Tips : รวมเทคนิคการถ่าย Nightscape ที่คุณควรรู้ Leave a comment

กราบสวัสดีเพื่อนๆที่ติดตาม Content ของ Zoomcamera ผ่านทางช่องของ Facebook และ Youtube ทุกท่านด้วยนะครับ ก่อนหน้านี้ทีมงาน Zoomcamera ได้จัดทำ Content เกี่ยวกับการถ่าย Nightscape ฉบับเบื้องต้นกันไปแล้ว ซึ่งต้องบอกเลยว่าการถ่าย Nightscape ค่อนข้างที่จะ Advance กว่าการถ่ายภาพแบบปกติทั่วไป โดยส่วนหนึ่งนั้นเราจำเป็นต้องทราบถึงความสัมพันธ์ต่างๆก่อน ประกอบกับสภาพแสงที่จัดว่าน้อย แน่นอนว่าย่อมเป็นอุปสรรคมากกว่าการถ่ายภาพในเวลากลางวันแน่นอนสำหรับ Content ในรอบนี้จะเป็น Content ที่เป็นการรวบรวมเทคนิคต่างๆที่ใช้สำหรับในการถ่าย Nightscape ไม่ว่าจะเป้นในส่วนของอุปกรณ์ , การตั้งค่าต่างๆ รวมถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อ Nightscape ชนิดที่เพื่อนๆอ่านจบใน Content นี้แล้วสามารถนำไปใช้ได้จริงเลยครับ

*** Tips : รวมเทคนิคการถ่าย Nightscape ที่คุณควรรู้ ***

อุปกรณ์

– กล้อง

สิ่งสำคัญอันดับต้นๆของการถ่ายภาพ หากไม่มีกล้องเราคงได้นอนอยู่บ้านแน่ๆเลยละละครับ ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นการถ่าย Nightscape หรือ ภาพแนวอื่นๆก็ตามที ยังไงเราก็จะขาดกล้องคู่ใจของเราไปเสียไม่ได้ ทั้งนี้ในการถ่ายภาพ Nightscape นั้น ไม่ได้มีกฏตายตัวว่าจะต้องใช้กล้องแบบใด ไม่ว่าจะเป็นกล้อง DSLR , Mirrorless หรือ Smartphone ก็สามารถที่จะถ่ายภาพแนว Nightscape ได้หมดครับ ทั้งนี้ผลงานที่จะได้ออกมานั้น ขึ้นอยู่กับศักยภาพของกล้องเราส่วนหนึ่งด้วยครับ โดยเฉพาะ Sensor รับภาพและหน่วยประมวลผลภาย หากเป็นกล้องรุ่นใหม่ๆ อาจจะได้ Performance ที่ดีกว่ากล้องรุ่นเก่า อันมาจากการพัฒนาของเทคโนโลยีนั่นเองครับ หรือ อาจจะมองมาที่กล้องที่เน้นใช้งานด้านการถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้โดดเด่นมากกว่าปกติ อาทิเช่น Panasonic Lumix GH5S , Sony A7S , Sony A7SII เป็นต้น

– เลนส์

มีกล้องแล้ว ไม่หยิบเลนส์ไปอายเขาแย่เลยนะครับ สำหรับเลนส์ที่เหมาะสำหรับใช้ในการถ่าย Nightscape นั้น ส่วนมากจะนิยมใช้เลนส์ Ultra Wide กันเป็นส่วนใหญ่ เพราะ Nightscape จะอารมณ์คล้ายๆกับ Landscape แต่ต่างกันที่ช่วงเวลาเป็นหลักนั่นเองครับ ซึ่งเจ้า Nightscape จะเน้นช่วงเวลาค่ำ หรือ กลางคืนเป็นหลัก ดังนั้นเลนส์ที่เราจะเลือกมาใช้ นอกเหนือจะเป็น Ultra Wide แล้ว ยังควรต้องมีค่ารูรับแสงที่กว้างซัก F1.8 , 2.8 ครับ เพื่อให้สามารถเปิดรับแสงได้ดีขึ้นนั่นเองครับ และด้วยความที่รูรับแสงไม่กว้างมากแสงเข้าน้อยกว่าอย่างเลนส์คิทอาจจะต้องเสียสปีดชัตเตอร์ที่ต้องเปิดนานกว่าอาจจะต้องดัน ISO สูง ๆช่วย ทำให้ก็จะมี Noise เพิ่มเข้ามาด้วยเช่นกันครับผม

– แบตเตอรี่สำรอง

ในการถ่ายภาพ Nightscape นั้น ส่วนมากเราจะต้องใช้สปีดชัตเตอร์นานที่ค่อนข้างนาน และถ่ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่ีงแน่นอนว่าอาจจะใช้เวลานานพอสมควร บางครั้งแบตก้อนเดียวที่เตรียมไปก็อาจจะไม่พอ ยิ่งเป็นกล้อง Mirrorless ก็อาจจะจำเป็นต้องมีแบตเสริมครับผม แนะนำควรมีติดกระเป๋าอย่างน้อยๆ 1-2 กล้องครับ หรือ กล้อง Mirrorless ในบางรุ่นสามารถชาร์จไฟตรงผ่าน Powerbank พร้อมกับถ่ายควบคู่ไปด้วยกันได้ ซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่มีประโยชน์เช่นกันครับ

– ขาตั้งกล้อง

สำหรับช่างภาพสายท่องเที่ยวแล้ว บางท่านอาจจะไม่อยากพกขาตั้งไปด้วยซักเท่าไร อาจเพราะกินพื้นที่บางส่วนของกระเป๋าสัมภาระ หรือ น้ำหนัก + ขนาด เป็นอุปสรรคต่อการพกพานั่นเอง แต่สำหรับช่างภาพสาย Landscape โดยเฉพาะกับ Nightscape ด้วยแล้ว อาจจะคิดผิดมากหากไม่นำขาตั้งร่วมทริปไปด้วย เพราะ การถ่าย Nightscape นั้น จำเป็นต้องใช้การ Setting ที่ละเมียดละไม , บรรจงลั่น Shutter อย่างนุ่มนวลเพื่อป้องกันไม่ให้ภาพสั่นไหวด้วยเช่นกัน รวมถึงการใช้ Speed Shutter ที่ต่ำกว่าปกติในบางสถานการณ์ที่สมรรถภาพของระบบกันสั่นเกินกว่าจะรับมือไหว ดังนั้น ขาตั้งจึงเป็นตัวเลือกและคำตอบที่ตอบโจทย์ที่ดีที่สุดของการถ่ายภาพ Nighscape ครับ

– รีโมทชัตเตอร์

สำหรับการถ่าย Nightscape แล้ว ความนิ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญอีก 1 เรื่องที่เราจะพลาดไม่ได้ เพราะ สภาพแสงที่น้อยประกอบกับการใช้ Speed Shutter ที่ต่ำ ตัวกล้องของเราไม่ว่าจะเป็นกล้อง DSLR หรือ กล้อง Mirrorless ก็พร้อมที่จะสั่นไหวได้ตลอดเวลา แม้แต่ยามที่เราเอานิ้วกดชัตเตอร์ก็เช่นกันครับ ซึ่งเจ้ารีโมทชัตเตอร์นี้จะเข้ามาแก้ไขเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีครับ ซึ่งในกล้อง DSLR บางรุ่น เจ้ารีโมตชัตเตอร์นี้ก็พร้อมเป็นคู่มือช่วยในการถ่าย Timelapse ได้เป็นอย่างดีครับ ส่วนในกล้อง Mirrorless ปัจจุบันจะมี Application ที่มีความในการควบคุมกล้องผ่านทาง Smartphone ทำให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้นครับ

– ไฟฉาย

อุปกรณ์ที่เรียกว่า Must Have มากสำหรับการถ่าย Nightscape ด้วยความที่แต่ละ Location ที่เราจะออกไปถ่ายนั้น ส่วนใหญ่จะค่อนข้างมืด หรือ มืดสนิทแบบไม่มีแสงสว่างรอบข้าง แน่นอนอำนวยความสะดวกในการเดินทางโดยเฉพาะการเดินเท้านั้น ที่อย่างน้อยๆก็มีแสงสว่างคอยส่องนำทางเรา และช่วยในการส่องที่ตัวกล้องเวลาที่เราต้องการจะปรับการตั้งค่าต่างๆได้เป็นอย่างดีด้วยครับ

การตั้งค่าและความสัมพันธ์กัน

– Speed Shutter

Shutter Speed หรือ ความไวชัตเตอร์ นั้น หมายถึง ระยะเวลาที่ชัตเตอร์ของกล้องเปิดออกเพื่อรับแสงเข้ามายังเซนเซอร์ในตัวกล้องขณะถ่ายภาพ คุณจึงควบคุมการถ่ายภาพตัวแบบที่กำลังเคลื่อนไหวได้อย่างเต็มที่ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยหลักในการควบคุมปริมาณแสงและลักษณะของภาพถ่าย เมื่อแสงเดินทางผ่านเลนส์เข้ามายังตัวกล้อง ชุดชัตเตอร์จะเป็นประตูเปิด-ปิดเพื่อกั้นแสงที่จะเดินทางต่อไปยังเซนเซอร์รับภาพที่อยู่ด้านหลังต่อไป

ความสำคัญอีกอย่างหนึ่งของ Shutter Speed ที่ต้องพิจารณาก็คือ หากใช้ Shutter Speed ที่ต่ำมากจนเกินไปในการถ่ายภาพปกติ ก็อาจจะเกิดอาการภาพเบลอจากการสั่นไหวเนื่องมาจากการที่เราถือกล้องไม่นิ่งมากพอ เมื่อ Shutter Speed ช้าเกินไปก็จะทำให้ภาพเกิดอาการดังกล่าวได้เช่นกัน ดังนั้นเราจำเป็นต้องศึกษาความสัมพันธ์ค่าต่างๆ อาทิ ISO / Aperture ควบคู่ไปกับ Shutter Speed ด้วยครับ

– Aperture

Aperture หรือค่า รูรับแสง มีหน้าที่หลักๆเสมือนเป็นหน้าต่างรับแสง ยิ่งเลนส์ที่มีค่า F กว้าง ( ตัวเลขน้อย ) เช่น F1.4,F2,F2.8 ก็ยิ่งรับแสงได้มาก หากเลนส์ที่มีค่า F แคบ ( ตัวเลขมาก ) เช่น F5.6 , F8  ก็จะรับได้แสงได้น้อยลงนั่นเองครับ

ในสถานการณ์ที่เราถ่าย Nightscape แน่นอนว่าสภาพแสงรอบตัวนั้น มีแสงที่ค่อนข้างจะน้อย หรือ แทบจะมืดสนิทเลยก็ว่าได้ครับ ซึ่งสภาวะแสงน้อยแบบนี้ เราจะมาใช้ประโยชน์จากเลนส์ที่มีค่ารูรับแสงกว้างๆอย่าง F1.2 , F1.8 ซึ่งผลที่ได้นั้น จะช่วยให้แสงผ่านเข้ามาโดนเซนเซอร์เรามากขึ้นส่งผลให้ความเร็วชัตเตอร์สูงขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่ม ISO ขึ้นสูงมากนักทำให้ไฟล์ภาพมี Noise ที่น้อยลง และความเร็วชัตเตอร์ที่สูงยังจะช่วยให้ลดโอกาสที่ภาพจะสั่นจากมือเรารวมทั้งช่วยหยุดความเคลื่อนไหวของวัตถุที่ถ่ายอยู่ได้ด้วย อย่างถ้าเราจะถ่ายเด็กที่วิ่งเล่นไปมาตอนกลางคืนให้เด็กชัดไม่ยืดเบลอการใช้เลนส์รูรับแสงกว้างร่วมกับดัน ISO สูงขึ้นช่วยสักหน่อยก็จะทำให้เราได้ภาพที่ดีขึ้น

– ISO

ISO คือ ความไวแสงที่มีในกล้องดิตอล หรือ ค่าอิมเมจเซนเซอร์ในการรับแสง ซึ่งตัวเลขมีค่ามาก ความไวต่อการรับแสงก็มากขึ้นไปด้วย ทำให้ผู้ถ่ายรูปได้สปีดชัดเตอร์ที่เพิ่มขึ้นด้วย และสามารถที่จะถ่ายในที่มีความไวแสงสูงๆ เช่น คนวิ่ง เด็กกระโดดน้ำ แต่การที่ใช้ ISO ที่สูงขึ้นนั้นจะทำให้เกิด น้อยส์ (Noise) ซึ่งทำให้คุณภาพของภาพลดลงตามไปด้วย

หากเพื่อนๆสังเกตกล้องรุ่นใหม่ในท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็นกล้อง DSLR หรือ กล้อง Mirrorless บางรุ่นจะสามารถปรับค่า ISO ได้สูงกว่ากล้องทั่วๆไป บางรุ่นสามารถปรับ ISO ทะลุ 100,000 ก็มีเช่นกันครับ แต่การที่ตัวกล้องสามารถปรับค่า ISO สูงๆนั้น ไม่ได้ทำมาเพื่อให้ใช้ในสภาพแสงน้อยเพียงอย่างเดียว แต่เจ้า ISO สูงๆนั้น จะเป็นประโยชน์อย่างมากในสถานการณ์ที่เราไม่สามารถมองเห็น Subject ตรงหน้าได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกับการถ่าย Nightscape ด้วยแล้ว การจัดคอมโพสเพื่อให้ได้มุมมองที่ต้องการเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่งบางครั้งความมืดก็เป็นอุปสรรคจนมองอะไรไม่เห็นเลยนั่นเองครับ ซึ่งทีมงาน Zoomcamera  ก็มีรูปเปรียบเทียบมาให้เพื่อนๆดูกันด้วยครับ

– Noise

จุดรบกวน อันเนื่องมาจากการปรับตั้งค่า ISO เพิ่มสูงขึ้นเพื่อช่วยให้สามารถเก็บภาพในที่มีแสงสว่างน้อยได้ ซึ่งในกระบวนการนี้จะทำให้กล้องส่งสัญญาณเพื่อเพิ่มกระแสไฟฟ้าที่ตัวเซนเซอร์ให้สูงขึ้น จึงสามารถรับแสงเข้ามาได้มาก แต่ก็ต้องแลกมาด้วยจุดรบกวนที่เป็นเม็ดสีขนาดเล็กกระจายตัวอยู่ตามมุมมืดของภาพ ทำให้คุณภาพของภาพต่ำลงตามมานั่นเอง

Noise นั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับ ISO หากใช้ ISO สูงจะมี Noise ตามมาเหมือนเป็นเงาตามตัว ยิ่ง ISO สูงเท่าไหร่ก็ยิ่งมีนอยซ์มากขึ้น เพราะการเพิ่ม ISO เป็นการขยายสัญญาณที่เซนเซอร์รับภาพของกล้องส่งมาทำให้เกิดสัญญาณรบกวน(ตรงตามชื่อเลย Noise ก็คือสัญญาณรบกวนอันนี้แหละ) ยิ่งขยายมาก Noise ก็ยิ่งเยอะคุณภาพสัญญาณก็ต่ำลงหรือในอีกแบบนึงหากเราถ่ายภาพโดยใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ช้าเป็นวินาทีอย่างเช่น 5 วินาที, 20 วินาทีจะทำให้เซนเซอร์เกิดความร้อนจนเป็นสาเหตุของการเกิด Noise ได้เช่นกัน ยิ่งช้ามากเท่าไหร่ก็ยิ่งร้อน Noise ก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อ Noise เป็นสัญญาณรบกวนที่มีเหตุมาจากการปรับตั้งค่า ISO สูงเป็นหลัก การแก้ไขให้สังเกตว่าค่า ISO ในระดับไหนที่ทำให้กล้องของเราเกิด Noise ซึ่งในแต่ละรุ่นจะมีระดับ ISO ที่ทำให้เกิด Noise แตกต่างกัน ส่วนการหลีกเลี่ยงคือการลดค่า ISO ลง แม้จะทำให้ค่า shutter speed ต่ำ ก็ลองหาขาตั้งกล้องมาเป็นผู้ช่วยเสริม ที่จะช่วยลดปัญหาจุดรบกวนในภาพถ่ายได้เป็นอย่างดี แต่หากจำเป็นจริงๆ ว่าไม่มีขาตั้งกล้องหรือตัวช่วยอื่น และในช่วงเวลาคับขัน จำเป็นต้องเก็บภาพให้ได้ในทันที เมื่อแลกกับภาพที่มีความสวยงามและหาชมยาก หากได้ค่า Noise มาบ้างก็ดีกว่าพลาดโอกาสดีๆ ตรงนั้นไป

อย่างไรก็ตามด้วยเทคโนโลยีกล้อง DSLR / Mirrorless ในยุคปัจจุบันนี้พัฒนาขึ้นไปมาก โดยเฉพาะการใช้งานค่า ISO ที่สูงๆ นั้นการจัดการ Noise ทำได้ดีมากขึ้นจากเมื่อก่อน จนเราสามารถใช้งานใน ช่วง ISO สูงๆได้ โดย Noise ที่เกิดขึ้นนั้น น้อยลง และสังเกตได้ว่ากล้องที่มีเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่นั้น มักจะมี Noise น้อยกว่า กล้องที่มีเซ็นเซอร์ขนาดเล็ก อันเนื่องมาจาก พื้นที่ของเซ็นเซอร์นั้นมีบริเวณใหญ่กว่า ทำให้จำนวนตัวรับแสงนั้นสามารถวางได้ห่างกันมากขึ้น ทำให้เกิดสัญญาณรบกวนระหว่างตัวรับแสงนั้นมีน้อย

ปัจจัยแวดล้อม

– สภาพภูมิประเทศ / สภาพภูมิอากาศ

ข้อนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่เป็นเหมือนจุดไคลแม็กของการถ่าย Nightscape ก็ว่าได้ครับ เพราะ ต้องบอกเลยว่าเจ้า สภาพภูมิอากาศ นั้น ถือเป็นปัจจัยภายนอกที่เราแทบจะควบคุมมันไม่ได้เลยทีเดียวครับ โดยเฉพาะเพื่อนๆที่ซีเรียสกับภาพที่จะได้จากการถ่าย Nightscape ด้วยแล้ว ซึ่ง Nightscape อาจจะไม่ได้ถ่ายแค่วิวยามค่ำคืน แต่อาจหมายถึง การถ่ายดาว , การถ่ายทางช้างเผือก , การถ่ายออโรร่า ด้วยเช่นกันครับ ซึ่งทีมงานได้รวบรวมข้อควรระวังและข้อควรจำ ไว้ให้เพื่อนๆตามรายละเอียดต่อไปนี้ครับ

1. เช็คพยาการณ์ล่วงหน้าทุกครั้ง ก่อนออกไปถ่าย โดยเฉพาะในเรื่องฟ้าฝนคะนอง ซึ่งคงไม่ดีที่จะต้องถ่ายรูปไป พะวงไป

2. ดาวบนท้องฟ้า จะถ่ายติดเข้ามาในเฟรมมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพท้องฟ้าว่าปลอดโปร่งมากแค่ไหน ไม่มีหมอกควันและเมฆมาบัง เพราะฉะนั้นแนะนำเป็นที่สูงหน่อยจะดีมากครับ

3. ยิ่งมืดยิ่งเห็นดาว เพราะฉะนั้นสถานที่ที่เราจะถ่ายควรจะไม่มีแสงไฟจากเมืองมารบกวนเยอะจนเกินไปครับ เคยสงสัยมั้ยครับว่าทำไมถ่ายดาวในเมืองถึงไม่เห็นดาว เหตุผลก็ตามนี้ครับ นอกจากที่ในเมืองจะมีแสงรบกวนเยอะแล้ว มลภาวะทางอากาศก็บดบังดาวน้อยๆ ของเราเช่นกันครับ

4. ควรเป็นคืนเดืือนมืดที่แสงของพระจันทร์น้อยๆหรือวันที่พระจันทร์ขึ้นกลางวันยิ่งดี ฟังไม่ผิดหรอกครับ พระจันทร์ขึ้นพร้อมพระอาทิตย์และตกพร้อมพระอาทิตย์ก็ยังมี ถ้าไม่ใช่คืนเดือนมืด แสงสว่างจากพระจันทร์จะทำให้ฟ้าสว่างเกินไป และบดบังดวงดาวของเรา เราจะถ่ายดาวไม่ค่อยติดครับ

5. ถ้าต้องการถ่ายทางช้างเผือก ควรเช็คเวลา/เช็คทิศทางของสถานที่ที่จะไปว่าทางช้างเผือกขึ้นพ้นเส้นขอบฟ้าเวลาไหน และวางตัวอยู่แนวไหนด้วยจะได้ไม่พลาดครับ

6. หากต้องการจะถ่ายทางช้างเผือก ควรเช็ควันให้ด๊ โดยเฉพาะควรเลี่ยงวันที่มีพระจันทร์ขึ้น

7. แสงไฟ คือ ของแสลงยามที่เราถ่ายดาว และ/หรือ ทางช้างเผือก เป็นไปได้ ควรเลี่ยงเปิดไฟฉายสาดเข้ามาภายในเฟรมภาพจะเป็นการดีที่สุดครับ

8. MF หรือ Manual Focus จะเห็นผลชัดเจนในการถ่าย Nightscape เพราะ กล้องไม่สามารถหา Focus ในที่มืด หรือ ดาวบนท้องฟ้าได้นั่นเองครับ

9. จำเป็นต้องใช้ ISO ที่สูง เพื่อให้ได้มาซึ่งทางช้างเผือก ซึ่งอาจต้องมองข้ามเรื่อง Noise ไป เพื่อให้ได้ภาพ

10. บันทึกเป็น RAW มาด้วยทุกครั้ง โดยควรถ่ายออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อง่ายต่อการนำมา Process ต่อในโปรแกรมเฉพาะทาง

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

inbox : http://www.facebook.com/messages/zoomcamera

02-635-2330 ต่อ 0 / 083-067-7677 (หยุดวันอาทิตย์)

สาขาสีลม 02-635-2330-1 / 080-271-2772

สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วาน 02-951-8597 / 085-937-0123

สาขาเมกาบางนา 02-105-1926 / 086-554-1919

สาขาเดอะมอลล์บางแค 02-454-9598 / 084-033-0498

สาขาฟอร์จูนทาวน์ 02-642-1291 / 083-068-2775

สาขา Central Festival เชียงใหม่ 052-068-787 / 096-878-4896

สาขา Central Westgate 02-060-4362 / 097-063-4328

บทความนี้เขียนเมื่อวันที่ 05/05/2018

Leave a Reply