Review Olympus M.Zuiko Digital ED 17mm F1.2 PRO Leave a comment

Review Olympus M.Zuiko Digital ED 17mm F1.2 PRO

นานน๊านนน จะมีเลนส์เทพ ๆ มาให้จับทำรีวิวพร้อมกันถึง 3 ตัวได้แก่ Olympus 17mm F1.2 PRO, 25mm F1.2 PRO, 45mm F1.2 PRO น่าเสียที่มีเวลาอยู่ด้วยกันน้อยแค่ประมาณ 3 วันเท่านั้นซึ่งผมเองมีโอกาสรีวิว Olympus 17mm F1.2 PRO และ Olympus 25mm F1.2 PRO ครับทุกคนสามารถไปติดตามบทความรีวิวแยกของแต่ละตัวได้ที่

ราคา Olympus M.Zuiko Digital ED 17mm F1.2 PRO เปิดตัวที่ 48,990 บาท

ทุกคนยังสามารถอ่านบทความรีวิวภาพตัวอย่างจากเลนส์ Olympus M.Zuiko Digital ED 17mm F1.2 PRO และ Olympus M.Zuiko Digital ED 45mm F1.2 PRO ที่เคยออกมาก่อนหน้านี้ได้ที่ Hand-on Review Olympus M.Zuiko 17mm F1.2 PRO และ 45mm F1.2 PRO

ภายในและภายนอกของ Olympus M.Zuiko Digital ED 17mm F1.2 PRO

Olympus M.Zuiko Digital ED 17mm F1.2 PRO ถือเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ใช้ M.Zuiko Digital 17mm F1.8 แล้วรู้สึกว่าอยากได้อะไรที่มันสุดทางกว่านี้เพราะมากับสเปกสุดโหดตามฉบับเลนส์ Olympus PRO

ชิ้นเลนส์ ED ชิ้นมากที่สุดในบรรดา M.Zuiko ทุกตัว

Olympus M.Zuiko Digital ED 17mm F1.2 PRO มีโครงสร้างชิ้นเลนส์มากถึง 15 ชิ้น 11 กลุ่มและใส่ชิ้นเลนส์พิเศษเอาไว้มากมายเพื่อแก้ไขความคลาดต่าง ๆ ของเลนส์ทั้ง Super ED, ED, EDA, Super HR, Aspherical, และ ED-DSA (Dual Super Aspherical)ซึ่ง Olympus กล้าพูดว่าตนเป็นเจ้าแรกที่สามารถผลิตชิ้นเลนส์แบบนี้ได้ในระดับอุตสาหกรรม(อ้างอิงจากทาง Olympus)นอกจากนี้ยังมีการเคลือบผิวเลนส์ด้วย Z Coating Nano ซึ่งจะช่วยลดการเกิดแสงฟุ้งและแฟร์ได้ด้วย

ถ้าอยากรู้เพิ่มเติม Olympus มีอธิบายเรื่องเลนส์ ED-DSA เอาไว้ซึ่งทุกคนสามารถเข้าไปอ่านกันได้ที่ Olympus M.Zuiko Digital ED 17mm F1.2 PRO

Feathered Bokeh หรือโบเก้ขนนก

ถัดจากชิ้นเลนส์ ED-DSA Olympus ก็โชว์เหนืออีกเรื่องด้วยการออกแบบให้ตัวเลนส์ Olympus M.Zuiko Digital ED 17mm F1.2 PRO ให้โบเก้แบบขนนกที่มีขอบนุ่มนวลสวยงามต่างจากโบเก้ทั่วไป

ตรงนี้ต้องระวังอย่าสับสนกับพวกเลนส์ APD หรือ STF นะครับ พวกนั้นจะใช้ชิ้นเลนส์พิเศษอีกชิ้นในการลดทอนแสงที่เข้ามาจนเกิดเป็นเอฟเฟคของโบเก้ที่นุ่มนวลซึ่งพวกนี้จะเสียแสงไปประมาณ 1 สตอปหรือมากกว่านั้นต่างจาก Feathered Bokeh ของ Olympus ที่ไม่มีการเสียแสงใด ๆ แต่อย่างไรการให้เอฟเฟคโบเก้นุ่มนวลของ Feathered Bokeh ก็ยังห่างกับที่ APD หรือ STF ทำได้ค่อนข้างมาก

ขนาดและน้ำหนัก

ตัวเลนส์มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 68.2mm สูง 87mm น้ำหนัก 390 กรัมใช้ฟิลเตอร์ขนาด 62mm ถามว่าใหญ่มั้ย…ถ้ามองว่าเป็นเลนส์ F1.2 ไม่ใหญ่เลยและเบามากแต่ถ้ามองว่าเป็นเลนส์ Micro Four Third ก็ใหญ่เอาเรื่องอยู่ 5555

Olympus มีกลไกที่เรียกว่า MF Clutch ที่สามารถจะดึงวงแหวนโฟกัสให้เลื่อนลงเพื่อเข้าสู้โหมด Manual Focus ได้ทันทีซึ่งสะดวกมาก

ปุ่ม L-Fn ด้านข้างเลนส์สามารถตั้งค่าเป็นปุ่มลัดเข้าฟังก์ชั่นอะไรก็ได้เพื่อความรวดเร็วในการใช้งาน

ระยะโฟกัสใกล้สุดแค่ 20 ซม.

17mm หลังจากคูณระยะแล้วเราจะได้เลนส์ 34mm ซึ่งปกติแล้วจะมีระยะโฟกัสใกล้สุดประมาณ 35-40 ซม. แต่ Olympus M.Zuiko Digital ED 17mm F1.2 PRO มีระยะโฟกัสใกล้สุดแค่ 20 ซม. เท่านั้นซึ่งนับว่าใกล้มากเลยทีเดียว

กันน้ำ กันฝุ่น ทนอุณหภูมิ

Olympus M.Zuiko Digital ED 17mm F1.2 PRO มี Weather Seal ซึ่งช่วยให้เลนส์สามารถป้องกันละอองน้ำ ฝุ่นและทนอุณหภูมิได้ถึง -10 องศาเซลเซียส แต่อย่าลืมว่าต้องใช้กับกล้องที่มี Weather Seal เหมือนกันด้วยนะครับ

สังเกตบริเวณท้ายเลนส์จะมีขอบยางอยู่ด้วย

Feathered Bokeh – โบเก้ขนนก

 

โบเก้ขนนกจะเกิดตั้งแต่ F1.2 แต่หลังจาก F1.8 ไปเราจะได้โบเก้แบบปกติแทนทำให้เลนส์ตัวนี้ให้โบเก้ได้ถึง 2 แบบเลย

ขอบม่วง – Chromatic Aberration

เลนส์รูรับแสงกว้างขนาดนี้ผมคิดไว้ก่อนจะทดสอบเลยว่า…มันต้องม่วงแน่ ๆ 5555 ซึ่งปกติแหละครับผมไม่เคยเห็นเลนส์ F1.2 ที่ไม่ม่วงเลยแต่ที่อยากรู้คือมันสร้างปัญหาแค่ไหนเวลาใช้งานปกติ

จากที่ทดสอบถ่ายภาพต้นไม้แบบย้อนแสงซึ่งเป็นการทรมานเลนส์ขุดเอาความม่วงของมันออกมาซึ่งเห็นได้ชัดว่าขอบม่วงขึ้นมามากพอสมควรที่ F1.2 และหายไปมากที่ F2.8 และหายไปหมดหลังจาก F4

แต่ในการใช้งานจริงซึ่งผมเปิด F1.2 แทบจะตลอดเวลาขอบม่วงไม่ได้โผล่มาสร้างปัญหาบ่อยนักฉะนั้นถ้าเราไม่ได้จงใจจะทำให้มันขึ้นม่วงจริง ๆ ขอบม่วงก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยแต่อย่างใด

ความบิดเบี้ยว – Distortion

ความบิดเบี้ยวหรือ Distortion นั้นไม่มีอะไรน่าห่วงครับ Olympus M.Zuiko Digital ED 17mm F1.2 PRO มีน้อยมากจนแทบไม่มีเลย

ขอบมืด – Vignette

ขอบมืดหรือ Vignette นั้นมีให้เห็นตั้งแต่ F1.2 และจะค่อย ๆ น้อยลงไปเรื่อย ๆ ตามรูรับแสงที่แคบลงที่ F2.8 นั้นจะแทบไม่เห็นแล้วและหายไปจนหมดที่ F4

source

ความคม

ความคมผมลองเทียบ Olympus M.Zuiko Digital ED 17mm F1.2 PRO กับเลนส์ 17mm F1.8 ตัวที่ออกมาก่อน แน่นอนว่า 17mm F1.2 PRO นั้นคมกว่าอย่างชัดเจนโดยเฉพาะบริเวณขอบภาพ

ภาพตัวอย่างผมแคปออกมาจาก Lightroom อาจจะมองเห็นความแตกต่างได้ไม่ค่อยชัดทุกคนสามารถโหลดไฟล์ JPEG ไปเปิดดูกันเองได้ครับ(ช่วงท้ายบทความ)

(ภาพบน)(กลางภาพ)จากภาพบนจะเห็นว่าที่ F1.2 ของเลนส์ตัวใหม่กับ F1.8 ของเลนส์รุ่นก่อนบริเวณกลางภาพให้ความคมและรายละเอียดที่ใกล้เคียงกันมาก

(ภาพล่าง)(ขอบภาพ)แต่หากเทียบบริเวณขอบภาพ Olympus M.Zuiko Digital ED 17mm F1.2 PRO จะให้ความคมยันขอบภาพเลย ขอบภาพให้รายละเอียดดีกว่ารุ่น 17mm F1.8 มากอย่างชัดเจน

(ภาพล่าง)(กลางภาพ)และเมื่อทั้งสองใช้ F1.8 เท่ากันตัว Olympus M.Zuiko Digital ED 17mm F1.2 PRO จะให้รายละเอียดที่ชัดเจนกว่าแต่อยู่ในระดับที่เราต้องขยาย 100% มานั่งเพ่งมองถึงจะแยกออก

(ภาพล่าง)(ขอบภาพ)แต่หากเป็นเรื่องความคมตั้งแต่กลางยันขอบยังไง Olympus M.Zuiko Digital ED 17mm F1.2 PRO ก็ชนะขาดลอยเลย

การละลายหลังเมื่อถ่ายคนที่ระยะต่าง ๆ

ด้วย F1.2 ทำให้การละลายหลังทำได้ดีและง่ายขึ้นแต่การคุมระยะชัดไม่ให้หลุดก็กลายเป็นเรื่องยากไปแทน 555 เพราะระยะชัดมีน้อยแต่จังหวะไหนเข้านี่ต้องบอกว่ารายละเอียดมันสุดมาก

 

ภาพตัวอย่างจาก Olympus M.Zuiko Digital ED 17mm F1.2 PRO

ช่วงภาพคนส่วนใหญ่จะถูกแต่งแสงสีมาบ้างแล้วนะครับ แต่ถ้าเป็นส่วนวิวและอื่น ๆ จะไม่ได้แต่งหรือแต่งน้อยมาก ๆ

ภาพนี้โฟกัสที่นาฬิกาจะเห็นว่าด้วย F1.2 แม้จะเห็บภาพแบบกว้างแต่ก็สามารถละลายฉากหลังแบบบาง ๆ ได้

เลนส์ Olympus M.Zuiko Digital ED 17mm F1.2 PRO จ่อเข้าใกล้วัตถุได้มาก ผมเลยเอาไปถ่ายแมลงเล่นมาหลายตัวเลย 5555 แต่ด้วยช่วงที่กว้างก็ถ่ายยากอยู่เหมือนกัน

(ภาพบน) ภาพนี้ที่ F1.2

(ภาพล่าง) ภาพนี้ที่ F2.8

(ภาพล่าง) Crop 100% จากภาพบนครับ

(ภาพล่าง) Crop 100% จากภาพด้านบน

Crop 100%

ถ่ายอาหารง่ายมากสำหรับ 17mm

การถ่ายภาพอาหารเป็นอะไรที่ง่ายมากสำหรับช่วงเลนส์นี้ สามารละลายได้สวย เข้าใกล้ได้มาก และระยะเลนส์ยังกว้างพอจนไม่จำเป็นต้องลุกขึ้นยืนหรือยืดแขนเพื่อปรับมุมถ่ายภาพเลย ถ้าใครเป็นคชอบถ่ายอาหารนี่คือเลนส์ที่ควรมีอย่างมาก

บทสรุปรีวิว Olympus M.Zuiko Digital ED 17mm F1.2 PRO

จาก F1.8 ไป F1.2 เราได้อะไรมาบ้าง คุ้มมั้ยที่จะขึ้นไป

  • อันดับแรกคือความคมที่มากขึ้นอย่างชัดเจนคมทั้งกลางยันขอบและคมแบบใช้งานได้จริงตั้งแต่ F1.2 ไม่จำเป็นต้องหรี่ขนาดรูรับแสงเลยถ้าคุณชอบซูมภาพเข้าไปดูรายละเอียดยิบ ๆ ในภาพแล้วล่ะก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันคุ้มที่จะเลือก F1.2
  • แสงที่มากขึ้นซึ่งจะเห็นได้ชัดมากเวลาถ่ายกลางคืนเพราะเราจะได้แสงมากขึ้นมาอีกประมาณ 1 สตอปเลยทีเดียวมันสามารถเปลี่ยนความเร็วชัตเตอร์จาก 1/25 เป็น 1/50 ได้หรือในแง่ของ ISO คือสามารถลดจาก ISO3200 มาเป็น ISO1600 ได้เลย
  • ได้ระยะชัดที่น้อยลงละลายหลังมากขึ้น สำหรับคนชอบหลังละลายมาก ๆ ยังไงคุณก็คงจะชอบ F1.2 มากกว่า F1.8 แน่นอนแต่อย่าลืมนึกถึงประเด็นที่ว่า F1.2 ก็จะมีโอกาสหลุดโฟกัสเยอะกว่าด้วยเช่นกันหลายรูปที่ผมได้กลับมาหลุดโฟกัสเพราะ F1.2 ทำให้คุมระยะชัดได้ยากขึ้นแต่รูปที่ไหนที่โฟกัสเข้าบอกได้เลยว่าคมบาดตากระเด็น 5555
  • บอดี้ถึก ๆ ที่ทนทานและกันน้ำ ฝุ่น อุณหภูมิได้ซึ่งเวลาใช้งานจริงผมเห็นประโยชน์เยอะมากจากสิ่งนี้เพราะบ้านเราฝนมันตกบ่อย ตกแทบทุกสัปดาห์ ทุกฤดูกาลเอาเข้าจริงเลยได้ใช้ประโยชน์จาก Weather Seal บ่อยมาก ๆ
  • อีกข้อคือน้ำหนักซึ่งต้องแบกมากขึ้นถ้าคุณเลือก F1.2 สำหรับผมซึ่งแบก 17mm F1.2, 25mm F1.2 กับบอดี้ Olympus PEN-F อยู่ 2-3 วันผมบอกได้ว่าน้ำหนักนั้นพอรับได้ครับ มันหนักกว่ารุ่น F1.8 ก็จริงแต่ไม่ได้หนักมากขนาดจะแบกแล้วปวดไหล่ปวดหลังแบบเลนส์ Full Frame เรื่องน้ำหนักผมเลยมองว่าไม่ค่อยเป็นปัญหา

ที่เหลือก็อยู่ที่ทุกคนจะชั่งน้ำหนักเอาตามการใช้งานของแต่ละคนแล้วครับว่า F1.2 นั้นจำเป็นกับเราแค่ไหนอย่างไรแต่ถ้ายังลังเลก็รอเข้ามาเล่นตัวจริงที่หน้าร้าน ZoomCamera ก่อนตัดสินใจได้ครับผม

ดาวน์โหลดไฟล์ภาพ JPEG ต้นฉบับได้ที่ ZoomCamera

ดูราคาและโปรโมชั่นส่วนลดของ Olympus M.Zuiko Digital ED 17mm F1.2 PRO ได้ที่ ZoomCamera

วันที่ 12/12/2017

Leave a Reply

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!