบขนาดกล้องและเลนส์ของ Olympus กับ ค่ายอื่น ๆ

2.ต้นตำหรับระบบกันสั่น 5 แกนขั้นเทพ นิ่งจนสามารถ Handheld ได้ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ ไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้องและไม้กันสั่น

ต้นตำหรับระบบกันสั่น 5 แกน ในไทยเจ้าแรก ๆ เป็นอีกหนึ่งจุดแข็งที่ทุกวันนี้ น้อยรายนักที่จะมาสู่ความนิ่งของระบบกันสั่นกับ Olympus เนื่องจากจุดเด่นในเรื่องของขนาดเซนเซอร์ที่เล็ก เลยสามารถใส่ระบบกันสั่นไปได้ และ รองรับการสั่นไหวได้ดีกว่าเซนเซอร์ขนาดใหญ่ รองรับการสั่นไหวได้ถึง 5.5 stop และถ้าใส่กับเลนส์ Pro ของ Olympus ก็จะได้ถึง 6.5 stop เลย ใครที่นึกภาพไม่ออก ก็คือสามารถือถ่ายภาพนิ่งและวีดีโอได้ โดยไม่ต้องใช้ไม้กันสั่น หรือ ขาตั้ง ประมาณนั้นเลย

ระบบกันสั่น Olympus E-M1 mark ii

3.ระบบ Weather Seal กันละอองน้ำ กันละอองฝุ่น ที่ดีที่สุดในกล้องทุกรุ่นทุกค่ายในท้องตลาดปัจจุบัน ลุยได้ทุกสถานการณ์

รีวิวทดสอบการกันน้ำ กันฝุ่น Olympus E-M1 mark ii

กันละอองน้ำ ละอองฝุ่น ที่แตกต่างจากกล้องรุ่นอื่น ๆ อย่างเด่นชัด จะเห็นได้จาก User review หลาย ๆ เจ้ารวมถึงคลิปโฆษณาหลายตัวของ Olympus ที่ออกไปลุยทุกรูปแบบ ถ่ายรูปกลางฝนตกหนักได้ แบบชิว ๆ เอาน้ำสาดใส่ ไม่ต้องกลัวกล้องพัง เป็นระบบ Weather Seal ที่แข็งแกร่ง และ ดีเยี่ยมมาก ซึ่งกล้องรุ่นอื่นทำได้ไม่เทียบเท่า

4.ถึงจะออกมา 2 ปี แต่เฟิร์มแวร์ก็มีอัพเดทเข้ามาให้เรื่อย ๆ ไม่ทอดทิ้ง

เฟิร์มแวร์ใหม่ 3.0 Olympus E-M1 mark ii

ถึงจะเป็นกล้องที่ออกมานาน ประมาณ 2 ปีได้ ณ ปัจจุบันก็ยังเป็นกล้องที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องโดยล่าสุด เมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ก็ได้ออก Firmware 3.0 ตัวใหม่ล่าสุดออกมาให้ ทำให้ศักยภาพการถ่ายภาพและวีดีโอดีขึ้นไปอีก แข่งขันกันกับกล้องใหม่ ๆ ที่ออกมาในปี 2019 ได้ ถ้าใครอัพเดทเฟิร์มแวร์ไม่เป็นก็ลองทำตามดูได้นะ แต่ถ้ากลัวว่าจะทำไม่เป็นก็สามารถให้ทางศูนย์ Olympus Thailand อัพเดทให้ได้แบบฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ

สอนวิธีอัพเดทเฟิร์มแวร์กล้อง Olympus

5.การถ่ายภาพในโหมด High Resolution Shot ที่จะทำให้ได้ภาพ 80 ล้านพิกเซล แบบ Raw file และ รวมไฟล์ให้ในตัวกล้องเลย คุณภาพไฟล์เทียบเท่าไฟล์กล้องเซนเซอร์ใหญ่ได้สบาย

ตัวอย่างไฟล์ภาพ High Resoluion Shot by Olympus E-M1 mark ii

หลายคนก็คงมีคำถามในใจ และ ข้อสงสัยว่า กล้องเซนเซอร์เล็กจะไปสู้กล้องเซนเซอร์ใหญ่ ๆ ได้ไง คุณภาพและขนาดไฟล์ภาพก็สู้กันไม่ได้อยู่แล้ว ใช่ครับ ! คุณคิดถูก ในเชิงของกายภาพ แต่รู้หรือไม่ว่า Olympus มีฟีเจอร์เด็ดที่ทำมาเพื่อสู้กับกล้องเซนเซอร์ใหญ่ ๆ ได้ มันถูกเรียกว่า ” การถ่ายแบบ High Resolution Shot ” การถ่ายภาพโดยใช้เทคโนโลยีซอฟแวร์เข้าช่วย แต่ต้องบอกเลยครับว่าไฟล์ภาพที่ได้มา ดีงามมาก ๆ หลักการคือ ตัวกล้องจะถ่ายภาพหลาย ๆ ภาพมาซ้อนกัน จะเก็บทั้งส่วนมืด ส่วนสว่าง ส่วนที่เราโฟกัสทุกจุดที่เกิดขึ้นมาซ้อนกัน และ จะได้ไฟล์ภาพขนาด 80 ล้านพิกเซล ซึ่งสามารถถ่ายแบบ Raw file ได้ ตัวกล้องจะรวมไฟล์ให้เองในกล้องเลย สะดวกดี ซึ่งเป็นไฟล์ที่ได้จะคุณภาพสูสีกับกล้องเซนเซอร์ขนาดใหญ่ แต่ก็อาจจะมีคนคิดว่ากล้องเซนเซอร์ใหญ่ก็ถ่ายมาแล้วเอามารวมอีกทีก็ได้ ในส่วนนี้ก็ทำได้ครับ แต่ในปัจจุบันกล้องที่ในตลาดส่วนใหญ่ก็จะต้องพึ่งการรวมภาพในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบ แต่งภาพรวมภาพผ่านโปรแกรมก็คงไม่ค่อยสะดวก ถ้าอยากจบหลังกล้อง Olympus E-M1 mark ii ก็ตอบโจทย์ให้ได้เลย

เข้าไปดาวโหลดไฟล์ภาพขนาดจริงมาลองเล่นกันได้ High Resolution Shot by Olympus E-M1 mark ii

เปรียบเทียบ Dynamic range และ ISO กับกล้องค่ายอื่น ๆ

การถ่ายในที่แสงน้อย Olympus E-M1 mark ii ก็สามารถถ่าย Low light AF -6EV ได้ ซึ่งจุดเด่นของกล้อง format เล็กอย่างหนึ่งคือระบบโฟกัสสามารถทำได้รวดเร็วและสามารถโฟกัสได้ในที่แสงน้อยมากๆ E-M1 Mark II สามารถโฟกัสได้ที่แสงน้อยเพียง -6EV หรือเทียบได้กับแสงจากพระจันทร์ครึ่งดวงไม่มีแสงไฟอะไรช่วยเลย

เปรียบเทียบ Dynamic range และ ISO ของกล้อง Olympus

กล้องตัวนี้มี Dynamic Range ดีที่สุดในกลุ่มกล้อง micro 4/3 และเพิ่มสูงขึ้นอีกร่วม 2 stop ในโหมด High-resolution Shot เทียบชั้นกล้อง Full-Frame แนวหน้ารุ่นล่าสุดได้สบาย ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากภาพด้านล่างจากเวปไซต์ photonstophotos.net ถึงจะมีข้อจำกัดในการใช้ขาตั้งกล้องและ ISO สูงสุดที่สามารถใช้ได้ในโหมดนี้เพียงแค่ 1600 แต่ในหลายๆสถานการณ์ก็ช่วยให้เราได้ภาพคุณภาพสูงโดยที่ยังคงความสะดวกสบายในการพกพาและคล่องตัวจากระบบ micro4/3

อ่านบทความเพิ่มเติม Olympus E-M1 mark ii

6.หน้าจอพับมาด้านข้างเหมาะกับสายถ่าย Vlog ถ่ายวีดีโอ ถูกใจสิ่งนี้

หน้าจอ LCD พับออกด้านข้างช่วยให้สามารถควบคุมการถ่ายวีดีโอ การทำ Vlog ได้อย่างดี สะดวกมาก แถมยังมีช่องเสียบไมค์อีกด้วยนะ

7.ฟีเจอร์สุดเทพ Live Composite / Pro capture / Focus Stacking เทคโนโลยีที่ช่วยทำให้ถ่ายภาพระดับมืออาชีพได้

โหมด Live Composite

ระบบโฟกัสและถ่ายภาพนิ่งต่อเนื่องเร็วสูงสุด 18fps แบบ AFC โฟกัสต่อเนื่อง และ 60fps แบบ AFS เหมาะกับการถ่ายภาพที่มีการเคลื่อนไหวเร็ว รวมทั้งยังมีโหมด Pro-Capture ที่กล้องจะทำการเก็บภาพเมื่อกดชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่งและเก็บภาพอีกเมื่อกดชัตเตอร์ลงสุดรวม 14 ภาพ ทำให้ช่วยเพิ่มโอกาสการเก็บโมเม้นต์เสี้ยววินาทีที่ปกติทำได้ยาก

โหมด Pro Capture

อีกหนึ่งฟีเจอร์เด็ด ระบบ Focus Stacking 15 ภาพ กล้องจะถ่ายภาพเก็บระยะชัดต่างๆสูงสุด 15 ภาพและรวมภาพจบในตัวกล้อง ในขณะที่กล้อง flagship รุ่นอื่นๆในท้องตลาดหลายรุ่นก็สามารถทำได้แต่ต้องรวมภาพในคอมพิวเตอร์ด้วยซอฟต์แวร์ภายหลัง ที่สำคัญ Focus Stacking ของ E-M1 Mark II ยังสามารถใช้ร่วมกับแฟลชได้โดยสามารถกำหนดระยะเวลาระหว่างแฟลชแต่ละครั้งเองได้

โหมด Focus stacking

8.ฟีเจอร์วีดีโอก็ไม่เป็นสองรองใคร ทำได้เทียบเท่าแบรนด์ชั้นนำด้านวีดีโอ ด้วยไฟล์ Video OM-Log

สำหรับลูกค้าที่สนใจกล้อง หรือ เลนส์ของทาง Olympus สามารถเข้ามาสอบถามกับพนักงานของทาง ZoomCamera ได้ทุกสาขาเลยนะครับ พนักงานของเราจะนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากที่สุด พร้อมโปรโมชั่นสินค้าที่คุ้มค่าที่สุดให้กับลูกค้าทุกท่าน

Zoomcamera ตัวแทนจำหน่ายกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพที่มีให้คุณเลือกมากที่สุดหาของที่ไหนไม่ได้มาหาได้ที่ ZoomCamera นะครับ

ส่ง EMS ทั่วประเทศ

———– ติดต่อเรา ————

  • สาขา Central Plaza เวสต์เกต 02-054-7462 / 097-063-4328
  • สาขาสีลม 02-635-2330-1 / 080-271-2772
  • สาขาเมกาบางนา 02-105-1926 / 086-554-1919
  • สาขาเดอะมอลล์บางแค 02-454-9598 / 084-033-0498
  • สาขาฟอร์จูนทาวน์ 02-642-1291 / 083-068-2775
  • สาขา Central Festival เชียงใหม่ 052-068-787 / 096-878-4896
  • สาขา Central Festival หาดใหญ่ 074-848-700/095-702-7585
  • สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ 02-002-3894 / 096-901-7825
  • สาขาสยามพารากอน 02-129 4765 / 096-901-7826

แอดไลน์ ID:@ZoomCamera หรือหน้าเว็บไซด์ ZoomCamera 086-349-7224 / 02-635-2330 ต่อ 0 (หยุดวันอาทิตย์)
*******ช่องทางการติดต่อเพิ่มเติม*******

Related

Leave a Reply

SHOPPING CART

close
Do NOT follow this link or you will be banned from the site!