Review Olympus PEN E-PL9 กล้องเซลฟี่ เรียบหรูดูดีในสไตล์ Retro Leave a comment

Review Olympus PEN E-PL9 กล้องเซลฟี่ เรียบหรูดูดีในสไตล์ Retro

ไม่น่าเชื่อว่าซีรี่ย์ E-PL วันนี้จะเดินทางมาถึงรุ่นที่ 9 แล้วผมยังจำได้ว่าเคยนั่งอ่านรีวิว E-PL1 ในพันทิพอยู่นานสองนานเพื่อตัดสินใจว่าจะเสียตังค์กับอะไรดี ไม่ทันไร(จริง ๆ ก็หลายปีอยู่ 555)ก็ได้มารีวืว Olympus PEN E-PL9 ซะแล้วซึ่งในครั้งนี้มีให้ดูเป็นแบบวิดีโอนะครับแถมน่าดูกว่าทุกครั้งด้วยเพราะผู้รีวิวในครั้งนี้เป็นน้องแพทส่วนผมนั้นไปช่วยถือของอยู่ในวิดีโอ 555

สำหรับในบทความนี้ผมจะเน้นใส่รูปที่อาจจะดูไม่ถนัดในวิดีโอและสเปคต่าง ๆ ที่ไม่ได้พูดเอาไว้ทุกคนรับชมประกอบกันทั้งสองทางนะครับ

รีวิว Olympus PEN E-PL9 – สเปคภายใน

  • เซนเซอร์ขนาด Four Third ความละเอียด 16.1 ล้านพิกเซล
  • ชิปประมวลผล TruePic VIII ตัวเดียวกับ E-M1 Mark II
  • ระบบกันสั่น 3 แกนที่เซนเซอร์ชดเชยได้ 3.5 สตอป ทำงานทั้งในโหมดภาพนิ่งและวิดีโอ 
  • ระบบโฟกัส Contrast Detection 121 จุด มีระบบจับใบหน้าและโฟกัสดวงตา
  • ความเร็วชัตเตอร์กลไกสูงสุด 1/4000 วินาที
  • ความเร็วชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ 1/16000 วินาที
  • ถ่ายภาพต่อเนื่อง 8.6 ภาพต่อวินาที
  • จอแสดงผล Touchscreen ขนาด 3 นิ้วความละเอียด 1,040,000 พิกเซล
  • จอพับ Selfie ได้แบบพับลงด้านล่าง 180 องศา พับขึ้นได้ 80 องศา
  • วิดีโอ 4K 30p บิตเรตประมาณ 102Mbps
  • วิดีโอ Full HD 60p และ HD 120fps
  • สามารถใช้ระบบกันสั่นดิจิตอลร่วมกับกันสั่นเซนเซอร์เวลาถ่ายวิดีโอได้
  • มีฟังก์ชั่น 4K Image Capture ดึงภาพนิ่งจาดวิดีโอ 4K ได้
  • มีแฟลช pop-up ในตัว ไม่ต้องพกแฟลชตัวเล็กแยกกันแบบรุ่นก่อน
  • Olympus RC Mode สามารถใช้แฟลช pop-up สั่งงานแฟลชแยกแบบไร้สายได้
  • มี Hotshoe สำหรับใส่แฟลชแยกเพิ่มได้
  • มีระบบ Focus Peaking สะดวกต่อการใช้เลนส์มือหมุน
  • เพิ่ม Advanced Photo Mode(AP Mode)
  • มีโหมดหน้าเนียน e-Portrait
  • เพิ่มโหมด Colour Creator
  • Art Filter สีใหม่ Instast Film
  • เพิ่มโหมด Sweep Panorama ต่อภาพ Panorama ให้จากในตัวกล้อง
  • เพิ่มปุ่ม Shortcut สำหรับเข้าถึงฟัง์ชั่นต่าง ๆ อย่างรวดเร็วแบบ E-M10 Mark III
  • HDMI Output ไม่เป็นแบบ Clean HDMI และการต่อภาพออก HDMI จะทำให้จอหลังถูกปิด
  • มี Wi-Fi และ Bluetooth LE (4.0)ในตัว
  • ใช้หน่วยความจำแบบ SD Card(รองรับ UHS-I)
  • ใช้แบตเตอรี่ BLS-50 ชาร์จเต็มถ่ายได้ประมาณ 350 ภาพ(ทดสอบ CIPA)
  • น้ำหนัก 380 กรัม
  • มี 3 สี ดำ, น้ำตาล, ขาว
  • ราคาเปิดตัว 24,990 บาท

รีวิว Olympus PEN E-PL9 – ลักษณะภายนอก

Olympus ไม่ค่อยทำให้ผิดหวังเรื่องความสวยงามในการออกแบบ ส่วนตัวผมว่ารุ่น Olympus PEN E-PL9 ออกแบบมาได้สวยที่สุดในบรรดา E-PL ที่ออกมาทั้งหมดเลย(ไม่รู้ทุกคนจะเห็นเหมือนกันมั้ย) ผมชอบรุ่นนี้มากสุด Grip จับใหม่ที่ออกแบบมาทำให้จับถนัดขึ้นและยังมีลายเส้นที่เสริมให้ดูสวยงามขึ้นไปอีก

คำว่า OLYMPUS PEN เขียนแบบเดียวกับกับชื่อรุ่นของ OLYMPUS PEN สมัยฟิล์มเลยทำให้ติดกลิ่นอายตำนานเก่า ๆ ดีจริง ๆ และพิเศษสำหรับสีขาวและน้ำตาลคำว่า OLYMPUS PEN จะถูกทำให้เป็นสีทอง ส่วนสีดำนั้นจะได้ตัวหนังสือสีเงินครับ

รุ่นนี้จะมีการหุ้มหนังยาวมาถึงด้านหลังบริเวณปุ่มควบคุมทั้งหมดเลย จากเดิมใน E-PL8 ตรงปุ่มควบคุมจะเป็นพลาสติก และมีปุ่มอัดวิดีโอที่รุ่นนี้สามารถใช้งานเป็นฟังก์ชั่น Share Order ได้ด้วย(ที่เป็นสัญลักษณ์สีน้ำเงินข้าง ๆ ปุ่มอัดวิดีโอ)ซึ่งเมื่อกดขณะดูภาพ(Playback)จะเป็นการทำเครื่องหมายว่าเราเลือกรูปนี้เอาไว้ และจะสามารถส่งรูปที่เลือกเข้ามือถือขณะที่ปิดกล้องได้

ด้านบนรายละเอียดปุ่มหมุนต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไปจากรุ่นที่แล้วบ้างแต่ตำแหน่งวางอยู่ที่เดิม จุดที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือแฟลช Pop-up ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในรุ่น Olympus PEN E-PL9 จากที่เดิม E-PL8 จะแถมให้เป็นแฟลชแยกขนาดเล็กทำให้เวลาไปเที่ยวต้องพกแยกกันพอมา EPL9 จับติดไว้ด้วยกันในตัวเลยทำให้สะดวกมากขึ้น

ถึงแม้ EPL9 จะให้แฟลชมาในตัวแต่ก็ยังคงมี Hotshoe อยู่เพื่อใช้ต่ออุปกรณ์เสริมอย่างแฟลชแยกภายนอก หรืออื่น ๆ แต่ที่น่าเสียดายคือการตัด Accessory Port ออกไป(เดิมเคยอยู่ใต้ Hotshoe) ทำให้ EPL9 ไม่สามารถใส่ช่องมองภาพ EVF แบบ EPL8 ได้

ปุ่ม Shortcut ถูกเพิ่มเข้ามาใหม่ในรุ่นนี้(แบบเดียวกับของ E-M10 Mark III)ซึ่งใช้เข้าถึงฟังก์ชั่นต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว กดแล้วเข้าฟังก์ชั่นไหนบ้างสามารถเข้าไปอ่านในบทความ “รีวิว Olympus OM-D E-M10 Mark III ทดสอบใช้งานจริง [วิดีโอ]” ได้ครับ

เมาท์ Micro Four Third และที่อยู่ของเซนเซอร์ 16.1 ล้านพิกเซล

แน่นอนว่าเป็นหนึ่งในกล้องเซลฟี่ต้องมีจอหลังพับถ่ายภาพ Selfie ได้โดยการพับลงด้านล่าง 180 องศาและสามารถพับขึ้นได้ 80 องศา

สายคล้องคอเป็นสายหนังให้ผิวสัมผัสดีมาก หนังนุ่มและไม่บาดคอสำหรับใครที่ซื้อกล้องสีขาวและน้ำตาลจะได้สายคล้องคอหนังสีขาว ส่วนใครซื้อกล้องสีดำจะได้สายคล้องคอสีดำเช่นกัน

ขนาดของกล้องเมื่ออยู่บนฝ่ามือไม่ใหญ่ไม่เล็กถือว่ากำลังดีเลยครับ ตอนถือครั้งแรกรู้สึกว่ามันหนักกว่าที่ตาเห็นแฮะแต่ก็ยังอยู่ในระดับที่เบาอยู่

รีวิว Olympus PEN E-PL9 – เซนเซอร์ ระบบกันสั่นไหว ไฟล์ภาพ

Olympus PEN E-PL9 ใช้เซนเซอร์ขนาด Four Third ความละเอียด 16.1 ล้านพิกเซลกับชิปประมวลผลรุ่นล่าสุด TruePic VIII รุ่นเดียวกับที่ใช้ใน Olympus OM-D E-M1 Mark II ในส่วนนี้ผมขอแปะรูปไว้ให้ดูละกันนะครับ ภาพทั้งหมดถ่ายจาก Olympus PEN E-PL9 เป็นไฟล์ JPEG ออกมาจากกล้องไม่มีการตกแต่งใด ๆ ย่อภาพในโปรแกรม Lightroom อย่างเดียวครับ

ภาพจากโหมดขาว-ดำในตัวกล้อง

ทดสอบ ISO

สำหรับไฟล์ที่ ISO สูงส่วนตัวผมรับได้มากสุดที่ 3200-6400 ยังพอไหวถ้าต้องใช้จริง ๆ เกินกว่านั้นขึ้นไปจะเริ่มเสียรายละเอียดเยอะและมีอาการสีเพี้ยน ๆ บ้างแล้วครับ

ระบบป้องกันภาพสั่นไหว

ระบบกันสั่นไหวของ Olympus PEN E-PL9 เป็นแบบ 3 แกนอยู่ที่เซนเซอร์ทำงานได้ทั้งในภาพนิ่งและวิดีโอและสำหรับการถ่ายวิดีโอสามารถใช้กันสั่นดิจิตอลทำงานร่วมกับกันสั่นเซนเซอร์ได้ครับเพื่อให้วิดีโอมีความนิ่งมากขึ้น

ลองดูตัวอย่างได้จากในวิดีโอรีวิวนะครับ


สำหรับในการถ่ายภาพนิ่งผมลองถือถ่ายด้วยความเร็วชัตเตอร์ช้าได้ต่ำสุดประมาณ 0.5 – 1 วินาทีพอไหวอยู่ครับ แต่ถ้าเอาปลอดภัย 1/4 – 1/8 ขึ้นไปกำลังสบาย ๆ เลย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมือของแต่ละคนด้วยนะครับถ้าใครมือนิ่งมาก ๆ อาจจะถือได้นานกว่าผมอีก

รีวิว Olympus PEN E-PL9 – เพิ่มจุดโฟกัสเป็น 121 จุด

Olympus PEN E-PL9 มีการเพิ่มจุดโฟกัสจาก 81 จุดในรุ่นที่แล้วเป็น 121 จุด(เท่ากับ Olympus OM-D E-M10 Mark III) มีระบบโฟกัสแบบตรวจจับใบหน้า(จับได้สูงสุด 8 หน้า)และระบบโฟกัสดวงตา

ในการใช้งานจริงความเร็วในการโฟกัสทำได้รวดเร็ว ถามว่าเร็วกว่าเดิมมั้ยผมไม่รู้สึกแตกต่างครับ เดิมที Olympus เป็นกล้องที่โฟกัสเร็วอยู่แล้วทำให้เรื่องการโฟกัสไม่มีอะไรน่าห่วงเลยสำหรับ Olympus PEN E-PL9

รีวิว Olympus PEN E-PL9 – การ Selfie และโหมดหน้าเนียน

Olympus EPL9 ใช้การพับจอ Selfie แบบพับลงซึ่ง Olympus บอกจะดีกว่าพับขึ้นบนตรงที่หากเราเผลอมองจอขณะถ่ายตาจะไม่เหลือกขึ้น แต่หลังจากผมลองใช้และดูน้องแพทใช้ถ่าย Selfie ส่วนใหญ่เราก็รู้ตัวอยู่แล้วว่าต้องมองที่หน้าเลนส์ และถ้าเผลอมองจอตามันก็มองลงอยู่ดี ฉะนั้นแค่เปลี่ยนตาเหลือกขึ้นมาเป็นมองลงผมว่ามันไม่ค่อยช่วยอยู่ดี

แต่ตอนใช้งานจริงผมไปเจอข้อดีอื่นอีกหลายอย่างที่ได้จากจอพับลงแบบนี้

1. ควบคุมปุ่มหมุนต่าง ๆ ได้ง่าย

ปกติกล้องเราจะมีพวกปุ่มหมุนสำหรับควบคุมค่าต่าง ๆ อยู่ด้านบนทีนี้หลายรุ่นที่จอพลิกขึ้นบนจะทำให้เราหมุนปุ่มพวกนี้ได้ลำบากมากขึ้นเพราะจอมันมาขวางอยู่ แต่พอ Olympus EPL9 พับลงคราวนี้สบายเลยไม่มีอะไรมาบังหมุนปรับค่าได้ง่ายมาก

2. ใช้ Touchscreen สะดวก

ตอนจอพับขึ้นการจะยืดนิ้วไปแตะจอมันจะต้องเจอเลนส์ก่อนบางทีเลนส์ใหญ่มันก็ขวาง ๆ กดไม่สะดวกเลย แต่กับจอพับลงจิ้ม Touchscreen สะดวกมากไม่มีอะไรมาขวางเลยแถมไม่ต้องเอื้อมเยอะด้วย สำหรับใครที่ชอบคุมกล้องผ่าน Touchscreen คุณน่าจะถูกใจจอพับลงนี้มากกว่าพับขึ้น

3. จอไม่ติดพวกอุปกรณ์เสริมด้านบน

Olympus EPL9 ของเรามี Hotshoe สำหรับใส่อุปกรณ์เสริมพวกแฟลชหรืออะไรก็ได้ที่มีเมาท์แบบเดียวกันนี้ อย่างกล้องที่มีจอพับขึ้นบนเช่น X-A5 ก็มี Hotshoe เช่นกัน หากติดไมค์ถ่ายวิดีโอ Vlog จะเจอปัญหาจอพับขึ้นได้ไม่สุดเพราะติดไมค์ แต่กลับจอพับลงด้านล่างเราจะไม่มีปัญหานี้เลย

ฟังดูเหมือนจอพับลงล่างจะดีกว่าขึ้นบนหลายอย่างแต่ที่สุดแล้วมันก็มีข้อสังเกตอยู่พอ ๆ กันคือ

1. ปัญหาเมื่อติดขาตั้งกล้อง

เพราะ Olympus EPL9 ก็มีเกลียวติดขาตั้งกล้องอยู่ด้านล่างเหมือนกล้องอื่น ๆ ฉะนั้นเมื่อติดขาตั้งกล้องแล้วพับจอมาด้านหน้ามันจะบังจอแสดงผลเต็ม ๆ ใช้งานไม่สะดวกเอาเสียเลย

2. วางกล้องถ่าย Selfie บนโต๊ะไม่ได้

ก็เพราะมีจอแบบพับลงล่างถ้าวางกล้องลงบนโต๊ะก็หมดสิทธิพับจอมาถ่าย Selfie แน่นอนเพราะจะติดพื้น

วิธีแก้ไขปัญหา

จากทั้ง 2 ข้อสังเกตจะมีวิธีแก้ไขได้คือการเชื่อมต่อ Wi-Fi แล้วคุมกล้องผ่าน App ซะ เพราะ Olympus EPL9 จะสามารถดูภาพ Live View และสั่งถ่ายภาพรวมถึงตั้งค่าต่าง ๆ ผ่านจาก App ได้หมดฉะนั้นเราก็อาศัยดูภาพจากจอมือถือเอาเลยก็ได้

โหมดหน้าเนียน e-Portrait

ข้อดีของโหมดหน้าเนียนหรือ e-Portrait ของ Olympus EPL9 คือจะกดใช้ตอนถ่ายภาพเลยหรือจะไปเลือกทำทีหลังก็ได้ เนียนเหมือนกัน เราไม่สามารถกำหนด Level ความเนียนได้แต่สามารถทำซ้ำไปเรื่อย ๆ ได้อย่างเช่น กดไปครั้งที่ 1 แล้วรู้สึกว่าเนียนไม่พอจะกดทำซ้ำอีก 2 ครั้ง 3 ครั้งหรือกี่ครั้งก็ได้มันก็จะเนียนขึ้น ๆ ไปเรื่อย ๆ โดยที่จะบันทึกแต่ละภาพแยกกันไม่บันทึกทับภาพเดิม


ตัวอย่างภาพถ่าย Selfie

แน่นอนว่าเป็นภาพถ่าย Selfie จากน้องแพทนะครับ ถ้าหน้าผมทุกคนคงจะกดปิดเป็นแน่แท้ 555

รีวิว Olympus PEN E-PL9 – ฟีเจอร์ลูกเล่นใหม่ ๆ

Art Filter สีใหม่ Instant Film

Olympus EPL9 มี Art Filter สีใหม่ในชื่อ Instant Film รวมถึงได้เพิ่มสี Bleach Bypass เหมือนใน E-M10 Mark III ด้วยเช่นกัน สำหรับสีของ Instant Film ก็จะเป็นดังที่เห็นในภาพ


Advanced Photo Mode ทำเรื่องยากอย่างกล้วย ๆ

Advanced Photo หรือ AP Mode เป็นการรวมเอาฟังก์ชั่นพิเศษทั้งหลายของ Olympus มารวมกันไว้ในที่เดียวอย่างเช่น Live Composite, Multi Exposure, Keystone Compensation และบางโหมดอย่าง Live Composite หากใช้งานใน AP Mode จะสามารถทำงานได้แบบ Auto กล้องจะคิดค่าแสงให้เราจนเราแทบไม่ต้องทำอะไรเลยแค่หามุมจัดองค์ประกอบภาพแล้วกดชัตเตอร์ที่เหลือปล่อยกล้องทำอย่างเดียว 


ภาพถ่ายไฟรถวิ่งเป็นเส้นแบบนี้บอกได้เลยว่าหมูมากสำหรับ Live Composite ใน AP Mode ใน Olympus EPL9


ฟีเจอร์ใหม่ Sweep Panorama

Olympus EPL9 เป็นกล้อง Olympus Mirrorless ตัวแรกและตัวเดียวที่มีโหมด Sweep Panorama ซึ่งคือการถ่ายภาพ Panorama แบบลากกล้องจากทางหนึ่งไปอีกทางหนึ่งแล้วกล้องจะนำภาพมาต่อกันให้โดยอัตโนมัติแบบเดียวกับโหมด Panorama ใน Smartphone สมัยนี้นั่นแหละครับ

รีวิว Olympus PEN E-PL9 – วิดีโอ

Olympus PEN E-PL9 สามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียด 4K 30p และ Full HD 60p รวมทั้ง HD 120fps ก็เรียกว่ายกสเปค E-M10 Mark III มาจับยัดลงไปเลย ลองดูตัวอย่างวิดีโอที่ถ่ายจาก Olympus EPL9 ได้จากในวิดีโอรีวิวนะครับ


รีวิว Olympus PEN E-PL9 – การเชื่อมต่อ Wi-Fi และ Bluetooth

Olympus PEN E-PL9 มี Wi-Fi และ Bluetooth ในตัวซึ่งจุดเด่นของรุ่นนี้คือสามารถส่งภาพเข้ามือถือได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดกล้องและเราสามารถใช้ฟังก์ชั่น Share Order เลือกรูปที่เราต้องการเอาไว้(อย่างที่ผมพูดถึงก่อนหน้านี้)และกล้องจะส่งรูปที่เลือกเข้ามือถือเราได้ง่าย ๆ เลย

รีวิว Olympus PEN E-PL9 – บทสรุป

อันดับแรกคือ สวยยยย สำหรับผม Olympus PEN E-PL9 สวยที่สุดแล้วในบรรดากล้องเซลฟี่ทั้งหมด สะพายเป็นพรอพประดับชิ้นนึงได้เลย หรูหราดูดีมาก ๆ ด้านการถ่ายเซลฟี่จะให้โทนผิวที่ออกไปทางติดส้มอุ่น ๆ หน่อยอันนี้ก็ต้องแล้วแต่คนชอบนะครับว่าถูกใจโทนผิวแบบไหน ระบบกันสั่นนับว่าดีมากในระดับราคานี้อยู่อันดับต้น ๆ เลยถ้าอยากได้นิ่งกว่านี้คงต้องไป E-M10 Mark III แทนแล้วครับ

ความง่ายในการใช้งานและความเร็วในการทำงานของกล้องก็ยังทำได้ดีตามสไตล์ของ Olympus ส่วนจอพับลงล่างนี่มีทั้งข้อดีและข้อเสียคงต้องลองตัดสินใจจากสไตล์การใช้งานของแต่ละคนดูนะครับ แบตเตอรี่ 1 ก้อนสามารถใช้งานได้ยาวตลอดทั้งวันสบาย ๆ สำหรับระยะยาวหลังจากซื้อมาใช้เลนส์ก็มีให้เลือกเล่นเยอะหาซื้อง่ายและมีขนาดไม่ใหญ่พกพาสะดวก

เรื่องราคา 24,990 บาทดูจะสูงกว่ากล้องเซลฟี่รุ่นอื่นในตลาดอยู่ซักหน่อยแต่ก็ได้สเปคที่เพิ่มขึ้นอย่างเช่น

  • ระบบกันสั่นเซนเซอร์ซึ่งจะทำให้เรามีกันสั่นคอยช่วยตลอดไม่ว่าจะใส่เลนส์อะไร EPL9 เป็นตัวเดียวที่มีทั้ง X-A5, GF10, A5100 ทั้งหมดใช้ระบบกันสั่นที่เลนส์ แถมระบบกันสั่นของ Olympus หลายคนก็ยอมรับกันว่าเป็นที่หนึ่งของตลาด
  • วิดีโอ 4K 30p ซึ่งจะมีแค่ Olympus EPL9 และ Panasonic GF10 เท่านั้น X-A5 นั้นทำ 4K ได้แค่ 15fps ซึ่งใช้งานจริงเราคงไม่ถ่ายวิดีโอที ่15fps กันแน่ ๆ เพราะจะดูไม่ลื่นไหลและไม่เป็นธรรมชาติ
  • Wi-Fi และ Bluetooth ในตัวที่รองรับการส่งภาพเข้ามือถือแม้จะขณะปิดกล้องซึ่งจะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้มาก
  • Advanced Photo Mode ที่มีฟังก์ชั่นเจ๋ง ๆ ที่ใช้งานได้ดีอยู่เยอะเช่น Live Composite, Live Time, Multi Exposure, Keystone Compensation, HDR, Sweep Panorama เป็นต้น

ภาพทั้งหมดถ่ายจาก Olympus PEN E-PL9 และเลนส์ 25mm F1.8

Leave a Reply