king pro

[Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ…Pixel King Pro !!!!!!!! Leave a comment

Review Pixel King Pro

By Peera W.

[Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!!

จุดเด่น Pixel King Pro

  • ใช้คลื่นวิทยุความถี่ 2.4 GHz
  • ระยะทำงาน 300 เมตร
  • ควบคุมการทำงานแฟลชได้ 3 กรุ๊ป
  • เลือก Chanel ได้ 15 Channel
  • ปรับเลือกแบบ Auto Channel ได้
  • ปรับชดเชยแสงแฟลชจากตัวทริกเกอร์
  • เลือกโหมดแฟลชได้ทั้ง TTL และ Manual
  • รองรับระบบล็อกความจำแสงแฟลช (FEL)
  • รองรับระบบ Hi-Speed Sync
  • รองรับระบบแฟลชสัมพันธ์กับม่านชัตเตอร์ชุดที่สอง
  • สามารถอัพเกรดเฟิร์มแวร์ได้
  • ใช้แทนสายลั่นชัตเตอร์ได้
  • ปรับซูมหัวแฟลชได้ทั้งแบบ Auto และ Manual
  • ออกแบบปุ่มปรับควบคุมให้ใช้งานง่าย

Video สอนวิธีการใช้งาน Pixel King Pro

Pixel King Pro: The 3rd generation wireless TTL flash trigger for Canon and Nikon introduction

[Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!!

สำหรับอุปกรณ์ถ่ายภาพที่ไปไหนๆ ก็มักจะเจอคนที่ใช้งานอยู่บ่อยๆ  โดยเฉพาะช่างภาพที่รับงานถ่ายภาพ หรือช่างภาพที่ถ่ายภาพอย่างจริงจังมากขึ้น นั่นคิอ แฟลชทริกเกอร์ หรืออุปกรณ์สำหรับการสั่งงานแฟลชแบบไร้สายนั่นเอง ซึ่งในตลาดกล้องบ้านเรา ก็มีให้เลือกใช้งานได้หลากหลายยี่ห้อมากทีเดียว แล้วก็มีราคากันตั้งแต่หลักพันต้นๆ มีการทำงานง่ายๆ ควบคุมการปล่อยแฟลชเฉยๆ แต่การปรับตั้งกำลังไฟจะต้องปรับเองแบบแมนนวลเท่านั้น ไปจนถึงหลักหมื่น ที่มีการควบคุมการทำงาน รวมทั้งกำลังไฟได้หลายอย่าง เช่นเดียวกับของยี่ห้อกล้องเอง

สำหรับบทความเรื่องแฟลชทริกเกอร์นั้น zoom Camera ได้เคยทดสอบแฟลชทริกเกอร์ ยี่ห้อ Pixel รุ่น King ซึ่งเป็นแฟลชทริกเกอร์ที่ออกแบบให้ควบคุมกำลังแฟลชแบบ TTL และปรับชดเชยแสงแฟลชได้ด้วย มาวันนี้ Pixel ได้พัฒนาประสิทธิภาพของแฟลชทริกเกอร์ ให้ทันสมัย และสะดวกกับผู้ใช้มากขึ้น โดยออกแบบให้มีจอ LCD พร้อมฟังก์ช่นการทำงานต่างๆ ให้ใช้งานได้สะดวกและแม่นยำมากขึ้น ในรุ่น Pixel King Pro

[Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!!

ประสิทธิภาพและการออกแบบ

         Pixel King Pro ออกแบบตัวบอดี้ได้สวยงามทีเดียว มีขนาดใหญ่กว่า Pixel King TTL Wireless Flash Trigger ที่ Zoom Camera ได้ทดสอบไปแล้ว ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากการที่ออกแบบให้มีจอ LCD ซึ่งก็ช่วยให้ปรับตั้งการทำงานได้สะดวกมากขึ้นทีเดียว ในหนึ่งชุดแบ่งออกเป็น Transmitter ซึ่งเรียกว่า Pixel King Pro และ Receiver ซึ่งเรียกว่า Pixel King X

[Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!!

จอ LCD พร้อมปุ่มควบคุมการทำงาน และหน้าจอแสดงผลปกติ

การออกแบบและการวางปุ่มควบคุมต่างๆ ของ Pixel King Pro  นั้น เริ่มจากข้างๆ จอ LCD จะมีปุ่มปรับการทำงาน ข้างละ 3 ปุ่ม ปุ่มด้านซ้ายจากบนสุด เป็นปุ่มเลือกปรับอัตราส่วนของแฟลชกรุ๊ป A:B หรือ C และเป็นปุ่มปรับเพิ่มกำลังแฟลช หรือซูมแฟลชในโหมด Set up ด้วย ถัดลงมาเป็นปุ่มปรับซูมหัวแฟลชตามช่วงของเลนส์ที่ใช้งาน ซึ่งเลือกได้ตั้งแต่ระยะ 24-105 มม. หรือจะตั้งแบบ Auto ให้ปรับซูมอัตโนมัติก็ได้เช่นกัน ปุ่มล่างสุดเป็นปุ่ม Set สำหรับปรับตั้งการทำงานหลักๆ

ด้านขวาบนสุดของ Pixel King Pro เป็นปุ่มปรับตั้งระบบควบคุมว่าจะให้เป็น Master หรือเป็น Slave เพราะตัว Pixel King Pro นี้ สามารถเป็นได้ทั้ง Transmitter และ Receiver ด้วย ถัดลงมาเป็นปุ่มเลือก Channel ซึ่งเลือกใช้งานได้สูงสุดถึง 15 Channel รวมทั้งเลือกแบบ Auto ด้วย ล่างสุดเป็นปุ่มเลือกการทำงานของแฟลชปกติ, แฟลช Hi-speed Sync หรือแฟลชสัมพันธ์กับม่านชัตเตอร์ชุดที่สอง

[Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!!

ด้านซ้ายเป็นปุ่มเลือกกรุ๊ป พร้อมช่อง USB และช่องซิงค์แฟลชสตูดิโอ

[Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!!

ด้านขวาเป็นสวิทช์เปิด-ปิดการทำงาน พร้อมช่องขาตั้งไฟสตูดิโอ

[Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!!

ด้านบนเป็นฮอทชู พร้อมไฟแสดงสถานะ และปุ่มทดสอบแฟลช

[Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!!

ขาฮอทชูเป็นโลหะ แข็งแรงทนทาน

 

ข้างขวาของตัวบอดี้เป็นสวิทช์เปิด-ปิดการทำงาน ข้างๆ กันเป็นช่องสกรูสำหรับติดกับขาตั้งไฟสตูดิโอหรือขาตั้งกล้อง เมื่อใช้งานเป็น Slave ซึ่งออกแบบเป็นโลหะ ให้ความแข็งแรงดีทีเดียว ด้านบนเป็นฮอทชูแบบ Pass Through ปรับตั้งการทำงานของแฟลชได้จากตัวกล้องเหมือนเสียบแฟลชไปตรงๆ ที่ฮอทชูตามปกติ พร้อมกับสามารถใช้ระบบ Wireless จากทริกเกอร์ เพื่อควบคุมตัว Receiver อื่นๆ ได้ด้วย

ด้านหน้าเป็นปุ่มตรวจสองการทำงานแฟลช ส่วนด้านซ้ายเป็นปุ่มเลือกกรุ๊ปซึ่งจะมีไฟโชว์เมื่อเลือกการทำงานกรุ๊ปใดๆ ถัดมาเป็นช่อง USB สำหรับอัพเกรดฟังก์ชั่นการทำงานใหม่ๆ หรือเพื่อให้ทำงานกับกล้องรุ่นใหม่ๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้น ติดๆ กันเป็นช่อง Sync เมื่อใช้กับไฟสตูดิโอแบบใช้สาย Sync

สำหรับ Receiver มีขนาดเล็กกว่า Transmitter เล็กน้อย แต่มีโครงสร้างและการออกแบบคล้ายๆ กัน ด้านบนเป็นฮอทชูสำหรับต่อกับแฟลช ด้านหน้าเป็นปุ่มเทสต์แฟลชเช่นเดียวกับตัวส่ง ข้างขวาหน้าสุด เป็นสวิทช์เลือกแชนนแนล ถัดเข้ามาเป็นสวิทช์เปิด-ปิดการทำงาน ด้านซ้ายหน้าสุด เป็นปุ่มเลือดกรุ๊ป ซึ่งจะมีไฟแสดงสถานะเมื่อเลือกใช้กรุ๊ปนั้นๆ ด้วยเช่นเดียวกัน ถัดมาด้านหลังเล็กน้อย เป็นช่อง USB และช่อง Sync แฟลชสตูดิโอเช่นเดียวกัน

[Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!!

ด้านซ้ายเป็นปุ่มเลือกกรุ๊ป พร้อมช่อง USB และช่องซิงค์แฟลชสตูดิโอ

[Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!!

ด้านขวาเป็นสวิทช์เลือก Channel และสวิทช์เปิด-ปิดการทำงาน

[Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!!

ด้านบนเป็นฮอทชู พร้อมไฟแสดงสถานะ และปุ่มทดสอบแฟลช

[Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!!

ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ AA 2 ก้อน ทั้ง Transmitter และ Receiver

การใช้งาน

การปรับตั้งการทำงานของ Pixel King Pro ก็สะดวกมาก โดยเลือกตั้งเป็น Channel และ Group เช่นเดียวกับแฟลชทริกเกอร์รุ่นก่อนหน้านี้ การปรับตั้งทำได้โดยหลังจากที่เปิดสวิทช์แล้ว ก็ให้กดปุ่มกรุ๊ปที่ต้องการเลือก และกดปุ่มกรุ๊ปที่เลือกซ้ำ เพื่อปรับเลือกการโหมดแฟลช ซึ่งเลือกได้แบบ TTL และ Manual เมื่อต้องการปรับตั้งกำลังแฟลช ก็ให้กดปุ่ม Set ซึ่งตัวอักษรกรุ๊ป A, B และ C จะกระพริบ กดปุ่ม A, B หรือ C เพื่อเลือกกรุ๊ปที่ต้องการปรับตั้ง จอ LCD จะแสดงแฟลชกรุ๊ปที่เลือกจะกระพริบ กดปุ่ม + หรือ – เพื่อตั้งกำลังแฟลช หรือชดเชยแสงแฟลชตามที่ต้องการ สำหรับโหมด TTL ปรับชดเชยแสงได้ +/-3 สตอป และโหมดแมนนวล ปรับกำลังแฟลชได้ตั้งแต่ 1/1 หรือเต็มกำลังแฟลช และลดได้จนถึง 1/128 จากนั้นก็กดปุ่ม Set อีกครั้ง เพื่อยืนยันการปรับตั้งทำงานนั้นๆ ครับ

[Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!! [Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!! [Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!!

หลังจากที่กดปุ่ม set แล้ว ตัวอักษรกรุ๊ปจะกระพริบ (ภาพแรก) ให้เลือกกรุ๊ปที่ต้องการ การแสดงผลจะเปลี่ยนแบบภาพกลางให้กดปุ่ม + หรือ – เพื่อเลือกปรับชดเชยแสงแฟลชตามที่ต้องการ กดปุ่ม OK เพื่อยื่ยันการทำงานและเข้าสู่การแสดงผลปกติ (ภาพขวา)

 

การควบคุมการปรับซูมหน้าแฟลช ก็ทำได้เช่นเดียวกับการปรับซูมที่ตัวแฟลช โดยกดปุ่ม Zoom หรือปุ่มตรงกลางของปุ่มที่อยู่ทางด้านซ้าย ตัวอักษรกรุ๊ป A, B และ C จะกระพริบเช่นเดียวกัน จากนั้นกดปุ่ม A, B หรือ C เพื่อเลือกกรุ๊ปที่ต้องการปรับตั้ง ซึ่งจอ LCD จะแสดงผลของกรุ๊ป และระยะซูม ซึ่งค่ามาตรฐานจะถูกตั้งไว้ที่ Auto หรือเลือกเองโดยการกดปุ่ม + หรือ – เพื่อเลือกช่วงซูมได้ตามที่ต้องการจาก 24-105 มม.

[Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!! [Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!!

การเลือกปรับซูมเองแบบแมนนวลก็เช่นเดียวกัน โดยเมื่อกดปุ่มซูมแล้ว ตักอักษรกรุ๊ปจะกระพริบ (ภาพซ้าย) เมื่อเลือกกรุ๊ปที่ต้องการแล้ว การแสดงผลจะเปลี่ยนเป็นภาพขวา ก็ให้กดปุ่ม + หรือ – เพื่อเลือกช่วงซูมเลนส์ที่ต้องการ และกด OK เพื่อยืนยันอีกครั้ง

 

สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งาน Pixel King Pro หลายตัวก็สามารถปรับให้ตัวที่ติดกับแฟลชเป็น Slave ได้ และนอกจากจะเลือก Channel ได้ 1-3 แล้ว ยังสามารถปรับตั้งได้สูงสุดถึง 15 Channel อีกด้วย

Pixel King Pro มีความพิเศษมากกว่าแฟลชทริกเกอร์อื่นๆ ที่สามารถปรับตั้ง Auto Channel ได้ โดยจะเป็นการสลับสุ่ม Code แบบ Random โดยจะต้องทำการ Pair Code ระหว่าง Transmitter และ Receiver เสียก่อน ซึ่งสามารถเลือกได้ทั้งแบบ Auto ที่ตัว Transmitter และ Receiver ทั้งคู่ หรือจะเลือก Channel เองที่ Transmitter ตั้งแต่ 4-15 (Channel 1-3 สามารถเลือกได้โดยตรง) และเลือก Auto ที่ตัว Receiver จากนั้นก็ Pair Code ให้ทั้งคู่ทำงานด้วยกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กรุ๊ปหรือ Channel ตรงกันนั่นเอง

การ Pair เริ่มจาก Receiver อยู่ในสถานะ Off เลื่อนสวิทช์ Channel มาที่ตำแหน่ง Auto จากนั้นกดปุ่ม C (กรุ๊ป C) ค้างไว้ แล้วเลื่อนสวิทช์เปิด-เปิดการทำงานมาที่ On ไฟสีฟ้าจะกระพริบ นั่นแสดงว่าอยูในสถานะเตรียมพร้อม จากนั้นก็มาปรับที่ตัว Transmitter โดยเปิดสวิทช์การทำงาน แล้วเลือก Channel ไปที่ Auto หรือ Channel 4-15 ตามที่ต้องการ จากนั้นปิดสวิทช์การทำงาน กดปุ่ม C (กรุ๊ป C) ค้างไว้ แล้วเลื่อนสวิทช์เปิด-เปิดการทำงานมาที่ On ไฟสีแดงจะกระพริบ บนจอ LCD จะขึ้นคำว่า Coding… ให้สังเกตไฟที่ตัว Receiver จะเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีแดง นั่นหมายถึงว่าการ Pair Code เสร็จสมบูรณ์ ปิดสวิทช์ แล้วก็ติดตั้งกับกล้องและแฟลช และเปิดใช้งานได้ทันที ถ้าต้องการเปลี่ยน Channel อื่น ก็ทำการ Pair Code ใหม่อีกครั้งครับ

[Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!!

การเลือก Channel แบบ Auto จะต้องทำการ Pair code ก่อนเพื่อให้ทั้ง Transmitter และ Receiver ทำงานประสานกันเป็นอย่างดี และแม่นยำ

 

ในครั้งนี้ ผมทดลองใช้งาน Pixel King Pro กับกล้อง Canon EOS 100D กับแฟลช Speedlite 600EX-RT โดยปรับกำลังแฟลชให้เป็นปกติ หรืออยู่ที่ +/-0EV ซึ่ง Pixel King Pro ตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดีทีเดียว สามารถควบคุมแสงแฟลชได้ตามที่ต้องการ ทั้งแบบที่ต้องใช้เป็นแสงหลัก หรือเสริมไปกับแสงธรรมชาติในขณะนั้น รวมทั้งเมื่อต้องการเพิ่มคอนทราสต์ของภาพด้วย ส่วนการใช้เป็นรีโมทลั่นชัตเตอร์ ต้องใช้สายเสียบกับช่องสายลั่นชัตเตอร์ ซึ่งยังสามารถสั่งการทำงานกล้องหลายๆ ตัวพร้อมกันได้ด้วยครับ

นอกจากนี้ ยังจัดวางทิศทางของแสงเลียนแบบแสงธรรมชาติได้อีกด้วย ซึ่งก็นับว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญในการสร้างสรรค์ภาพให้พิเศษขึ้นตามที่ต้องการได้เป็นอย่างดีทีเดียวครับ หลายครั้งที่ผมลองสลับเปลี่ยนระหว่างโหมด TTL กับโหมดแมนนวล ซึ่งการปรับเปลี่ยนที่ตัว Pixel King Pro ก็ให้ความสะดวก และปรับตั้งค่าการทำงานต่างๆ จากตัว Transmitter โดยไม่ต้องไปปรับที่ตัวแฟลชให้เสียเวลาอีกต่อไปครับ

Pixel King Pro ใช้แบตเตอรี่แบบ AA ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ที่หาซื้อได้ง่ายๆ ดังนั้นจึงไม่ต้องเป็นกังวลเมื่อยามแบตหมดแล้วจะหาซื้อไม่ได้ เหมือนกับแบตเตอรี่แบบอื่นๆ อีกด้วย สำหรับแฟลชทริกเกอร์ที่มีฟังก์ชั่นการทำงานที่คล้ายๆ กับ Pixel King Pro ซึ่งก็มีอยู่หลายรุ่น แต่ก็มีราคาที่สูงมากกว่า ดังนั้น Pixel King Pro จึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดงบ แต่ได้ประสิทธิภาพไปแบบเต็มๆ ครับ

 

FE lock (ล็อคความจำแสงแฟลช) รองรับ
ปุ่มเทสต์แฟลช รองรับ
2nd Curtain (แฟลชสัมพันธ์กับม่านชัตเตอร์ชุดที่ 2) รองรับ
High speed sync (แฟลชสัมพันธ์กับความเร็วชัตเตอร์สูง) รองรับ
firmware upgrade (อัพเกรดเฟิร์มแวร์ล่าสุด) รองรับ
 flash focusing light (ไฟช่วยโฟกัส) จากตัวแฟลช
ปรับควบคุมเมนูแฟลชจากตัวกล้อง รองรับ
ใช้เป็นรีโมทลั่นชัตเตอร์ รองรับ
ปรับซูมแฟลช รองรับ
ควบคุมแฟลช E-TTL และ M พร้อมๆ กัน รองรับ

 

ตัวอย่างภาพที่ใช้ Pixel King Pro ควบคุมแฟลช

[Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!! [Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!!

บนชดเชยแสงแฟลช -3 ล่างชดเชยแสงแฟลช -2

[Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!! [Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!!

บนชดเชยแสงแฟลช -1 ล่างถ่ายภาพปกติ ไม่ได้ชดเชยแสงแฟลช (+/-0)

[Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!! [Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!!

บนชดเชยแสงแฟลช +1 ล่างชดเชยแสงแฟลช +2

[Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!!

ชดเชยแสงแฟลช +3

[Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!!

วางแฟลชไว้ด้านซ้ายมือ ต่ำกว่าดอกไม้ในระยะใกล้ ชดเชยแสงแฟลช -1

[Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!!

วางแฟลชด้านซ้ายมือ ชดเชยแสง -1 ปรับชิฟท์ไวท์บาลานซ์กล้องให้ออกโทนส้มเล็กน้อยเลียนแบบแสงยามเย็น

[Review] King ที่เหนือกว่า King เพราะมันคือ...Pixel King Pro !!!!!!!!

วางแฟลชด้านขวามือ ปรับแฟลชแบบแมนนวล (M) ซึ่งปรับได้จาก Transmitter เลย กำลังแฟลช 1/8
เพื่อบาลานซ์แสงข้างในศาลา กับแสงข้างนอกให้สมดุลกัน

1378113577 1378113595

ภาพซ้ายถ่ายปกติ ส่วนภาพขวา ฟิลแฟลชเล็กน้อยเพื่อเพิ่มคอนทราสต์ให้ภาพ ชดเชยแสงแฟลช -2

Leave a Reply

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!