DJI Osmo Pocket 4 เปิดตัวมาแบบไม่ได้เป็นแค่อัปเดตเล็กๆ แต่เป็นรุ่นที่เริ่มขยับชัดขึ้นไปทางสายครีเอเตอร์และสายวิดีโอจริงจังมากขึ้น ทั้งเรื่องสเปก การบันทึก D-Log ระบบเสียง และความสะดวกเวลาใช้งาน โดยเฉพาะใครที่กำลังลังเลระหว่างจะซื้อใหม่ หรือมี Pocket 3 อยู่แล้วกำลังคิดว่าจะขยับมา pocket 4 ดีไหม? บทความนี้ดิวสรุปให้ตั้งแต่แกะกล่อง Creator Combo ข้างในมีอะไรมาให้บ้าง? จุดไหนดี จุดไหนยังติดใจ และต่างจากรุ่นเดิมตรงไหนบ้าง?
รุ่นที่ดิวหยิบมาคือ Creator Combo ตัวท็อป ราคา 18,900 บาท ส่วนตัว Standard จะอยู่ที่ 15,500 บาท ซึ่งถ้าดูจากของที่ได้เพิ่มมา ผมมองว่าชุด Combo คุ้มกว่า
📦 สเปกหลักของ DJI Osmo Pocket 4 ที่ต้องรู้ก่อน
ก่อนแกะกล่อง มาดูภาพรวมของ DJI Osmo Pocket 4 กันก่อน รุ่นนี้ให้สเปกมาค่อนข้างแน่นสำหรับกล้องกิมบอลจิ๋วที่ใส่กระเป๋ากางเกงได้ จุดสำคัญที่ถูกพูดถึงมีประมาณนี้
- เซ็นเซอร์ : 1 นิ้ว
- Dynamic Range : 14 stops
- บันทึกแบบ : D-log 10-bit
- กิมบอล : 3 แกน
- Lossless Zoom 2x
- ActiveTrack 7.0
- บันทึกเสียงได้ 4-channel
- Wi-Fi 6 และ USB 3.1
ถ้าเทียบภาพรวมกับ Pocket 3 จะเห็นว่า DJI Osmo Pocket 4 ไม่ได้อัปเกรดแค่ตัวเลข แต่มีหลายจุดที่ส่งผลกับการใช้งาน โดยเฉพาะงานที่ต้องถ่ายคน ถ่ายคอนเทนต์คนเดียว หรือทำงานร่วมกับอุปกรณ์ในระบบ DJI

🎒 แกะกล่อง DJI Osmo Pocket 4 Creator Combo ได้อะไรบ้าง?
สิ่งที่ดิวชอบเซ็ต Creator Combo คือมันเป็นชุดที่อุปกรณ์ครบ ไม่ต้องซื้อจุกจิกเพิ่มเยอะเหมือนตัวเริ่มต้น โดยของในกล่องมีดังนี้
- ตัว DJI Osmo Pocket 4
- กระเป๋าพกพา
- สายคล้องข้อมือ
- อะแดปเตอร์แปลงเป็นเกลียว 1/4 นิ้ว สำหรับต่อขาตั้ง
- ไมค์ DJI Mic
- ตัวหนีบหรือแม่เหล็กสำหรับติดไมค์
- Mini Tripod
- ไฟเสริมแบบแม่เหล็ก
- แท่นชาร์จไมค์
- สาย USB-C
- เลนส์เสริมมุมกว้างแบบ Ultra Wide
- สติกเกอร์

จุดที่ต้องพูด คือเรื่องกระเป๋าและตัวล็อกคอของเครื่อง รอบนี้แนวคิดเปลี่ยนไปจากรุ่นก่อนๆ รุ่นเก่าอย่าง Pocket 1, 2, 3 จะมีเคสแข็งแบบเสียบแล้วจบ ใส่กระเป๋าได้เลย รู้สึกมั่นใจเวลาโยนลงกระเป๋า แต่ของ DJI Osmo Pocket 4 ในชุดนี้จะเป็นตัวล็อกคอ ทำให้ดิวยังรู้สึกว่าไม่อุ่นใจเท่าเคสแข็งแบบเดิม
พูดง่ายๆ คือใช้งานได้ แต่ความรู้สึกเรื่องการปกป้องตัวกิมบอลยังไม่ถูกใจดิวเท่ารุ่นก่อน
💡 ไฟเสริมของ DJI Osmo Pocket 4 ใช้งานจริงเป็นยังไง?
หนึ่งในของที่เป็นคีย์ไฮไลต์ของ Creator Combo คือไฟเสริมสำหรับ DJI Osmo Pocket 4 ตัวนี้เป็นอุปกรณ์ที่ทำให้รุ่นใหม่ต่างจาก Pocket 3 ชัดเจน เพราะมันติดเข้ากับตัวเครื่องด้วยแม่เหล็ก และมีคอนแทกต์สำหรับจ่ายไฟตรงจากตัวกล้อง

การใช้งานถือว่าสะดวกมาก พอแปะเข้ากับตัวเครื่อง ไฟจะพร้อมใช้งานทันที และตัวไฟสามารถปรับได้ทั้ง :
- ความสว่าง 3 ระดับ
- อุณหภูมิสี 3 ระดับ
เวลาประกบเข้ากับตัวกล้อง มันจะติดแน่นด้วยแม่เหล็ก และถ้าลงล็อกเรียบร้อย ไฟสามารถเปิดทำงานแบบอัตโนมัติได้ด้วย ความรู้สึกโดยรวมคือเป็นอุปกรณ์เล็ก แต่ช่วยให้การถ่ายเซลฟี่ ถ่ายคอนเทนต์ในที่แสงน้อย หรือถ่ายในห้อง ได้สะดวกขึ้นเยอะมาก
สำหรับคนที่ต้องถ่ายหน้ากล้องบ่อยๆ จุดนี้เป็นเหตุผลหนึ่งเลยที่ทำให้ DJI Osmo Pocket 4 ดูน่าใช้ขึ้น เพราะมันไม่ได้แค่มีไฟ แต่เป็นไฟที่ออกแบบมาให้เข้ากับตัวเครื่องจริงๆ

⚠️ เรื่องที่ต้องระวังมาก เวลาเปิดเครื่อง
มีเรื่องหนึ่งที่อยากเตือน คือเวลาใช้งาน DJI Osmo Pocket 4 ถ้ายังล็อกคอกิมบอลอยู่ อย่าเผลอกดเปิดเครื่อง เพราะถ้ากิมบอลเริ่มทำงานทั้งที่ยังติดล็อกอยู่ มีโอกาสสร้างแรงฝืนกับมอเตอร์และคอของกิมบอลได้
ตัวเครื่องสามารถเปิดได้หลายวิธี ทั้งกางจอหรือกดปุ่มชัตเตอร์ เพราะฉะนั้นถ้าเก็บไว้แบบล็อกอยู่ ต้องเช็กก่อนทุกครั้งว่าปลดล็อกเรียบร้อยแล้ว จุดนี้ยิ่งทำให้ผมยังชอบเคสครอบแบบเก่ามากกว่า เพราะมันดูปลอดภัยกว่าสำหรับการพกพา
🆚 เทียบ DJI Osmo Pocket 4 กับ Pocket 3 ภายนอกต่างกันแค่ไหน?
ถ้ามองจากด้านนอก ต้องบอกว่าทั้งสองรุ่นคล้ายกันมาก แต่ก็มีหลายจุดที่บอกได้ทันทีว่านี่คือ DJI Osmo Pocket 4

ขนาดตัวเครื่อง
DJI Osmo Pocket 4 สูงกว่า Pocket 3 เล็กน้อย เพราะแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น จากประมาณ 1300 mAh เป็น 1545 mAh ต่างกันราว 200 mAh กว่าๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มที่มีผลกับการใช้งานจริงพอสมควร
ปุ่มควบคุม
ด้านข้างของ DJI Osmo Pocket 4 มีความต่างชัดเจน เพราะปุ่มถูกออกแบบให้เด่นและนูนขึ้นมา ขณะที่ Pocket 3 จะเรียบกว่า รุ่นใหม่เลยกดใช้งานได้ง่ายกว่า และยังเพิ่มปุ่มสำหรับ Physical Zoom กับ Shortcut เข้ามาด้วย
ช่องใส่เมมโมรีการ์ด
อันนี้ดิวชอบมาก Pocket 3 ช่องใส่เมมค่อนข้างโล่ง แต่ DJI Osmo Pocket 4 ทำฝาปิดมาให้แล้ว เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ดีมาก เพราะเวลาเอาไปใช้งานลุยๆ จะสบายใจกว่าเรื่องฝุ่นหรือน้ำเข้า
จุดต่อไฟเสริม
นี่คือจุดสำคัญของ DJI Osmo Pocket 4 ด้านตัวเครื่องจะมีคอนแทกต์สำหรับติดไฟเสริม ซึ่ง Pocket 3 ไม่มี ถ้าใครอยากได้โซลูชันไฟที่เนียนและสะดวกจริง รุ่นใหม่ตอบโจทย์กว่าชัดเจน
🎨 ภาพจาก DJI Osmo Pocket 4 ต่างจาก Pocket 3 ยังไง?
พอเปิดดูภาพจากตัวเครื่องแบบเร็วๆ สิ่งที่รู้สึกได้เลยคือคาแรกเตอร์ภาพของDJI Osmo Pocket 4 จะมีคอนทราสต์ต่ำกว่า Pocket 3 เล็กน้อย ภาพจะดูบางกว่า นุ่มกว่า ไม่จัดเท่ารุ่นเดิม
ข้อดีของแนวภาพนี้คือมันให้ฟีลที่หน้าเนียนขึ้นนิดหนึ่ง ริ้วรอยหรือผิวบางจุดอาจดูซอฟต์ลง แต่ถ้าใครชอบภาพที่คอนทราสต์ชัด ดูจบในกล้องง่าย Pocket 3 ก็ยังมีเสน่ห์ของมันอยู่
Beauty Mode เพิ่มมาใน DJI Osmo Pocket 4
อันนี้เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ Pocket 3 ไม่มี รุ่นใหม่สามารถเปิด Beauty ได้จากในตัว และไม่ได้มีแค่เปิดหรือปิด แต่ยังปรับความเนียนหรือความสมูทได้หลายระดับ เหมาะกับสายคอนเทนต์ สายถ่ายหน้า หรือคนที่อยากให้ภาพพร้อมใช้งานมากขึ้นตั้งแต่หลังกล้อง
Film Tone 6 แบบ
DJI Osmo Pocket 4 เพิ่มโหมด Film Tone เข้ามา ซึ่งเป็นอีกจุดที่ Pocket 3 ไม่มี โดยมีให้เลือก 6 แบบ :
- CC
- NC
- Pastel
- Warm Tone
- Movie
- Retro
แต่ละโทนยังสามารถปรับความเข้มได้อีก ทำให้คนที่อยากได้ลุคภาพเร็วๆ โดยไม่ต้องไปเกรดสีเยอะ สนุกกับเครื่องมากขึ้นแน่นอน

🎬 โหมดโปรและงานสีของ DJI Osmo Pocket 4 ดีขึ้นตรงไหน?
สำหรับคนที่ถ่ายจริงจัง สิ่งที่น่าสนใจมากใน DJI Osmo Pocket 4 คือเรื่องระบบสีและไฟล์วิดีโอ รุ่นนี้รองรับ D-Log 10-bit ขณะที่ Pocket 3 จะเป็น HLG และ D-Log M 10-bit
ความต่างตรงนี้สำคัญมากสำหรับคนที่ใช้อุปกรณ์ DJI หลายตัว เช่นโดรนหรือกล้องในระบบเดียวกัน เพราะถ้าใช้ Log ที่ใกล้กัน การทำสีรวมกันจะง่ายขึ้น วิดีโอจากแต่ละอุปกรณ์จะไปในทางเดียวกันมากกว่าเดิม
สรุปแบบใช้งานจริงคือ :
- DJI Osmo Pocket 4 เหมาะกับคนที่อยากได้ไฟล์ไปเกรดสีต่อ
- เหมาะกับคนที่ทำงานหลายกล้องในระบบ DJI
- เหมาะกับคนที่จริงจังกับโทนสีมากกว่าแค่ถ่ายแล้วจบ
นอกจากนี้ในโหมดโฟกัสยังมีความยืดหยุ่นมากขึ้น มีการแยกโหมด Product Showcase ออกมาชัดเจน ใช้งานกับงานรีวิวสินค้าได้ตรงขึ้นด้วย
🎤 ระบบเสียงของ DJI Osmo Pocket 4 นี่แหละที่คนทำคอนเทนต์ควรสนใจ
อีกจุดที่ดิวว่าเป็นการอัปเกรดใหญ่จริงของ DJI Osmo Pocket 4คือระบบเสียง รุ่นก่อนทำได้ประมาณหนึ่ง แต่รุ่นนี้ไปไกลกว่าเดิมชัดมาก
เลือกโหมดเสียงได้มากขึ้น
Pocket 3 ปรับได้ค่อนข้างพื้นฐาน แต่ DJI Osmo Pocket 4 มีตัวเลือกทั้ง :
- Mono
- Stereo
- Spatial Audio
ยังมี Direction Audio ให้เลือกแบบรับเสียงรอบตัว ด้านหน้า ด้านหลัง หรือด้านหน้าและหลังเหมือนเดิม รวมถึงมี Voice Boost สำหรับดันเสียงพูดให้ชัดขึ้นอีกด้วย
บันทึกเสียงได้ 4-channel
นี่คือไม้เด็ดของ DJI Osmo Pocket 4 เลย ตัวเครื่องสามารถรับสัญญาณไมค์ผ่านบลูทูธจากระบบ DJI Mic และยังต่อผ่าน USB-C ได้พร้อมกัน ทำให้รองรับการบันทึกเสียงแบบ 4-channel
พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ ถ้ามีพิธีกร 4 คน หรือมีบทสัมภาษณ์หลายคน DJI Osmo Pocket 4 สามารถรับไมค์ได้ครบในเครื่องเดียว โดยไม่ต้องไปพึ่งอุปกรณ์แยกให้วุ่นวาย
สำหรับสายสัมภาษณ์ สายพอดแคสต์วิดีโอ หรือครีเอเตอร์ที่ทำงานหลายคน จุดนี้ถือว่าแรงมาก
💾 หน่วยความจำในตัวของ DJI Osmo Pocket 4 ใช้จริงแล้วดีมาก
หนึ่งในฟีเจอร์ที่เล็กแต่โคตรมีประโยชน์ของ DJI Osmo Pocket 4 คือมีหน่วยความจำในตัว 107GB และยังใส่ microSD เพิ่มได้อีก

ข้อดีคือเวลารีบหยิบไปถ่าย ถ้าลืมใส่การ์ดก็ยังใช้งานได้ทันที และจากข้อมูลที่ให้มา ความจุในตัวสามารถถ่าย 4K 25fps ได้ประมาณ 100 นาที ซึ่งถือว่าใช้เป็นพื้นที่สำรองฉุกเฉินได้ดีมาก
นี่เป็นจุดที่คนใช้งานจริงจะรู้สึกดีทันที เพราะปัญหา “ลืมเมม” หรือ “เมมเต็ม” เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ และ pocket 4 ช่วยลดความเสี่ยงตรงนี้ลงไปเยอะ
🐢 Slow motion ของ DJI Osmo Pocket 4 ต่างจาก Pocket 3 ขนาดไหน?
ถ้าคุณชอบถ่ายสโลว์ จุดนี้ถือว่า DJI Osmo Pocket 4 ขยับขึ้นแบบเห็นภาพชัดมาก
- DJI Osmo Pocket 4 : 4K 240fps
- DJI Osmo Pocket 3 : 4K 120fps
พูดง่ายๆ คือ Pocket 3 ทำสโลว์ได้ประมาณ 4 เท่า แต่ DJI Osmo Pocket 4 ไปได้ถึง 8 เท่า ความต่างตอนใช้งานจริงไม่ใช่แค่ตัวเลข เพราะมันเปิดโอกาสให้เล่นกับช็อตแอ็กชัน น้ำกระเซ็น การเคลื่อนไหวเร็ว
🖥️ หน้าจอ ความสว่าง แบต และการใช้งานเล็กๆ ที่ดีขึ้น
นอกจากจุดใหญ่ๆ แล้ว DJI Osmo Pocket 4 ยังมีการอัปเกรดจุดยิบย่อยที่รวมกันแล้วส่งผลกับประสบการณ์ใช้งานค่อนข้างเยอะ เช่น
- หน้าจอ OLED สว่าง 1,000 nits จากเดิม 700 nits
- แบตเตอรี่ 1545 mAh มากกว่ารุ่นเดิม
- ActiveTrack 7.0 จากเดิม 6.0
- Wi-Fi 6 และ USB 3.1 เร็วขึ้นกว่าเดิม
สิ่งพวกนี้บางอย่างอาจไม่หวือหวาเวลามองในโบรชัวร์ แต่พอใช้จริง โดยเฉพาะการถ่ายงานนอกสถานที่หรือโอนไฟล์บ่อยๆ มันมีผลกับความลื่นของการทำงานทั้งหมด
🔧 เรื่องความทนทานที่ดิวยังจับตา
มีอีกเรื่องที่ต้องพูด คือ ความกังวลด้านความทนของตัวกลไก โดยเฉพาะถ้าใครเคยใช้ Pocket 3 มา จะรู้ว่าบางเครื่องมีปัญหาเรื่องการพลิกจอหรือเซ็นเซอร์ตามการหมุนไม่สมบูรณ์หลังใช้งานไประยะหนึ่ง
ตรงนี้สำหรับ DJI Osmo Pocket 4 ดิวยังตอบแทนเวลาไม่ได้ ต้องปล่อยให้การใช้งานจริงพิสูจน์ว่ารุ่นใหม่แก้เรื่องความแข็งแรงได้มากแค่ไหน เพราะบนกระดาษสเปกดีขึ้นหลายอย่างแล้ว แต่เรื่องความอึดต้องรอดูระยะยาว
✅ สรุป 3 เหตุผลหลักที่ทำให้ DJI Osmo Pocket 4 น่าเปลี่ยน
ถ้าจะให้สรุปสั้นๆ สำหรับดิว DJI Osmo Pocket 4 มี 3 จุดเปลี่ยนหลักที่ทำให้มันต่างจาก Pocket 3
- ได้ D-Log 10-bit : เหมาะกับคนที่ทำสีจริงจัง และใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ DJI ตัวอื่น
- มีเมมในตัว 107GB : สะดวกขึ้นมาก ใช้งานฉุกเฉินได้จริง
- รองรับเสียง 4-channel : ตอบโจทย์งานสัมภาษณ์ งานหลายพิธีกร และคอนเทนต์ที่ต้องจัดการเสียงหลายแทร็ก
ถ้าจะเพิ่มจาก 3 ข้อนี้อีกหน่อย ดิวว่าจุดที่ทำให้ DJI Osmo Pocket 4 ใช้งานสนุกขึ้นคือไฟเสริมที่ติดกับตัวเครื่องได้เลย, Film Tone 6 แบบ, Beauty Mode และ 4K 240fps
🤔 ถ้ามี Pocket 3 อยู่แล้ว ควรเปลี่ยนเป็น DJI Osmo Pocket 4 ไหม?
คำตอบแบบไม่อ้อมคือ ถ้ามี Pocket 3 อยู่แล้วและยังใช้งานปกติ ดิวยังไม่รีบเชียร์ให้เปลี่ยน
เพราะถึง DJI Osmo Pocket 4 จะดีขึ้นหลายจุด แต่หลายอย่างยังเป็นการอัปเกรดที่เหมาะกับคนมี use case ชัด เช่น
- ต้องทำสีจริงจัง
- ใช้อุปกรณ์ DJI หลายตัวร่วมกัน
- ต้องอัดเสียงหลายไมค์
- อยากได้ไฟเสริมในตัวระบบ
- ใช้สโลว์โมชั่นบ่อย
แต่ถ้าคุณมี Pocket 3 แล้วใช้ถ่ายทั่วไป ถ่ายท่องเที่ยว ถ่ายคอนเทนต์ธรรมดา รุ่นเดิมยังเก่งมากอยู่ และอาจคุ้มกว่าถ้ารอรุ่น Pro ในอนาคตตามกระแสที่มีคนพูดถึง
ในทางกลับกัน ถ้าเครื่องเดิมเริ่มมีปัญหา เช่น จอมีอาการ กลไกเริ่มไม่สมบูรณ์ หรือกำลังจะซื้อเครื่องแรกอยู่แล้ว DJI Osmo Pocket 4 ถือว่าเป็นตัวที่ครบกว่าและจบกว่าแบบชัดเจน
💸 ราคา DJI Osmo Pocket 4 และความคุ้มค่าที่ดิวมอง
ราคาที่เปิดมาคือ
- DJI Osmo Pocket 4 Standard : 15,500 บาท
- DJI Osmo Pocket 4 Creator Combo : 18,900 บาท
ส่วนต่างประมาณประมาณ 4,000 บาท แต่ได้อุปกรณ์เพิ่มหลายชิ้นที่มีผลกับการใช้งานจริง ดิวมองว่าใครตั้งใจซื้อ DJI Osmo Pocket 4 อยู่แล้ว ควรขยับไป Creator Combo มากกว่า เพราะซื้อแยกทีหลังมักจะแพงกว่า
🏁 บทสรุปสุดท้ายของผมต่อ DJI Osmo Pocket 4
DJI Osmo Pocket 4 เป็นกล้องกิมบอลไซซ์เล็กที่เริ่มโตขึ้นในเชิงความสามารถแบบชัดเจน มันไม่ได้เปลี่ยนทุกอย่างจน Pocket 3 ดูเก่า แต่ก็อัปเกรดถูกจุดมาก โดยเฉพาะงานสายครีเอเตอร์จริงจัง
สิ่งที่ดิวชอบมากคือ
- D-Log 10-bit
- เมมในตัว 107GB
- อัดเสียง 4-channel
- 4K 240fps
- ไฟเสริมแม่เหล็กที่ใช้งานสะดวก
- Film Tone และ Beauty ที่ช่วยให้ได้ภาพพร้อมใช้เร็วขึ้น
สิ่งที่ยังติดใจคือ
- ระบบล็อกคอและกระเป๋ายังไม่ถูกใจเท่าเคสแข็งแบบเดิม
- เรื่องความทนระยะยาวยังต้องรอเวลาเป็นตัวตอบ
สุดท้าย ถ้าคุณกำลังมองหากล้องตัวเล็กที่ถ่ายวิดีโอได้จริงจังมากขึ้นกว่าเดิมแบบไม่ต้องพกเซ็ตใหญ่ DJI Osmo Pocket 4 เป็นตัวที่น่าสนใจมาก และถ้าเลือกจะซื้อ ผมมองว่า Creator Combo คือชุดที่คุ้มที่สุด

ลูกค้าที่สนใจสั่งซื้อสินค้า สามารถติดต่อสั่งซื้อได้ผ่านช่องทางออนไลน์ของทางร้าน ได้ตลอด 24 ชม. หรือ โทรเข้ามาโดยตรงผ่านโทรศัพท์
แอดไลน์ ID:@ZoomCamera หรือ หน้าเว็บไซด์ ZoomCamera
083-067-7677 / 02-098-9555 ต่อ 0 (หยุดวันอาทิตย์)






