Review Panasonic GM1 ถึงตัวจะเป็นเด็กแต่เซนเซอร์เป็นผู้ใหญ่ (ตัวเล็กเซนเซอร์ใหญ่) Leave a comment

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ผมมีของเล็ก เล็กกก ชิ้นนึงจะมานำเสนอ นั่นคือ… Panasonic DMC-GM1 กล้อง Mirrorless เปลี่ยนเลนส์ได้ที่มาพร้อมกับขนาดที่เล็กมากๆพอๆกับกล้องคอมแพคเลยทีเดียว แต่กลับมาเซนเซอร์ใหญ่ยักษ์ไซต์ Micro Four Third ทำให้ GM1 เป็นกล้อง Mirrorless MFT ที่เล็กที่สุดเลย เป็นการนำเอาการใช้งานที่ตอบสนองได้ทั้งช่างภาพระดับโปรและผู้ใช้งานทั่วไปมาย่อส่วนให้เล็กได้อย่างน่าสนใจทีเดียวจริงๆแล้วรีวิวนี้ทำเอาไว้นานมากแต่ก็ค้างส่งไม่ได้เขียนซักที วันนี้ได้มีโอกาสนั่งเขียนแล้วหวังว่าท่านผู้อ่านจะได้ข้อมูลดีๆจากบทความนี้ และขออภัยล่วงหน้าถ้ามีความผิดพลาดอย่างใดๆด้วยครับผม ^_^

Key Features & Spec Highlight

Panasonic GM1 แม้จะมีขนาดเล็กดูไกลๆนึกว่ากล้องคอมแพค แต่อย่าดูถูกมันเชียวนะครับ ในร่างเล็กๆนี้ Panasonic จับยัดเซนเซอร์ Micro Four Third ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล(เท่ากับ GX7, E-M5, E-M1) ตัวเดียวกับที่อยู่ใน GX7 เลยทีเดียวแต่น่าเสียดายที่ GM1 ไม่ได้มีระบบกันสั่นในตัวเหมือนกับ GX7 เมื่อเทียบกับกล้องยี่ห้ออื่นที่มีขนาดใกล้เคียงกันแล้วก็จะมีพวก Nikon 1, Sony RX100 II ซึ่งก็ยังมีขนาดเซนเซอร์ 1″ ที่เล็กกว่า GM1  และอีกยี่ห้อที่เล็กยิ่งกว่า GM1 ซะอีกคือ Pentax Q, Q7, Q10 ตระกูล Q นี้ตัวเล็กๆมากแต่ก็จะมีเซนเซอร์ที่เล็กพอๆกับกล้องคอมแพคไม่ได้ใหญ่แบบ GM1 ดังนั้นเมื่อเทียบในกล้องที่มีขนาดตัวใกล้ๆกัน GM1 ถือว่าโดดเด่นมากทีเดียวด้วยขนาดเซนเซอร์ที่ใหญ่เกินหน้าเกินตารุ่นอื่น

ขอขอบคุณภาพจาก Dpreview

อีกส่วนที่น่าตกใจใน GM1 คือความเร็วชัตเตอร์ที่สูงสุดถึง 1/16000 วินาที(นี่ถ้าเป็น DSLR ตบทีคงสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งกล้อง 55)สูงกว่ากล้องรุ่นท็อปในตลาดทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น GX7 หรือ E-M1 รวมถึง DSLR ระดับโปรที่ล้วนแล้วแต่มีความเร็วสูงสุดแค่ 1/8000 วินาที ซึ่งสาเหตุที่ความเร็วสูงขนาดนี้คงจะมาจากการที่ GM1 ใช้กลไกชัตเตอร์แบบอิเล็กทรอนิกส์และยังมีการเปลี่ยนไปใช้กลไกชัตเตอร์ที่ขับเคลื่อนจาก Stepping Motor แทนการใช้สปริงโหลดซึ่งทำให้กลไกชัตเตอร์มีขนาดเล็กลงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ GM1 มีขนาดเล็กลงมาได้ขนาดนี้

ตามสไตล์กล้องในสมัยใหม่ Panasonic เค้าไม่พลาดที่จะใส่ Wi-Fi มาให้ด้วย แต่น่าเสียดายที่รุ่นนี้ไม่มี NFC ให้ ซึ่งถ้ามี NFC จะช่วยทำให้การเชื่อมต่อระหว่างกล้องกับ Device ต่างๆทำได้เร็วขึ้นมากเลยทีเดียว นอกจากนี้ก็จะมีหน้าจอ Touchscreen ขนาด 3.0″ และความสามารถในการถ่ายภาพเคลื่อนไหว Full HD 1080p 60i นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่ผมชอบมากๆในกล้อง Panasonic คือระบบ Software ลูกเล่นต่างๆที่มีให้เล่นเยอะอย่างใน GM1 นี้ก็จะมีทั้ง HDR, Time Lapse, Stop Motion, Clear Retouch ยังมี Filter Effect สีต่างๆให้เลือก 20 กว่าแบบเลยทีเดียว และ Scene Mode อีก 23 Mode

Panasonic DMC-GM1 Specification Highlight

  • เซนเซอร์ Live MOS ขนาด MFT ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล(ตัวเดียวกับ GX7)
  • ISO 200-25600
  • หน้าจอแสดงผลแบบ Touchscreen ขนาด 3.0″ ความละเอียด 1,036,000 พิกเซล
  • มี Wi-Fi ในตัว(ไม่มี NFC)
  • มีแฟลชในตัวแบบ pop-up
  • ความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 1/16000 วินาที
  • ถ่ายภาพเคลื่อนไหว Full HD 1080p 60i/30p
  • มีระบบ Focus Peaking ช่วยในการใช้ Manual Focus
  • ระบบ Picture in Picture Magnification ช่วยขยายภาพเพื่อให้สะดวกในการ Manual Focus
  • มีพอร์ต Micro HDMI
  • บอดี้แมกนีเซียมลอัลลอยด์ แต่จะมีด้านบนและด้านล่างที่เป็นอลูมิเนียม

Body & Design

          Body บอดี้ของ Panasonic GM1 คือจุดเด่นที่สุดของกล้องรุ่นนี้เพราะมีขนาดเล็กมากๆเมื่อเทียบกับกล้อง Mirrorless MFT รุ่นอื่นๆในตลาดแถมยังได้ความแข็งแรงจากวัสดุที่ทำมาจากแมกนีเซียมอัลลอยด์และอลูมิเนียมอีกด้วย เราไปดูมุมต่างๆของกล้องตัวนี้กันเลยครับ

การออกแบบจะมีลักษณะทันสมัยผสมปนๆกับกลิ่นอายความย้อนยุค บอกไม่ถูกเหมือนกันครับว่าจะไปทางไหนดี อันนี้คงยกเว้นเป็นแล้วแต่มุมมองของแต่ละคนละกันนะครับ 55 จริงๆหลังๆนี้ก็เห็น Panasonic ออกแบบกล้องในสไตล์นี้บ่อยๆคือ ดูทันสมัยเส้นสายเรียบง่ายแบบ Modern แต่ก็เหมือนจะมีบางจุดที่แอบติดความย้อนยุค Retro อยู่นิดๆ

ด้านหลังเป็นที่อยู่ของหน้าจอ Touchscreen 3.0″ และปุ่มควบคุมต่างๆ โดยจะมีปุ่มควบคุมแบบวงแหวนอยู่ 1 อันโดยเราจะใช้ปุ่มนี้เพื่อปรับ F และ ความเร็วชัตเตอร์

ด้านบนจะมี Mode Dial สามารถเข้าถึงโหมดแมนนวล P, A, S, M ได้ทันที สวิชเปิดปิดจะอยู่รอบบริเวณปุ่มชัตเตอร์ และสวิชสำหรับเปลี่ยนโหมดโฟกัส AF-S, AF-C, MF และ Fn1 สามารถตั้งค่าให้เป็นปุ่มอะไรก็ได้

ด้านข้างจะมีพอร์ตอยู่แค่ 2 พอร์ต อันหนึ่งคือ Micro HDMI อีกอันสำหรับต่อสาย USB

บริเวณด้านบนส่วนหน้าจะมีช่อง Stereo Microphone อยู่

แฟลชในตัวของ GM1 จะเป็นแบบ Pop-up ขดตัวซ่อนอยู่ตรงด้านบน โดยจะมีสวิชสำหรับเปิดแฟลชอยู่บริเวณด้านหลัง

เมื่อถอดเลนส์ออกจะเผยให้เห็นเซนเซอร์ขนาดใหญ่ภายใน และจะสังเกตได้ว่าเมาท์เลนส์นั้นพอดีความสูงกล้องจนแทบจะเลยขึ้นมาเลยทีเดียว

ด้านล่างเป็นช่องใส่แบตเตอรี่และการ์ดหน่วยความจำรวมอยู่ในช่องเดียวกัน

Lens มาถึงคราวของ”เลนส์”กันบ้าง Panasonic GM1 ถูกจัดมาเป็นชุดคู่กับเลนส์รุ่นใหม่ที่ออกมาพร้อมกัน Panasonic 12-32mm f/3.5-5.6 ASPH. MEGA O.I.S. ที่ถูกออกแบบมาให้เล็กเข้ากับขนาดของ GM1ช่วงเลนส์เทียบเท่า 24-64mm ในระบบฟิล์ม 35mm เมื่อไม่ใช้งานตัวเลนส์จะหดเก็บได้สั้นสะดวกกับการพกพามากๆ เมื่อต้องการใช้งานเราสามารถปลดล็อคเลนส์ได้ทันทีโดยการหมุนเลนส์ให้ขีดบอกระยะมาหยุดที่ 12mm ก็สามารถใช้งานได้เลยเลนส์รุ่นนี้มีทั้งหมดสองสีคือ สีเงินและสีดำ โดยถ้าเราซื้อกล้องสี เงิน, ส้ม, ขาว เราจะได้เลนส์เป็นสีเงิน แต่ถ้าซื้อกล้องสีดำเราก็จะได้ 12-32mm เป็นสีดำครับ

จุดสังเกตอย่างหนึ่งของเลนส์ตัวนี้คือจะไม่มีวงแหวนปรับโฟกัสครับผม การจะปรับโฟกัสเราจะต้องใช้เลือกในตัวกล้องเอาอีกทีนึง ถือเป็นจุดที่ไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่นัก แต่ก็แลกมาด้วยขนาดที่เล็กพกพาง่าย

 Handling & Operation ในส่วนของการจับถือและการควบคุมนั้นถือว่ายังมีข้อเสียอยู่บ้างครับผม เพราะด้วยที่มันเล็กขนาดนี้ทำให้ผู้ชายที่มือค่อนข้างใหญ่คงจะจับไม่ถนัดแน่ๆ และแม้ผมเองที่มีมือขนาดกลางๆธรรมดาจับครั้งแรกก็ยังถือไม่ถนัดครับมันเล็กซะจนพื้นที่จับมันมีน้อย ทำให้เรากำกริ๊ปไปแบบเต็มๆมือไม่ได้ ทำให้เวลาถือถ่ายรู้สึกกลัวกล้องจะหลุดมือ บางทีถ้าเป็นมือผู้หญิงเล็กๆอาจจะเหมาะก็เป็นได้ แต่เรื่องนี้หลังจากผมได้ใช้งานอยู่วันสองวันเราจะพบท่าจับที่ถูกต้องสำหรับกล้องตัวนี้ครับ เราจะชินไปเองโดยไม่รู้ตัวสุดท้ายเราก็จับกล้องได้สบายๆไม่มีรู้สึกว่ากลัวกล้องจะหลุดมือเลย ดังนั้นถือว่าการจับถือยังมีข้อเสียนิดหน่อยแต่ก็สามารถแก้ไขได้โดยอาศัยความคุ้นชินของเราเองครับ ^_^

ส่วนในเรื่องของการควบคุมเห็นได้ชัดว่าปุ่มมันน้อยไปหน่อยสำหรับคนที่เน้นใช้งานในระดับโปร การปรับค่าต่างๆจะค่อนข้างทำได้ไม่ทันใจนัก แต่พอชินแล้วก็จะเร็วขึ้นครับผม แต่ข้อดีของการมีปุ่มน้อยคือมันดูมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีกับผู้ใช้มือใหม่มากกว่า ถ้าปุ่มเยอะอาจจะชวนให้มึนงงว่าปุ่มไหนทำอะไร และผู้ใช้ที่ไม่ใช่ระดับโปรอาจจะใช้งานได้ลำบากและต้องใช้เวลาเพื่อศึกษาการใช้งานกล้องซักพักใหญ่ๆ โดยรวมสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ได้เน้นการใช้งานระดับโปรสามารถควบคุมกล้องตัวนี้ได้สบายๆปุ่มต่างๆมีคล้ายๆในกล้องคอมแพคใช้งานได้ง่ายเข้าใจไม่ยาก สำหรับผู้ใช้งานที่เน้นฟังชั่นระดับโปรช่วยแรกมีขัดใจแน่นอนแต่เมื่อชินแล้วหรือเคยใช้กล้อง Panasonic มาก่อนก็สามารถจะควบคุมกล้องได้สบายๆครับผม แต่อาจจะไม่เร็วเท่า GF6, GX7 ครับผม

อีกสิ่งที่ผมเจอคือเจ้าหน้าจอ Touchscreen พอมาอยู่ในกล้องเล็กๆบางทีถือเดินๆอยู่นิ้วมันพลาดไปโดนง่าย T^T(ก็คนมันนิ้วใหญ่ 55) พอโดนปุ๊บพ่อคุณเปลี่ยนจุดโฟกัสมาอยู่ตรงขอบจอทันที พอจะถ่ายเลยต้องมาจิ้มเลือกจุดใหม่ แต่ก็สามารถแก้ได้โดยการปิดการจิ้มเลือกโฟกัสซะแต่ที่ผมไม่ได้ปิดเพราะว่าการจิ้มเลือกจุดโฟกัสได้มันมีประโยชน์จริงๆ ทำให้เราไม่ต้องโฟกัสก่อนแล้วจัดองค์ประกอบทีหลัง ซึ่งทำให้ลดโอกาสที่ภาพจะเสียเพราะหลุดโฟกัสตอนเราขยับกล้องจัดองค์ประกอบ

ส่วนนี้ผมแนะนำเลยครับชอบมากๆกับกล้องที่ให้แฟลช Pop-Up แบบนี้ แฟลชในตัวของ GM1 สามารถที่จะหันหน้าขึ้นไปด้านบนได้ด้วย ซึ่งจะมีประโยชน์มากๆกับการยิงแสงแฟลชให้สะท้อนเพดานทำให้แสงแฟลชที่ได้นุ่มนวลไม่แข็งวูบวาบเหมือนกับการยิงแฟลชใส่ตรงๆ แต่ข้อควรระวังคือแฟลชตัวนี้กำลังไม่แรงมากนัก ถ้าเป็นห้องที่เพดานสูงเกินไปแสงแฟลชจะไม่แรงพอจะกระจายทั่วห้อง ทำให้ภาพที่ได้มีส่วนบนๆของห้องสว่างกว่าส่วนพื้นเพราะแสงกระจายลงมาไม่ถึงพื้น

Software Introduction

ในส่วนของ Software อย่างที่ผมได้พูดไปตอนต้น Panasonic เค้าจะมีฟังชั่นอะไรให้เราเล่นหลากหลายถือเป็นข้อดีอย่างนึงเลยอย่างเช่นฟังชั่นจำพวก HDR ซึ่งอันนี้เดี๋ยวจะมีภาพให้ชมในตอนท้ายครับ ทำงานได้ดีพอสมควรเลยทีเดียว ยังมีฟังชั่นถ่าย Time-Lapse และฟังชั่นถ่าย Video Stop Motion โดยระบบจะให้เราถ่ายภาพทีละรูปๆและจะนำไปต่อเป็นวิดีโอให้เรา ถ้าใครนึกภาพไม่ออกว่าเอาไว้ใช้ทำอะไร ลองนึกถึงวิดีโอที่มีตุ๊กตาดินน้ำมันขยับได้เดินไปนุ่นไปนี่ หรือวิโอที่มีตัวละคร Lego เดินไปมาแสดงบทบาท ประมาณนั้นเลยครับผม เราค่อยๆถ่ายภาพนิ่งทีละภาพแล้วไปต่อเป็นวิดีโอกลายเป็นเรื่องราว ฟังชั่นนี้จะสนุกมากๆเวลาเราไปเที่ยวกับเพื่อนหรือครอบครัว  นอกจากนั้นก็จะมี Filter Effect สีต่างๆที่สมัยนี้กล้องแทบจะต้องมีทุกตัวแล้วครับไม่งั้นเดี๋ยวสู้ Smart Phone ไม่ได้ 55 โดย GM1 มีมาให้เลือก 22 แบบ และมี Scene Mode สำหรับให้เลือกถ่ยาในสถานการณ์ต่างๆอย่างง่ายๆ 23 Mode ด้วยกัน

Interface หน้าตา Interface ของ Live View จะเป็นแบบในรูปด้านบนนี้ครับ โดยเราสามารถเลือกเปิดปิดการแสดงผลต่างๆได้ถ้าเรารู้สึกว่าหน้าจอมันรกเกินไป จะทำให้เป็นโล่งๆเลยก็ได้ครับผม

Wi-Fi ในส่วนของ Wi-Fi นั้นจะไม่พูดถึงคงไม่ได้ โดยในค่า Default จากโรงงานเราสามารถเปิด Wi-Fi ได้โดยการกดปุ่ม Fn1 ด้านบน เมื่อเปิดแล้วจะมีไฟสถานะสีน้ำเงินขึ้นมาที่ด้านบน

หลังจากนั้นเราก็เริ่มการเชื่อมต่อกับ Device ของเราได้เลย โดยเราจะต้องเข้าไปเลือกให้ Device ของเราเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่กล้องปล่อยออกมาโดยกล้องจะมีการตั้งรหัสล็อคเอาไว้

หลังจากเชื่อมต่อแล้ว GM1 ไม่ได้ทำได้แค่ส่งรูปภาพเท่านั้น แต่เรายังสามารถจะให้ Device ของเราควบคุมกล้องได้เยอะมาก แทบจะทำได้เหมือนเรายืนอยู่หลังกล้องเลยทีเดียว ภาพ Live View จากกล้องก็จะปรากฎบนจอมือถือด้วย เราสามารถจะปรับรูรับแสงได้ ปรับความเร็วชัตเตอร์ได้ ปรับ White Balance ได้ เลือกจุดโฟกัสได้ และถ้าเราใช้เลนส์ที่เป็น Power Zoom ก็ยังสามารถจะปรับระยะซูมได้อีกด้วย เรียกได้ว่าปรับได้ทุกอย่างเหมือนยืนอยู่หลังกล้องเลยจริงๆ

Scene & Filter Effect สำหรับ Filter Effect นั้นก็ถือว่าทำได้สวยดีทีเดียวครับ อาจยังไม่สวยอย่างของ Instagram หรือ Camera360 แต่ระดับนี้ก็ถือว่าสวยใช้ได้เลยทีเดียว(รูปตัวอย่างตอนท้ายนะครับ) โดยมีเอฟเฟคให้เราเลือก 22 แบบ Expressive, Retro, Old Days, High Key, Low Key, Sepia, Monochrome, Dynamic Monochrome, Rough Monochrome, Silky Monochrome, Impressive Art, High Dynamic, Cross Process, Toy Effect, Toy Pop, Bleach Bypass, Miniature Effect, Soft Focus, Fantasy, Star Filter, One Point Color, Sunshine และสำหรับ Scene Mode ก็จะมีอีก 23 แบบครอบคบุมการใช้งานในสถานการณ์ต่างได้มากมายเลยทีเดียว

Conclusion

Panasonic DMC-GM1 เป็นกล้องอีกตัวที่น่าสนใจมากทีเดียว ด้วยขนาดของมันที่เล็กแต่กลับมาเซนเซอร์ใหญ่ และการเป็นกล้อง Micro Four Third ทำให้เราสามารถเปลี่ยนเลนส์ได้หลากหลายทั้งเลนส์ Panasonic ที่มีหลากหลายรุ่นรวมถึงเลนส์ของ Olympus ก็สามารถนำมาใช้ได้ Panasonic GM1 ตอบโจทย์ได้เหมาะสมสำหรับคนที่กำลังมองหากล้องสำหรับครอบครัวที่คุณภาพไฟล์ดี และเป็นกล้องที่ทุกคนในบ้านสามารถใช้ได้ ตั้งแต่สมาชิกในบ้านที่ไม่มีความรู้เรื่องการถ่ายภาพเลยจนถึงคนที่ใช้งานในระดับโปร หรือช่างภาพคนไหนที่กำลังมองหากล้องซักตัวนึงที่สามารถจะพกไปด้วยกันได้ทุกที่ โดยที่ยังตอบโจทย์ในด้านของคุณภาพไฟล์และการปรับค่าแบบ Manual อยู่

          ข้อดี

  • การใช้เซนเซอร์เดียวกับ GX7 ทำให้มีคุณภาพไฟล์ดีแต่มีขนาดเล็กพกพาง่าย
  • สามารถใช้เลนส์ Micro Four Third ได้ ทำให้มีเลนส์ให้เลือกหลากหลาย
  • ใช้งานง่ายเหมาะกับผู้ใช้ทุกรูปแบบ
  • การโฟกัสทำได้รวดเร็วดี
  • แฟลช Auto มีความฉลาดดี
  • ความเร็วชัตเตอร์สูงมาก 1/16000 วินาที
  • สามารถควบคุมกล้องผ่าน Wi-Fi ได้ และตั้งค่าได้เกือบทุกอย่างเหมือนยืนอยู่หลังกล้อง
  • Filter Effect สวยและมีให้เลือกหลากหลาย แต่ละอันสามารถเลือกปรับโทนสีเองได้
  • มีฟังชั่นสนุกๆอย่าง Time-lapse และ Stop Motion Video
  • บอดี้แมกนีเซียมอัลลอยด์แข็งแรง
  • แฟลช Pop-Up ที่สามารถยกขึ้น Bounce แฟลชได้
  • มี Focus Peaking ช่วยในการปรับ Manual Focus

          ข้อเสีย

  • ขนาดเล็กอาจทำให้คนมือใหญ่ถือไม่ถนัด
  • แบตฯใช้งานได้ไม่นาน เฉลี่ยประมาณ 1 วัน แต่ถ้าเปิด Wi-Fi ด้วยจะยิ่งใช้งานได้สั้นลงอีกพอสมควร
  • ตัวกล้องเล็กทำให้เวลาถือนิ้วพลาดไปโดนจอ Touchscreen ได้ง่าย
  • การเชื่อมต่อ Wi-Fi ระหว่างกล้องกับ Device ในบ้างครั้งทำได้ค่อนข้างช้า
  • เลนส์ 12-32mm ไม่มีวงแฟวน Manual Focus การปรับโฟกัสต้องทำใน Software กล้องซึ่งไม่สะดวก
  • ปุ่มปรับค่าต่างๆน้อย ทำให้การตั้งค่ารูรับแสงหรือความเร็วชัตเตอร์ทำได้ไม่รวดเร็ว

ดุข้อมูลเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อได้ที่ Zoomcamera-GM1

Image Sample

ISO Test

(ภาพบน) High Dynamic Effect

(ภาพบน) Miniature Effect

(ภาพบน) Old Days

(ภาพบน) Retro Effect

(ภาพบน) Star Effect

(ภาพบน) Toy Effect

(ภาพบน) Toy Pop Effect

(ภาพบน) Monochrome

ในส่วนของ HDR ถือว่าทำออกมาได้ดีเลยครับ สามารถเปิดเงาให้สว่างขึ้นได้ และไม่ได้ทำให้เกิดเป็นเงาแสงวาบๆตามขอบที่ดูไม่สมจริง ภาพด้านบนนี้ทั้งสองภาพใช้ F22 ถ่ายมุมเดียวกันระยะเลนส์เดียวกัน เปิด-ปิด HDR แต่จะสังเกตว่าเมื่อเปิดใช้ภาพจะถูก Crop ลงไปนิดหน่อยด้วยครับผม การ Crop เกิดจากการที่เวลาเปิด HDR กล้องจะถ่ายภาพรัวๆติดๆกัน 3 ภาพในค่าแสงที่ต่างกัน(แสงโอเวอร์ แสงพอดี และแสงอันเดอร์) แล้วนำภาพมาซ้อนกันจึงจะต้องมีการขยับภาพทุกภาพให้ซ้อนกันพอดีเป็นสาเหตุของบางส่วนของภาพที่หายไปครับผม

Real Life Image Sample

ภาพทั้งหมดใช้โหมด A ในการถ่ายครับผม WB ตั้งไว้ Auto ตามใจกล้องเลย เลือกถ่ายแบบ JPEG ก่อนลงทำการย่อรูป USM แล้วครับผม

ถ่ายกลางคืน GM1 ทำได้ดีเลยทีเดียวครับ ดัน ISO 1600 ได้สบายๆ ระบบกันสั่นในเลนส์ 12-32mm ทำงานได้ดีช่วยในการถ่ายกลางคืนได้มากเลยครับ

พอดีได้มีโอกาสพาไปเดินมอเตอร์โชว์ด้วยระยะเวลาสั้นๆเลยเก็บภาพมาได้นิดหน่อยครับผม

ปัญหาแรกที่ผมเจอ มีสาเหตุมาจากการเป็นกล้องเล้กอีกแล้วคือ พริตตี้ไม่มองกล้องครับ!!! 55 อาจจะดูเป็นกล้องคอมแพคธรรมดาเหมือนถ่ายเล่นๆ ส่วนใหญ่เค้าจะเลือกมอง DSLR ซะมากกว่า และเลนส์เราระยะซูมค่อนข้างน้อย เวลาคนมุงเยอะๆนี่จะดึงซูมไปถ่ายก็ไม่ไหว แต่กล้องเราตัวเล็กเราอาศัยมุดๆเบียดๆได้ครับ 55

พริตตี้ไม่มอง แต่รถก็ยังมองกล้องเราเสมอ(รึเปล่าหว่า 55)

เดินมาซักพัก พอดีผมไปวันหยุดและเป็นช่วงเวลาคนเยอะ พริตตี้นางแบบของเราส่วนใหญ่โดนคนรุมถ่ายเยอะมาก แต่ในที่สุดเราก็เจอพริตตี้ที่ไม่โดนรุม!!! เลยเข้าไปขอเค้าถ่าย อิอิ ซึ่งผมก็ปักหลักบูทนี้เลยครับ กดชัตเตอร์อยู่นาน ก่อนแฟนผมจะรู้สึกว่า”มากไปแล้วนะรูปสองคนเนี้ยย”และดึงผมออกมา

โชคดีไปวันที่ เจม จิ และ เต้ย มาที่บูทโตโยต้าด้วย อีกครั้งที่ความเล็กของกล้องทำให้ผมเบียดแทรกเข้ามาถ่ายตรงจุดนี้ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ครับบ…หลังจากเดินไปเดินมา ผมก็กลับมาปักหลักที่บูทเดิมอีกแล้ว 55

ลากันไปด้วยยภาพนี้ Crop 100% ที่ ISO 800 ครับผม

จบแล้วจ้าาา๐ ๐ ๐ ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจในบทความรีวิวนี้ด้วยครับผม ^_^

บทความนี้เขียนเมื่อวันที่ 27/12/2013

Leave a Reply

0
    0
    Your Cart
    Your cart is emptyReturn to Shop
      Calculate Shipping
      Apply Coupon
      Unavailable Coupons
      domunk Get ฿50 off ส่งฟรี เฉพาะ ลูกค้าจากช่อง DOMUNK