Panasonic FZ300 1

เปิดตัว Panasonic Lumix DMC-FZ300 มาดูกันว่าดีขึ้นแค่ไหนเมื่อเทียบกับ FZ200 Leave a comment

 เปิดตัว Panasonic Lumix DMC-FZ300 มาดูกันว่าดีขึ้นแค่ไหนเมื่อเทียบกับ FZ200

เปิดตัวมาสดๆร้อนเลยครับ Panasonic Lumix DMC-FZ300 รุ่นใหม่ที่จะมาแทน FZ200 รุ่นยอดนิยมที่หลายคนชอบกันเพราะเลนส์ซูม 600mm ที่มีรูรับแสงกว้าง F2.8 ตลอดช่วงแถมมาในราคาที่ ณ ปัจจุบันร่วงลงมาเยอะจนคุ้มค่ามากๆ โดยในรุ่น FZ300 ยังคงใช้เลนส์ 25-600mm F2.8 ตัวเดิม และเซนเซอร์รับภาพเองก็ยังคงใช้ตัวเดิม 12.1 ล้านพิกเซลขนาด 1/2.3″ ด้านไฟล์ภาพเลยพอจะเดาได้ว่าคงไม่เปลี่ยนไปมากนัก แต่ว่า! นอกจากสองอย่างนี้แล้วมีหลายอย่างดีขึ้นเพียบเลยทีเดียวซึ่งเดี่ยวเราจะไล่ๆดูกันทีละเรื่องนะครับพร้อมๆเปรียบเทียบกับ FZ200 ไปด้วย ส่วนเรื่องราคานั้นเปิดตัวมาที่ $599.99 หรือประมาณ 20,000+ บาท(เท่าๆกับ FZ200 ที่เปิดตัวตอนแรกเลยครับ ไม่รู้อีกหน่อยราคาจะร่วงได้แบบ FZ200 มั้ยน้า อิอิ)จะเริ่มวางขายในช่วงกลางเดือนตุลาคม

Panasonic Lumix DMC-FZ300 Specification

    • เซนเซอร์ BSI-CMOS ขนาด 1/2.3″ ความละเอียด 12.1 ล้านพิกเซล
    • ชิปประมวลผล Venus Engine ตัวใหม่
    • ISO 100-6400
    • เลนส์ซูม Optical 24x ระยะ 25-600mm รูรับแสงกว้าง F2.8 ตลอดช่วง
    • ระบบกันสั่น 5-Axis HYBRID O.I.S.+(Optical Image Stabilizer Plus)
    • มีระบบ DFD (Depth From Defocus) ช่วยให้โฟกัสได้เร็วภายใน 0.09 วินาที(ทดสอบมาตราฐาน CIPA)
    • ระยะเวลา Start-up 0.88 วินาที
    • ความเร็วชัตเตอร์แบบกลไกสูงสุด 1/4000 วินาทีและลดลงเหลือ 1/3200 วินาทีเมื่อใช้ช่วงเลนส์ 600mm
    • ความเร็วชัตเตอร์แบบอิเล็กทรอนิกส์สูงสุด 1/16000 วินาที
    • ถ่ายภาพต่อเนื่อง 12 ภาพต่อวินาที(AF-S)หรือ 6 ภาพต่อวินาที(AF-C)
    • ระยะมาโครใกล้สุด 1 เซนติเมตร
    • จอแสดงผล LCD Touchscreen แบบ Vari-angle ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 1,040,000
    • ช่องมองภาพ EVF OLED ความละเอียด 1,440,000 พิกเซล ครอบคลุมพื้นที่ 100% ของภาพจริง
    • ช่องมองภาพมีอัตราขยาย 0.7x อัตราส่วนจอแบบ 4:3 ค่า Contrast Ratio 10,000:1
    • ช่องมองภาพมี Eye Sensor เพื่อสลับการใช้งานระหว่างจอและช่องมองภาพโดยอัตโนมัติ
    • ถ่ายวิดีโอ 4K 3840×2160 ที่เฟรมเรต 24p, 30p ฟอร์แมต MP4
    • ฟังก์ชัน 4K Photo พร้อมโหมดใหม่ 3 โหมด 4K Burst Shooting, 4K Burst S/S (Start/Stop) และ 4K Pre-burst
    • ถ่ายวิดีโอเฟรมเรตสูง 120fps ได้ที่ความละเอียด HD และ 240fps ที่ระดับ VGA
    • มีฟังก์ชันถ่ายภาพ Time Lapse และ Stop Motion Animation
    • มีฟังก์ชัน Focus Peaking
    • โหมด Starlight AF จุดโฟกัสขนาดเล็กที่ออกแบบมาสำหรับโฟกัสดาวบนฟ้าตอนกลางคืน
    • สามารถปรับแต่งไฟล์ RAW ได้ภายในตัวกล้อง
    • มีแฟลชในตัวและ Hotshoe รองรับแฟลชภายนอก
    • มีพอร์ต 3.5mm สำหรับต่อไมโครโฟนภายนอก
    • บอดี้สามารถป้องกันน้ำและฝุ่นได้
    • มี Wi-Fi ในตัว (IEEE 802.11 b/g/n)
    • ไม่มี NFC แต่สามารถเชื่อมต่อได้ผ่านการสแกน QR Code
    • ใช้แบตเตอรี่ DMW-BLC12 ถ่ายได้ 380 ภาพ(ทดสอบมาตราฐาน CIPA)(FZ200 เดิมถ่ายได้ 540 ภาพ)

 เปิดตัว Panasonic Lumix DMC-FZ300 มาดูกันว่าดีขึ้นแค่ไหนเมื่อเทียบกับ FZ200

สมองใหม่ New Venus Engine

FZ300 ใช้ชิปประมวลผล Venus Engine รุ่นใหม่ ซึ่งเพิ่มความสามารถให้ FZ300 สามารถดัน ISO ขึ้นไปสูงสุดที่ ISO6400 จากในรุ่นก่อนนั้น ISO6400 จะทำได้ผ่านการขยายสัญญาณซึ่งจะทำให้เกิด Noise ในภาพมาก และคุณภาพๆที่ได้ไม่ดีเท่า Native ISO ใน FZ300 แต่อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่า ISO6400 ใน FZ300 จะเนียนกริ๊ปนะครับ ISO สูงระดับนี้ในเซนเซอร์ 1/2.3″ ยังไงก็มี Noise แตกเละแน่นอนแต่มีไว้แล้วไม่ได้ใช้ก็ยังดีกว่าต้องใช้แล้วไม่มีครับ

บอดี้กันน้ำกันฝุ่น

FZ300 มี Weather Seal ที่ช่วยให้กล้องสามารถกันน้ำ(ระดับน้ำกระเด็น)และฝุ่นได้ด้วย ส่วนฝั่ง FZ200 นั้นไม่มีซีลแบบนี้เลยครับ แต่ซีลนี้น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ FZ300 หนักขึ้นกว่าเดมอีกราวๆ 100 กรัม

 เปิดตัว Panasonic Lumix DMC-FZ300 มาดูกันว่าดีขึ้นแค่ไหนเมื่อเทียบกับ FZ200

5-Axis HYBRID O.I.S.+

FZ300 มีระบบกันสั่นที่ Panasonic เรียกว่า 5-Axis HYBRID O.I.S.+ ซึ่งเป็นระบบที่กล้องวิดีโอระดับโปรๆของ Panasonic มีใช้กันอยู่แล้ว โดยมันจะช่วยลดการสั่นไหวใน 2 แนวแกนเวลาถ่ายภาพนิ่งแต่เมื่อเราถ่ายวิดีโอจะเป็นระบบกันสั่น 5 แกน(เฉพาะเมื่อถ่ายด้วยความละเอียดต่ำกว่า 4K ลงไป) ผ่านการผสมระหว่างระบบกันสั่นที่ชิ้นเลนส์และระบบกันสั่นแบบ Digital(ใช้ Software)

 เปิดตัว Panasonic Lumix DMC-FZ300 มาดูกันว่าดีขึ้นแค่ไหนเมื่อเทียบกับ FZ200

DFD (Depth From Defocus)

DFD นี่เป็นฟังก์ชันเด็ดของค่ายนี้เค้าเลยครับ ช่วยให้แม้จะไม่มี Phase Detection เหมือนค่ายอื่นเค้าแต่กลับให้ความเร็วในการโฟกัสที่เร็วมากและยังมีการ Tracking ติดตามวัตถุที่ดี โดยอาศัยหลักการว่าตัวกล้องจะขยับระยะโฟกัสของเลนส์เล็กน้อยเพื่อสังเกตความเบลอของวัตถุและนำมาประมวลผลเทียบกับฐานข้อมูลความเบลอของเลนส์แต่ละตัวซึ่งถูกใส่ไว้ในกล้อง จากนั้นกล้องจะรู้ทันทีว่าตอนนี้ตัวเองกำลังปรับระยะโฟกัสไปถูกทางหรือว่าผิดทางพร้อมกับรีบแก้ทิศทางให้ถูก Panasonic กล่าวว่า DFD ช่วยให้ FZ300 โฟกัสได้เร็วขึ้นและยังมีการโฟกัสติดตามวัตถุได้ดีขึ้นถึง 200% เลย

อธิบายเพิ่มเติม ส่วนนี้ถ้าใครเข้าใจหัวข้อ DFD แล้วข้ามไปเลยก็ได้ครับๆ ระบบโฟกัสในกล้องหลักๆเลยมี 2 ระบบคือ Phase Detection และ Contrast Detection ซึ่งปกติใน Mirrorless หรือกล้อง Compact จะใช้ระบบ Contrast Detection ข้อเสียของ Contrast Detection คือมันไม่รู้ว่าวัตถุตรงหน้าอยู่ห่างออกไปหรือว่าใกล้กว่าระยะโฟกัสปัจจุบัน เมื่อเริ่มโฟกัสมันจึงปรับระยะเลนส์โดยอาศัยการเดาสุ่ม หมุนซ้ายที ขวาทีว่า และคอยดูว่าจะเจอระยะที่ตรงเป๊ะเมื่อไหร่ นั่นทำให้เลนส์เสียเวลาหมุนโฟกัสไป-กลับ และเสียเวลาหากหมุนไปผิดทาง ในขณะที่ Phase Detection ที่ใช้กันในกล้อง DSLR จะรับรู้ได้ว่าวัตถุอยู่ห่างออกไปหรือใกล้เข้ามามันจึงปรับระยะโฟกัสตามวัตถุได้รวดเร็วกว่า

ภายหลังจึงมีการนำ Phase Detection ไปวางบนเซนเซอร์รับภาพของกล้อง Mirrorless เกิดเป็นระบบโฟกัสแบบ Hybrid ทำงานประสานกันระหว่าง Phase Detection ที่จะทำหน้าที่บอกทิศทางและส่งต่อให้ Contrast Detection หมุนเลนส์ไปยังระยะที่ถูกต้อง แต่กล้อง Mirorless ของ Panasonic ยังไม่มีระบบ Hybrid นี้ครับ แต่เค้าได้เพิ่ม DFD มาให้ ซึ่งแม้จะเป็น Contrast Detection แต่ด้วยการสังเกตความเบลอของเลนส์ทำให้ใช้เวลาแค่ชั่วขณะหนึ่งมันก็รู้ทิศทางที่ควรจะหมุนเลนส์ไป จึงทำให้โฟกัสได้เร็วขึ้น

 เปิดตัว Panasonic Lumix DMC-FZ300 มาดูกันว่าดีขึ้นแค่ไหนเมื่อเทียบกับ FZ200

จอหลังและช่องมองที่ดีขึ้น

FZ300 ใช้หน้าจอแสดงผล LCD Touchscreen(FZ200 ไม่มี Touchscreen) ความละเอียด 1,040,000 พิกเซลสูงกว่า FZ200 ที่มีแค่ 460,000 พิกเซล การมองภาพจากจอหลัง FZ300 จึงให้ประสบการณ์ที่ดีกว่าอย่างแน่นอน ส่วนช่องมองภาพนั้นความละเอียดรุ่นนี้ไม่ต่างกับรุ่นเดิมเท่าไหร่นักแต่มีการเปลี่ยนไปใช้ Panel แบบ OLED แทน LCD เดิม มีอัตราขยายที่มากขึ้นเป็น 0.7x จากเดิม 0.46x ทำให้ช่องมองภาพมีขนาดใหญ่ขึ้นช่วยให้มองภาพได้สะดวกกว่า และมีการเพิ่ม Eye-Sensor ที่ช่วยสลับการใช้งานระหว่างจอหลังและช่องมองภาพอัตโนมัติมาให้จากเดิมใน FZ200 จะไม่มี Eye-Sensor

4K !!!!!!!!!!!!!!!!!

นี่เป็นจุดเด่นหลักของ FZ300 เลยครับ ความสามารถในการถ่ายวิดีโอ 4K 3840 x 2160 ที่เฟรมเรต 24p, 30p มี Full-time AF, Manual Control, Zebra Stripes, ‘Cinelike’ gamma ฯลฯ ที่บิตเรตสูง 100Mbps และสามารถถ่าย Full HD 1080p ได้ที่ 60fps รุ่นเดิม FZ200 จะทำได้สูงสุดแค่ระดับนี้ ส่วนเรื่องการถ่ายวิดีโอเฟรมเรตสูง FZ300 ก็สามารถถ่าย 120fps ที่ความละเอียด 1280×720 เท่ากับ FZ200 เดิม

Wi-Fi ในตัว

FZ300 มี W-Fi ในตัวไว้ให้เราเชื่อมต่อกับ Smartphone โดยเราสามารถเชื่อมต่อผ่านการสแกน QR Code ได้เพื่อจะได้ไม่ต้องใส่รหัสต่างๆให้วุ่นวายตอนเชื่อมต่อ ในฝั่งรุ่นเดิม FZ200 จะไม่มี Wi-Fi ในตัวครับ

 เปิดตัว Panasonic Lumix DMC-FZ300 มาดูกันว่าดีขึ้นแค่ไหนเมื่อเทียบกับ FZ200

 

 

 

Leave a Reply

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!