พอเข้าสู่หน้าฝนแบบเต็มตัว สิ่งที่คนใช้กล้อง กล้องคอมแพค กล้องมิเรอร์เลส เลนส์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต้องระวังเป็นพิเศษก็คือ ความชื้น
ฝน ละอองน้ำ เหงื่อ อากาศอับ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแบบฉับพลัน ล้วนเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่สะสมจนกลายเป็นปัญหาใหญ่กับกล้องและเลนส์ได้ โดยเฉพาะปัญหาที่หลายคนไม่อยากเจอที่สุดอย่าง เชื้อราในเลนส์
กล้องกันน้ำ ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยจากความชื้น 100%
อุปกรณ์ยุคนี้หลายรุ่นมีซีลยางหรือ Weather Seal เพื่อช่วยป้องกันฝุ่นและความชื้น บางรุ่นระบุว่าเป็น Water Resistance และบางรุ่น โดยเฉพาะ Action Cam อาจออกแบบมาในระดับ Waterproof
แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า การมีซีลไม่ได้หมายความว่าจะนำกล้องออกไปรับฝนหนัก ๆ ได้อย่างสบายใจเสมอไปครับ
- Water Resistance เหมาะกับการเจอละอองน้ำหรือละอองฝนในระดับหนึ่ง
- Waterproof ให้การป้องกันน้ำมากกว่า แต่ยังต้องปิดฝาพอร์ตและจุดซีลต่าง ๆ ให้สนิท
- หากฝาปิดพอร์ตปิดไม่ดี น้ำและความชื้นก็ยังมีโอกาสเข้าไปในอุปกรณ์ได้
คำสำคัญคือคำว่า ละออง นะครับ ถ้าเจอฝนเทลงมาแบบหนัก ๆ ต่อให้เป็นอุปกรณ์ที่มีซีลก็ไม่ควรฝืนใช้งานโดยไม่ป้องกันเพิ่มเติม
ทุกวันนี้ยังมีอีกเรื่องที่ต้องคิดเพิ่ม นั่นคือก่อนที่ฝนจะตกลงสู่พื้น ฝนอาจพาฝุ่นละอองและสารต่าง ๆ ลงมาด้วย ต่อให้กล้องไม่ได้เปียกชุ่ม ก็อาจมีคราบหรือสิ่งสกปรกเกาะตามบอดี้ได้เช่นกัน
ความชื้นสะสมทำอะไรกับกล้องและเลนส์ได้บ้าง
เชื้อราในเลนส์
ปัญหาอันดับต้น ๆ ของคนใช้เลนส์คือเชื้อราในเลนส์ ความชื้นสามารถเข้าไปสะสมภายในโครงสร้างเลนส์หรือบริเวณชิ้นแก้ว แล้วค่อย ๆ ขยายตัว
ลักษณะของราอาจเป็นจุด เป็นฝ้า หรือเป็นเส้นใยกระจายอยู่บนชิ้นเลนส์ เมื่อปล่อยทิ้งไว้นานขึ้น ราจะลามและส่งผลต่อคุณภาพของภาพ ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ
ถ้าเจอราในเลนส์แล้ว ทางแก้หลักคือส่งให้ศูนย์บริการหรือช่างผู้เชี่ยวชาญล้างออก บางกรณีที่ราอยู่ลึกหรือมีอาการหนัก อาจต้องรื้อโครงสร้างเลนส์เพื่อถอดชิ้นแก้วออกมาทำความสะอาดโดยเฉพาะ ซึ่งทั้งเสียเวลาและมีค่าใช้จ่ายตามมาได้
เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ป้องกันไว้ก่อนง่ายกว่ามาแก้ทีหลังแน่นอนครับ
อย่าเก็บกล้องไว้ในกระเป๋ากล้องตลอดเวลา
หลายคนอาจสงสัยว่า มีกระเป๋ากล้องแล้วจะไม่เก็บกล้องในกระเป๋าได้อย่างไร คำตอบคือ ระหว่างออกไปถ่ายภาพหรือพกพาไปใช้งาน กระเป๋ากล้องก็เป็นเรื่องปกติครับ
แต่ตอนกลับถึงบ้านแล้ว หากรูดซิปปิดสนิทและเก็บทิ้งไว้ยาว ๆ สภาพภายในกระเป๋าอาจกลายเป็นพื้นที่อับชื้นได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่ออุปกรณ์เพิ่งผ่านการใช้งานกลางแจ้งมา
กล้องและเลนส์ไม่ได้เจอแค่ความชื้นจากอากาศภายนอกเท่านั้น แต่ยังเจอเหงื่อ คราบมือ และคราบไคลจากการจับถือด้วย ถ้าใช้เสร็จแล้วใส่กระเป๋าทันทีโดยไม่เช็ดเบื้องต้น แล้วปิดกระเป๋าแน่น อากาศก็ไม่ถ่ายเท ความชื้นก็มีโอกาสสะสม
ไม่ได้หมายความว่าเก็บในกระเป๋าแล้วจะเกิดราแน่นอนทุกครั้งนะครับ แต่เป็นการเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น
หากจำเป็นต้องเก็บในกระเป๋า ให้เปิดซิปไว้เล็กน้อยเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้บ้าง และควรเช็ดอุปกรณ์ให้แห้งสะอาดก่อนเก็บเสมอ
ตู้เสื้อผ้าก็ไม่ใช่ที่เก็บกล้องที่ดี
อีกจุดหนึ่งที่ไม่แนะนำให้เก็บกล้องและเลนส์คือ ตู้เสื้อผ้า โดยเฉพาะตู้ไม้ ลองนึกภาพกระเป๋ากล้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและอับกว่าเดิม ก็ประมาณนั้นเลยครับ
ตู้เสื้อผ้ามักเป็นพื้นที่ปิด อากาศหมุนเวียนไม่ดี และตู้ไม้ยิ่งเอื้อต่อการสะสมของความชื้น หากเก็บกล้องหรือเลนส์ไว้ในนั้นนาน ๆ ก็เพิ่มโอกาสให้เชื้อราเกิดขึ้นได้
ถ้าเลือกได้ ให้เก็บอุปกรณ์ในจุดที่อากาศถ่ายเทเหมาะสม หรือใช้ระบบจัดเก็บที่ควบคุมความชื้นได้จะปลอดภัยกว่า
3 วิธีเก็บกล้องและเลนส์ให้ห่างจากความชื้น
1. กล่องพลาสติกพร้อมซิลิกาเจล
วิธีง่ายและประหยัดคือใช้กล่องพลาสติกที่มีขนาดใหญ่พอสำหรับใส่กล้องและเลนส์ แล้วใส่ ซิลิกาเจล ลงไปด้วย
ซิลิกาเจลจะช่วยดูดความชื้นในกล่อง หลายแบบมีเม็ดบอกสถานะที่เปลี่ยนสีเมื่อดูดความชื้นจนใกล้เต็ม ทำให้เราสังเกตได้ว่าถึงเวลาต้องนำไปไล่ความชื้นแล้ว
ซิลิกาเจลสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ โดยนำไปตากแดดเพื่อไล่ความชื้นออก เมื่อพร้อมแล้วก็นำกลับมาใส่ในกล่องเก็บอุปกรณ์ตามเดิม
อย่างไรก็ตาม ซิลิกาเจลมีอายุการใช้งานของมัน ควรตรวจเช็กสภาพและเปลี่ยนเมื่อเสื่อมประสิทธิภาพครับ
2. ถุงซิปล็อกสำหรับเลนส์และอุปกรณ์ชิ้นเล็ก
สำหรับเลนส์ อุปกรณ์เสริม หรือของชิ้นเล็ก ถุงซิปล็อกก็เป็นอีกตัวเลือกที่ใช้งานสะดวก หลักการเหมือนกับกล่องพลาสติกเลยครับ
- ใส่เลนส์หรืออุปกรณ์ลงในถุง
- ใส่ซิลิกาเจลลงไปด้วย
- ปิดซิปให้สนิท
เมื่อปิดถุงแน่น อากาศภายนอกจะเข้าไปรบกวนได้น้อยลง ช่วยให้ควบคุมสภาพแวดล้อมของอุปกรณ์ได้ดีขึ้น
3. ตู้กันชื้น
อุปกรณ์สำคัญของคนใช้กล้องหลายคนก็คือ ตู้กันชื้น ไม่จำเป็นว่าทุกบ้านต้องมี ขึ้นอยู่กับจำนวนอุปกรณ์ ความถี่ในการใช้งาน และงบประมาณของแต่ละคน
แต่ถ้ามีกล้องและเลนส์หลายชิ้น หรืออยากเก็บอุปกรณ์ระยะยาวแบบสบายใจ ตู้กันชื้นถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดีมากครับ
สำหรับการตั้งค่าความชื้น แนะนำให้อยู่ราว 40% ถึง 50%
- ไม่ควรตั้งต่ำเกินไป เพราะอาจส่งผลต่อชิ้นส่วนบางอย่าง โดยเฉพาะยาง
- ความแห้งเกินจำเป็นอาจเร่งให้วัสดุบางส่วนเสื่อมสภาพได้
- การตั้งค่าไม่เหมาะสมก็ไม่ได้ช่วยป้องกันความชื้นได้ดีอย่างที่คิด
การเก็บกล้องในตู้กันชื้นจึงไม่ใช่แค่ปรับให้ต่ำที่สุด แต่คือการรักษาระดับความชื้นให้พอดีกับอุปกรณ์ครับ
ผ้าเช็ดกล้องคือของจำเป็นที่ควรติดกระเป๋า
อีกชิ้นที่เรียบง่ายแต่สำคัญมากคือ ผ้าเช็ดกล้อง ควรมีติดกระเป๋าไว้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นหน้าฝนหรือฤดูไหนก็ตาม
เวลาใช้งานจริง คราบเหงื่อและความชื้นจากมือมีโอกาสเกาะตามกริป บอดี้กล้อง เลนส์ และจุดสัมผัสต่าง ๆ โดยเฉพาะคนที่เหงื่อออกง่าย ยิ่งใช้งานนานก็ยิ่งมีคราบสะสม
เช็ดอุปกรณ์เบื้องต้นก่อนเก็บทุกครั้ง ช่วยลดโอกาสที่ความชื้นและคราบสกปรกจะติดค้างอยู่ในกระเป๋าหรือพื้นที่จัดเก็บได้มากครับ
เลนส์เป็นฝ้าหลังออกจากห้องแอร์ เป็นเรื่องปกติ
ความชื้นไม่ได้เกิดจากฝนหรือละอองน้ำอย่างเดียว บางครั้งเราเก็บกล้องและเลนส์ไว้ในห้องแอร์ แล้วหยิบออกไปใช้งานกลางแจ้งที่อากาศร้อนทันที ก็อาจเจอไอน้ำหรือฝ้าเกาะบริเวณหน้าเลนส์และฟิลเตอร์ได้
อาการนี้เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิแบบรวดเร็ว ไม่ได้แปลว่าเลนส์เสียครับ
วิธีจัดการมีง่าย ๆ ดังนี้
- ถ้าไม่รีบ ให้พักกล้องและเลนส์ไว้สักครู่ ฝ้าจะค่อย ๆ หายไปเอง
- ถ้าต้องใช้งานทันที ใช้ผ้าสะอาดเช็ดอย่างเบามือ
สถานการณ์นี้เจอได้บ่อยมากเวลาอยู่ในโรงแรมหรือห้องแอร์ แล้วต้องรีบออกไปถ่ายภาพกลางแจ้ง เพราะฉะนั้นไม่ต้องตกใจ แค่เข้าใจสาเหตุและเตรียมผ้าเช็ดไว้ก็พอครับ
สรุป: ใช้กล้องหน้าฝนได้ แค่ต้องรู้วิธีป้องกัน
หน้าฝนไม่ได้หมายความว่าต้องเก็บกล้องไว้บ้านและหยุดถ่ายภาพครับ กล้องและเลนส์ยังออกไปใช้งานได้ตามปกติ ถ้าเราเข้าใจข้อจำกัดของอุปกรณ์และดูแลให้ถูกวิธี
- อย่าไว้ใจซีลกันน้ำจนเกินไป โดยเฉพาะเมื่อเจอฝนหนัก
- เช็ดเหงื่อ คราบมือ และละอองน้ำก่อนเก็บ
- อย่าปิดกล้องทิ้งไว้ในกระเป๋ากล้องหรือเก็บในตู้เสื้อผ้าเป็นเวลานาน
- ใช้กล่องพลาสติก ถุงซิปล็อก และซิลิกาเจลเพื่อช่วยควบคุมความชื้น
- หากใช้ตู้กันชื้น ให้ตั้งความชื้นประมาณ 40% ถึง 50%
- เมื่อเลนส์เป็นฝ้าจากการเปลี่ยนอุณหภูมิ ให้รอหรือเช็ดอย่างเบามือ
ดูแลเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นประจำ ดีกว่าต้องส่งเลนส์เข้าศูนย์เพราะเชื้อราแน่นอนครับ ขอให้สนุกกับการใช้กล้อง ใช้เลนส์ และออกไปเก็บภาพสวย ๆ ในหน้าฝนได้อย่างมั่นใจ
ลูกค้าที่สนใจสั่งซื้อสินค้า สามารถติดต่อสั่งซื้อได้ผ่านช่องทางออนไลน์ของทางร้าน ได้ตลอด 24 ชม. หรือ โทรเข้ามาโดยตรงผ่านโทรศัพท์
แอดไลน์ ID:@ZoomCamera หรือ หน้าเว็บไซด์ ZoomCamera
083-067-7677 / 02-098-9555 ต่อ 0 (หยุดวันอาทิตย์)




