
Nikon Z5 II เฟิร์มแวร์ v1.11 อัปเดตเล็กๆ แต่แก้ปัญหาใหญ่คนทำงานวิดีโอและสายสแนป!

สำหรับใครที่ใช้ Nikon Z5 II อยู่ ตอนนี้ Nikon ได้ปล่อยอัปเดตเฟิร์มแวร์ใหม่ Version 1.11 ออกมาเรียบร้อยแล้วครับ แม้ว่าใน Changelog จะระบุสั้นๆ เพียงแค่หัวข้อเดียว แต่บอกเลยว่านี่คือการปรับปรุง User Experience (UX) ที่ส่งผลต่อความลื่นไหลในการทำงานจริงมากๆ โดยเฉพาะสายวิดีโอและคนที่ชอบเปิดกล้องสแตนด์บายไว้ครับ
สรุปสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลง (v1.10 > v1.11)
“Changed the way the aperture was adjusted on a lens when the standby timer expired.”
(ปรับปรุงวิธีการควบคุมและตอบสนองของรูรับแสงบนเลนส์ เมื่อตัวจับเวลาสแตนด์บาย [Standby Timer] หมดเวลาลง)
มันคืออะไร? และทำไมถึงสำคัญ?
ปกติแล้ว กล้อง Mirrorless ของ Nikon จะมีระบบ Standby Timer เพื่อประหยัดพลังงาน เมื่อเราไม่ได้กดปุ่มใดๆ เป็นระยะเวลาหนึ่ง กล้องจะเข้าสู่โหมดกึ่งหลับ (พักหน้าจอและลดการทำงานของเซนเซอร์)
ในเฟิร์มแวร์เวอร์ชันก่อนหน้านี้ (v1.10) ผู้ใช้บางส่วนมักเจอปัญหาจุกจิกเวลาที่กล้องตัดเข้าโหมด Standby หรือจังหวะที่กล้องกำลังจะตื่นจาก Standby แล้วเราพยายามหมุนปรับรูรับแสง (Aperture) ทันที ตัวกล้องกับเลนส์บางตัวจะมีการทำงานที่ขัดกัน เช่น ค่ารูรับแสงไม่เปลี่ยนตามที่หมุน, เกิดอาการหน่วง (Lag), หรือกลไกใบเบลนรูรับแสงในเลนส์กระตุก ซึ่งส่งผลเสียในสถานการณ์ที่ต้องการความเร็ว
สิ่งที่เปลี่ยนไปใน v1.11 :
Nikon ได้รื้อและปรับปรุงการส่งสัญญาณระหว่างตัวกล้องและเลนส์ใหม่ทั้งหมด ทำให้เมื่อกล้องหมดเวลา Standby หรืออยู่ในช่วงรอยต่อของการประหยัดพลังงาน การควบคุมรูรับแสงผ่านวงแหวนบนตัวเลนส์ (หรือปุ่มควบคุมบนกล้อง) จะยังคงตอบสนองได้อย่างแม่นยำ ลื่นไหล และเสถียร ไม่มีการสะดุดหรือหลุดโฟกัสจากจังหวะการทำงานของรูรับแสงอีกต่อไป
ประโยชน์ที่ได้เห็นชัดๆ ในงานจริง
- สาย Video / Cinematography : ป้องกันจังหวะ “แสงกระโดด” หรือใบรับแสงขยับไม่นุ่มนวล หากกล้องเกิดการ Standby ระหว่างเซตถ่าย หรือจังหวะที่ปล่อยกล้องทิ้งไว้แล้วต้องกดเรคคอร์ดทันที
- สาย Street / Snap : หมดห่วงเรื่องกล้องตื่นไม่ทันใจ หมุนรูรับแสงรอไว้ได้เลยตั้งแต่วินาทีที่กดปลุกกล้อง สปีดการทำงานไวขึ้น ไม่พลาดช็อตสำคัญ
แนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้ใช้งาน
เฟิร์มแวร์นี้เป็นการแก้บั๊กและเพิ่มความเสถียร (Stability Update) แนะนำให้ผู้ใช้ Nikon Z5 II ทุกคนอัปเดตไว้ครับ โดยเฉพาะคนที่ใช้เลนส์ที่มีวงแหวนควบคุม (Control Ring) หรือเลนส์ไวแสงสูงๆ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้แล้วที่หน้าเว็บไซต์ Nikon Download Center ครับ
NIKKOR Z 24-120mm f/4 S ปล่อยเฟิร์มแวร์ v1.20 อัปเกรดรูรับแสงให้ “เงียบและชัวร์” ยิ่งขึ้นเพื่อสายวิดีโอ

สำหรับชาว Nikon Z ที่มีเลนส์ Normal Zoom พิมพ์นิยมอย่าง NIKKOR Z 24-120mm f/4 S ติดกระเป๋าอยู่ ตอนนี้ได้เวลาหยิบกล้องมาอัปเดตเลนส์กันแล้วครับ เพราะ Nikon เพิ่งปล่อยเฟิร์มแวร์ใหม่ล่าสุด Version 1.20 ออกมา ซึ่งรอบนี้เป็นการปรับปรุงระบบกลไกภายในที่ตอบโจทย์คนทำงานสายภาพเคลื่อนไหวและ Cinema แบบตรงจุดมากๆ
สรุปสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลง (v1.10 > v1.20)
- Improved aperture operation reliability : เพิ่มความแม่นยำและความเสถียรในการทำงานของรูรับแสง (Aperture) ให้ทำงานได้สมบูรณ์แบบในทุกจังหวะ
- Reduced aperture operation noise : ลดเสียงการทำงานของกลไกใบเบลนรูรับแสงให้เงียบลงกว่าเดิม
ทำไมอัปเดตนี้ถึง “สำคัญมาก” โดยเฉพาะสายวิดีโอ?
เลนส์ตระกูล S-Line ของ Nikon ขึ้นชื่อเรื่องการลบอาการ Focus Breathing และการควบคุมรูรับแสงที่สมูทอยู่แล้ว แต่ในเวอร์ชัน 1.20 นี้ Nikon ได้รีดประสิทธิภาพของมอเตอร์และกลไกควบคุมใบเบลนรูรับแสง (Electromagnetic Diaphragm Mechanism) ให้ไปไกลอีกขั้น
1. แก้ปัญหาเสียงกวนใจเวลาเปลี่ยนรูรับแสง (Aperture Noise)
เวลาที่เราถ่ายวิดีโอแล้วมีการปรับค่า f-stop สดๆ ระหว่างบันทึกภาพ หรือในกรณีที่ใช้โหมด Auto/Aperture Priority แล้วกล้องต้องคำนวณแสงเพื่อปรับรูรับแสงให้เราโดยอัตโนมัติ ในเวอร์ชันก่อนๆ อาจจะมีเสียงกลไกขยับเบาๆ หลุดเข้าไปในไมโครโฟนได้ (โดยเฉพาะเวลาใช้ไมค์ติดหัวกล้องในห้องที่เงียบมากๆ) อัปเดตนี้จะทำให้ใบเบลนขยับได้ “เงียบสนิท” ยิ่งขึ้นครับ
2. ความแม่นยำระดับร้อยเปอร์เซ็นต์ (Reliability)
ในงานวิดีโอระดับซีเรียสหรือการกดชัตเตอร์รัวในงานภาพนิ่ง การตอบสนองของรูรับแสงต้องแม่นยำและคงที่ เฟิร์มแวร์นี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่า ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนค่า f แสงที่ผ่านเลนส์เข้ามาจะมีความเสถียร ไม่เกิดอาการแสงกระตุก หรืออาการหน่วง แม้จะใช้งานร่วมกับกล้องที่เน้นงานวิดีโอหนักๆ ก็ตาม
กล้องรุ่นไหนที่รองรับการอัปเดตบ้าง?
เลนส์ตัวนี้สามารถอัปเดตเฟิร์มแวร์ผ่านตัวบอดี้กล้องได้โดยตรง โดยรองรับกล้องในระบบทั้งหมด ดังนี้:
- Nikon Z-series ทุกรุ่น (ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นไปจนถึงเรือธงอย่าง Z8, Z9)
- Nikon Z CINEMA series (รองรับการทำงานร่วมกับไลน์อัปกล้องกองถ่ายเต็มรูปแบบ)
💡 ข้อแนะนำเพิ่มเติม:
สำหรับใครที่ไม่สะดวกอัปเดตเฟิร์มแวร์ด้วยตัวเอง หรือกลัวเรื่องระบบไฟฟ้าระหว่างอัปเดต ทาง Nikon ระบุไว้ว่าคุณสามารถนำเลนส์เข้าไปให้เจ้าหน้าที่ที่ ศูนย์บริการ Nikon (Nikon-authorized service representative) ดำเนินการอัปเดตให้ได้เช่นกันครับ ใครใช้เลนส์ตัวนี้อยู่ลุยเลยครับ งานวิดีโอสมูทขึ้นแน่นอน!
Sony A7 V (ILCE-7M5) ปล่อยเฟิร์มแวร์ v2.00 อัปเกรดใหญ่เพื่อสายวิดีโอและคนทำงานระดับโปร

หลังจากปล่อยให้รอกันมาสักพัก ในที่สุด Sony ก็ได้ปล่อยอัปเดตเฟิร์มแวร์ครั้งใหญ่ System Software Update Ver. 2.00 สำหรับกล้องขวัญใจมหาชนตัวเก่งอย่าง Sony A7 V (ILCE-7M5) ออกมาเรียบร้อยแล้วครับ รอบนี้บอกเลยว่าไม่ใช่แค่การแก้บั๊กธรรมดา แต่เป็นการปลดล็อกฟีเจอร์ระดับไฮเอนด์ที่ยกลูกเล่นมาจากกล้องตระกูล Cinema Line และกล้องสายรายงานข่าวระดับโปร (Professional Workflow) เลยทีเดียว
เรามาเจาะลึกกันครับว่าเฟิร์มแวร์ v2.00 นี้ มีอะไรเปลี่ยนไปและช่วยให้คนทำงานทำงานง่ายขึ้นอย่างไรบ้าง
1. สาย Cinema และ Audio มีกรี๊ด: ปลดล็อกเสียงเทพ 32-bit Float
- รองรับระบบเสียง 96 kHz / 32-bit Float: เมื่อใช้งานร่วมกับอะแดปเตอร์เสียง XLR-A4 (แยกจำหน่าย) บนช่อง Multi Interface Shoe ช่วยให้กล้องบันทึกเสียงคุณภาพสูงที่มี Dynamic Range กว้างมหาศาล หมดห่วงเรื่องเสียงพีค เสียงคลิป (Clip) หรือเสียงเบาเกินไป เพราะสามารถนำกลับมาดึงขึ้นลงในคอมพิวเตอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่สูญเสียรายละเอียด
- Fix บั๊กไมค์ ECM-M1: แก้ไขปัญหาที่บางครั้งกล้องไม่ยอมบันทึกภาพ/เสียงเมื่อต่อใช้งานร่วมกับไมโครโฟนดิจิทัลรุ่น ECM-M1 ช่วยให้ทำงานได้อย่างมั่นใจ 100%
2. อัปเกรดระบบควบคุมเลนส์และการแสดงผลให้ละเอียดขึ้น
- Preset Focus สำหรับเลนส์ซูมปกติ (Non-Power Zoom): ปลดล็อกฟังก์ชันล็อกระยะโฟกัสล่วงหน้า (Preset Focus) ให้สามารถใช้งานร่วมกับเลนส์ซูมมือหมุนทั่วไปได้แล้ว (จากเดิมที่มักจะจำกัดเฉพาะเลนส์ซูมไฟฟ้าหรือ Power Zoom เท่านั้น) ช่วยให้สายวิดีโอสามารถดึงโฟกัสกลับมาจุดเดิมได้อย่างแม่นยำ (หมายเหตุ: มีเลนส์บางรุ่นที่ไม่รองรับ สามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่เว็บไซต์ Sony)
- แสดงระยะเลนส์ละเอียดถึงทศนิยม 1 ตำแหน่ง: ในหน้าจอแสดงผล ตัวกล้องจะบอกระยะทางยาวโฟกัส (Focal Length) เป็นทศนิยม เช่น 24.5mm เหมาะมากสำหรับสายวิดีโอที่ต้องการความแม่นยำในการแมตช์ระยะเลนส์หรือจดบันทึกค่า
3. Workflow สายแต่งภาพและจัดการไฟล์ที่เร็วขึ้น
- กดลบ (Delete) และให้คะแนน (Rating) พร้อมกัน 2 การ์ด: สำหรับช่างภาพที่ถ่ายแบบ Backup (บันทึกขนานทั้ง Slot 1 และ Slot 2) จากเดิมเวลาเลือกคัดภาพหรือลบภาพ ต้องมานั่งไล่ลบแยกการ์ด ตอนนี้สามารถสั่งลบหรือให้ดาวพร้อมกันทั้งสองการ์ดได้ในคลิกเดียว ประหยัดเวลาไปได้มหาศาล
- แสดงชื่อโฟลเดอร์และชื่อไฟล์ขณะ Playback: ไม่ต้องเดาอีกต่อไปว่ารูปนี้อยู่ในโฟลเดอร์ไหน หรือเป็นไฟล์ชื่ออะไร เพราะกล้องจะโชว์ Folder Name และ File Name บนหน้าจอระหว่างเปิดดูรูปให้ทันที
4. ยกระดับความปลอดภัยขั้นสุด: “Digital Signature” และสายส่งข้อมูล (FTP)
- Sony’s Camera Authenticity Solution: รองรับระบบ Write Digital Signature สำหรับไฟล์วิดีโอ เพื่อฝังลายเซ็นดิจิทัลยืนยันตัวตนของไฟล์ ป้องกันการดัดแปลงหรือปลอมแปลงวิดีโอ (เป็นระบบความปลอดภัยระดับสากลที่แบรนด์ใหญ่กำลังผลักดัน)
- อัปเกรด FTP / SFTP ขนานใหญ่: สำหรับช่างภาพสายข่าว ช่างภาพกีฬา ที่ต้องส่งรูปเข้า Server ทันที
- รองรับการส่งข้อมูลผ่านโปรโตคอลที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นอย่าง SFTP
- ตั้งค่าให้กล้องสั่งส่งไฟล์ (FTP Transfer) อัตโนมัติทันทีเมื่อเรากด “ล็อกรูป” (Protected) ทั้งไฟล์ภาพนิ่งและวิดีโอ
- สามารถกดยกเลิก (Cancel) การคิวส่งไฟล์ FTP ที่เลือกไว้ได้ตลอดเวลา
- Volume Photography License: รองรับชุดคำสั่ง Scan and Tag, Photo Cropping และ Volume Photography (จำเป็นต้องติดตั้ง License แบบมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งจะเริ่มเปิดให้ใช้งานช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2026 นี้)
⚠️ เรื่องสำคัญที่ต้องระวังก่อนอัปเดต! (สำคัญมาก)
- ยกเลิกการอัปเดตเฟิร์มแวร์เลนส์ผ่านการ์ดในกล้อง: ในเวอร์ชัน v2.00 นี้ Sony ได้ “ยกเลิก” ฟังก์ชันการอัปเดตเฟิร์มแวร์ของเลนส์ผ่านเมนูในตัวกล้องโดยใช้การ์ดความจำแล้ว หากในอนาคตต้องการอัปเดตเฟิร์มแวร์ของเลนส์ จะต้องเปลี่ยนไปอัปเดตผ่านโปรแกรมบนคอมพิวเตอร์ (Windows / Mac OS) แทนครับ
- ความเสถียรโดยรวม: ตัวเฟิร์มแวร์ยังมีการปรับปรุงระบบเสถียรภาพการทำงานทั่วไป (Operational Stability) ให้กล้องเสถียรและลื่นไหลขึ้นด้วยครับ
สรุป
การอัปเดตเวอร์ชัน 2.00 ของ Sony A7 V ในครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับตัวกล้องให้มีความเป็น “Professional Tool” มากขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะใครที่เดินสายวิดีโอจ๋าๆ ที่ต้องการระบบเสียง 32-bit Float หรือช่างภาพสายงานอีเวนต์/สายข่าวที่ต้องพึ่งพาการส่งระบบ FTP และการจัดระเบียบไฟล์หลังกล้อง แนะนำให้กดอัปเดตกันได้เลยครับ!
Recommended products
-
Sony A7 V Mirrorless Camera Body A7M5 , Alpha 7 V (ประกันศูนย์)
฿83,691฿89,990
Sony FE 135mm f/1.8 GM ปล่อยเฟิร์มแวร์ v02 รีดความเร็วรูรับแสงและการโฟกัสให้คมระดับจับวาง

สำหรับช่างภาพสาย Portrait, สาย Sport หรือสาย Event ที่มีเลนส์เทเลโฟโต้ตัวเทพอย่าง Sony SEL135F18GM (135mm f/1.8 G Master) ติดกระเป๋าอยู่ ตอนนี้ Sony ได้ปล่อยอัปเดตเฟิร์มแวร์ใหม่ Lens System Software Update Ver. 02 ออกมาให้เราได้อัปเกรดความสามารถกันแล้วครับ
แม้จะเป็นเลนส์ที่ออกมาก่อนหน้านี้ แต่ Sony ก็ยังไม่ทิ้ง ปล่อยอัปเดตมาเพื่อจูนประสิทธิภาพการทำงานร่วมกับบอดี้กล้องยอดฮิตให้ทำงานได้เต็มระบบและเฉียบคมยิ่งขึ้นไปอีกขั้น!
สรุปสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงในเวอร์ชัน 02
- Improved aperture response: ปรับปรุงการตอบสนองและความเร็วของระบบรูรับแสง (Aperture) ให้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น เมื่อนำไปประกบกับกล้องรุ่น Sony A9 (ILCE-9), A9 II (ILCE-9M2) และ A7R IV (ILCE-7RM4)
- ปลดล็อก “Focus Priority” ในโหมด AF สำหรับ Sony A9: เมื่อใช้งานร่วมกับกล้อง Sony A9 (ที่อัปเดตเฟิร์มแวร์บอดี้เป็นเวอร์ชัน 6.00 ขึ้นไป) จะสามารถเข้าไปเลือกคำสั่ง “Focus Priority” ในเมนู Aperture Drive in AF ได้แล้วครับ
อัปเดตนี้ส่งผลดีต่อการทำงานจริงอย่างไร?
1. รูรับแสงตอบสนองไวขึ้น แสงและระยะชัดลึกแม่นยำทุกซิงก์ เลนส์ 135mm f/1.8 GM โดดเด่นมากเรื่องมอเตอร์โฟกัส XD Linear Motor ที่ไวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่การอัปเดตนี้จะเข้ามาช่วยให้กลไกของใบเบลนรูรับแสงขยับตัวได้รวดเร็วสอดคล้องกับการคำนวณของบอดี้กล้อง (โดยเฉพาะสายไฟล์โหดอย่าง A7R IV หรือสายรัวอย่างตระกูล A9) ทำให้เวลาเรากดชัตเตอร์รัวๆ หรือเปลี่ยนสภาพแสงกะทันหัน รูรับแสงจะสแนปเข้าตามค่าที่เราตั้งไว้ทันที ไม่มีอาการหน่วงหรือแสงเพี้ยนในเฟรมติดต่อกัน
2. ปลดล็อกความโหดให้สายสปอร์ตและแอ็กชัน (สำหรับผู้ใช้ Sony A9) การปลดล็อกฟีเจอร์ “Focus Priority” ในเมนู Aperture Drive in AF ถือเป็นไฮไลต์สำคัญ เพราะปกติเวลาเราใช้โหมดต่อเนื่อง Continuous AF (AF-C) แล้วกดชัตเตอร์รัว กล้องมักจะให้ความสำคัญกับการควบคุมรูรับแสงไปพร้อมๆ กัน ซึ่งบางจังหวะอาจทำให้ความเร็วโฟกัสตกลงเล็กน้อย
แต่เมื่อเปลี่ยนเป็น Focus Priority ตัวกล้องและเลนส์จะหันมาโฟกัสเข้าเป้าอย่างแม่นยำที่สุดก่อนเป็นอันดับแรกแม้ในจังหวะที่รูรับแสงกำลังขยับ ช่วยลดโอกาสภาพเบลอหรือหลุดโฟกัสในจังหวะสแนปช็อตสำคัญ เช่น จังหวะนักกีฬากระโดด หรือตัวแบบวิ่งเข้าหากล้อง
ข้อควรทราบก่อนการอัปเดต
- อัปเดตผ่านบอดี้กล้อง E-mount: เฟิร์มแวร์นี้เป็นเฟิร์มแวร์ของตัวเลนส์ (Lens Software) ซึ่งคุณสามารถต่อเลนส์เข้ากับบอดี้กล้อง Sony E-mount แล้วเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เพื่อกดอัปเดตได้ตามปกติ
- กล้องบางรุ่นไม่รองรับการกดอัปเดต: มีกล้อง Sony บางรุ่น (ส่วนใหญ่เป็นรุ่นเก่าหรือกล้องเฉพาะกลุ่ม) ที่ไม่สามารถใช้เป็นตัวผ่านในการกดอัปเดตเลนส์ตัวนี้ได้ สามารถเช็กรายชื่อบอดี้กล้องที่รองรับในการกดอัปเดตได้ที่หน้าเว็บไซต์ของ Sony โดยตรงครับ
สรุป: ใครที่ยังรับงานด้วย Sony A7R IV, A9 หรือ A9 II ควบคู่กับเลนส์ 135mm GM ตัวนี้อยู่ แนะนำให้กดอัปเดตเลนส์เป็นเวอร์ชัน 02 ด่วนเลยครับ จับจังหวะโฟกัสและรูรับแสงได้สมบูรณ์แบบขึ้นแน่นอน!
Sony FE 200-600mm G ปล่อยเฟิร์มแวร์ v04 อัปเกรดความนิ่งระบบกันสั่น (OSS) ให้เสถียรยิ่งขึ้น

สำหรับช่างภาพสาย Wild Life, สายส่องนก, ช่างภาพกีฬา หรือใครก็ตามที่มีเลนส์ซูมเทเลโฟโต้ระยะมหาชนอย่าง Sony SEL200600G (FE 200-600mm f/5.6-6.3 G OSS) คู่ใจอยู่ ตอนนี้ได้เวลาหยิบเลนส์มาอัปเดตกันอีกครั้งครับ เพราะ Sony เพิ่งปล่อยเฟิร์มแวร์ใหม่ล่าสุด Lens System Software Update Ver. 04 ออกมาเพื่อเพิ่มความนิ่งและความเสถียรในการถือถ่ายแบบเน้นๆ
การอัปเดตในเวอร์ชัน 04 นี้ มีอะไรที่พัฒนาขึ้นและส่งผลต่อหน้างานจริงอย่างไร มาดูกันครับ
สรุปสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงในเวอร์ชัน 04
- Improves image stabilization: ปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบกันสั่นในตัวเลนส์ (Optical SteadyShot – OSS) ให้ทำงานได้ดีและแม่นยำยิ่งขึ้น
- Improves operational stability: เพิ่มความเสถียรโดยรวมในการทำงานร่วมกับบอดี้กล้องให้ราบรื่น ไม่มีสะดุด
ของแถมที่คุณจะได้รับเพิ่ม (หากข้ามมาจากเวอร์ชันเก่า)
หากใครที่ไม่ได้อัปเดตเลนส์ตัวนี้มานาน การอัปเดตเป็นเวอร์ชัน 04 จะรวบรวมเอาฟีเจอร์เด็ดๆ จากเฟิร์มแวร์เวอร์ชันก่อนหน้า (v03) มาให้แบบครบถ้วน โดยเฉพาะเมื่อนำไปใช้กับบอดี้เจนใหม่ๆ ดังนี้ครับ:
- ปลดล็อกความโหดรัว 120 fps ร่วมกับ Sony A9 III (ILCE-9M3): รองรับการถ่ายภาพรัวต่อเนื่องพร้อมระบบติดตามโฟกัสและแสงอัตโนมัติ (AF/AE Tracking) สูงสุดถึง 120 ภาพต่อวินาที ใครที่ใช้เลนส์ตัวนี้คู่กับกล้องเซนเซอร์ Global Shutter อย่าง A9 III จะได้รีดพลังออกมาได้อย่างเต็มพิกัด
- จูนกันสั่นให้แมตช์กับ Sony A7R V (ILCE-7RM5): เพิ่มประสิทธิภาพระบบกันสั่นให้ทำงานประสานกันได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดเมื่อประกบกับบอดี้ A7R V เพื่อช่วยลดอาการสั่นไหวของภาพบนความละเอียดสูงถึง 61 ล้านพิกเซล
ทำไมอัปเดตนี้ถึงสำคัญต่อคนถือเลนส์ 200-600mm?
เนื่องจากเลนส์ระยะ 200-600mm เป็นเลนส์ที่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักพอสมควร (ประมาณ 2.1 กิโลกรัม) การนำออกไปถ่ายภาพนก บินโฉบ หรือรถแข่งในสนาม ส่วนใหญ่ช่างภาพมักจะใช้การถือถ่ายด้วยมือเปล่า (Handheld) หรือใช้ Monopod ช่วย
การที่ Sony เข้ามา ปรับปรุงระบบกันสั่น (Image Stabilization) และความเสถียร (Operational Stability) ในเวอร์ชัน 04 นี้ จะช่วยให้การตามโฟกัสวัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงในระยะซูมสุดที่ 600mm มีความนิ่งนุ่มนวลขึ้นในช่องมองภาพ ลดอาการภาพสั่นไหว (Micro-jitter) และช่วยให้โอกาสได้ภาพที่คมชัดเข้าเป้ามีสูงขึ้นตามไปด้วยครับ
ข้อแนะนำในการอัปเดต
- เฟิร์มแวร์นี้เป็นเฟิร์มแวร์สำหรับตัวเลนส์ (Lens Software) โดยเฉพาะ สามารถทำการอัปเดตได้โดยการต่อเลนส์เข้ากับบอดี้กล้อง Sony E-mount แล้วเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ (Windows / Mac) ผ่านสาย USB เพื่อทำการอัปเดตตามขั้นตอนมาตรฐานของ Sony
- เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด แนะนำให้ตรวจสอบและอัปเดตเฟิร์มแวร์ของตัวบอดี้กล้องที่คุณใช้งานอยู่ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดควบคู่กันไปด้วยครับ
สรุป: เป็นการอัปเดตย่อย (Minor Update) ที่เน้นความเสถียรและรีดประสิทธิภาพเรื่องกันสั่นให้เนียนตาขึ้น ใครที่รับงานสาย Action หรือเป็นสายส่องนกประจำสัปดาห์ แนะนำให้กดอัปเดตไว้เลยครับ ถือถ่ายสนุกขึ้นแน่นอน!
Recommended products
Sony A7S III ปล่อยเฟิร์มแวร์ v5.01 แก้บั๊กใหญ่ระบบ ISO โหมด RAW Video และอาการเอ๋อของเน็ตเวิร์ก

สำหรับชาว Production และสายวิดีโอระดับมืออาชีพที่ใช้งานกล้องเซนเซอร์ตัวเทพสายที่มืดอย่าง Sony A7S III (ILCE-7SM3) อยู่ ตอนนี้ทาง Sony ได้ออกอัปเดตด่วน System Software Update Ver. 5.01 มาให้เรียบร้อยแล้วครับ
แม้ตัวเลขจะดูเหมือนเป็นการอัปเดตย่อย แต่บอกเลยว่าไส้ในเป็นการแก้บั๊กที่ส่งผลต่อ Workflow งานวิดีโอระดับซีเรียสและการเชื่อมต่อไร้สายโดยตรงครับ
สรุปสิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขในเวอร์ชัน 5.01
- แก้ไขระบบการแสดงค่า ISO เมื่อต่อ RAW Video เอาต์พุต: แก้ไขบั๊กที่ตัวกล้องแสดงค่า ISO ผิดพลาด (ไม่ตรงกับความเป็นจริง) ในขณะที่มีการส่งสัญญาณภาพแบบ RAW Video ผ่านสาย HDMI ออกไปยังจอมอนิเตอร์/เครื่องบันทึกภายนอกที่รองรับ (เช่น Atomos Ninja)
- แก้ไขช่วงการตั้งค่า Limit ของ ISO Auto: แก้ไขปัญหาการคำนวณช่วงขีดจำกัดสูงสุดและต่ำสุด (Upper/Lower Limits) ของค่า ISO ผิดพลาดเมื่อผู้ใช้ตั้งค่าเป็นโหมด ISO Auto
- แก้บั๊กเชื่อมต่อเครือข่าย: แก้ไขอาการเอ๋อของตัวกล้องที่บางครั้งไม่สามารถเชื่อมต่อเน็ตเวิร์ก (Wi-Fi/Network) ได้
- Improves operational stability: เพิ่มความเสถียรโดยรวมของระบบตัวกล้องให้ทำงานได้ราบรื่นยิ่งขึ้น
ทำไมสายวิดีโอระดับโปรถึง “ต้องรีบอัปเดต”?
1. เคลียร์ปัญหาเรื่อง Exposure ในกองถ่าย (RAW Video Output บั๊ก) สำหรับคนที่ใช้ Sony A7S III ถ่ายงานโฆษณา มิวสิกวิดีโอ หรือภาพยนตร์ แล้วต้องต่อบันทึกไฟล์ ProRes RAW หรือ DNxHR ผ่านกล่องภายนอก การที่ค่า ISO แสดงผลผิดพลาดบนหน้าจออาจทำให้ช่างภาพหรือผู้กำกับภาพ (DP) คำนวณแสงผิดพลาดได้ การแก้บั๊กใน v5.01 นี้จะช่วยให้การแสดงค่าระบบแสงกลับมาตรงเป๊ะและแม่นยำ 100%
2. ปลดล็อกความฉลาดของ ISO Auto ให้กลับมาถูกต้อง ในสถานการณ์ที่ต้องถ่ายงานแบบ Run-and-Gun หรือเซตติ้งหน้างานเปลี่ยนไวๆ ช่างภาพมักจะจำกัดช่วง ISO Auto ไว้เพื่อไม่ให้ Noise สัญจรเข้ามาในภาพมากเกินไป บั๊กเดิมที่คำนวณลิมิตสเกลผิดพลาดจะถูกแก้ไขในรอบนี้ ทำให้กล้องเกลี่ยแสงในโหมด Auto ได้ฉลาดตามใจเราสั่งจริงๆ
3. สายส่งงานหน้างาน/ควบคุมไร้สาย สบายใจขึ้น ตากล้องสายอีเวนต์หรือสตูดิโอที่ต้องต่อเน็ตเวิร์กเพื่อควบคุมกล้องระยะไกล หรือส่งไฟล์พรีวิวให้ลูกค้าดูผ่านแอปพลิเคชัน ตัวเฟิร์มแวร์นี้จะช่วยลดอาการหลุดหรือเชื่อมต่อไม่ติด เพิ่มความเสถียรในส่วนของ Network ให้ดีขึ้น
⚠️ ข้อควรทราบและวิธีการอัปเดต (สำคัญมาก!)
“A memory card version is not provided.” เฟิร์มแวร์เวอร์ชัน 5.01 นี้ ไม่มีไฟล์อัปเดตแบบใส่การ์ดความจำ (SD Card) มาให้เหมือนเฟิร์มแวร์ยุคใหม่ตัวอื่นๆ นะครับ
ผู้ใช้งานจำเป็นต้องดาวน์โหลดโปรแกรมอัปเดตติดตั้งผ่านคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ Windows หรือ macOS แล้วเชื่อมต่อตัวกล้อง Sony A7S III เข้ากับคอมพิวเตอร์ผ่านสาย USB เพื่อทำการกดอัปเดตระบบซอฟต์แวร์ตามขั้นตอนดั้งเดิมเท่านั้นครับ
ใครที่ใช้รับงานอยู่ แนะนำให้หาเวลาว่างช่วงเย็นๆ เสียบสายอัปเดตกันไว้ได้เลยครับ เพื่อให้กล้องทำงานได้สมบูรณ์แบบและเสถียรที่สุดในทุกหน้างาน!
Recommended products
-
Sony A7S Mark 3 Mirrorless Digital Camera Body Only Black (ประกันศูนย์)
฿113,451฿121,990
Sony A7 IV ปล่อยเฟิร์มแวร์ v6.02 อัปเดตแก้บั๊กเร่งด่วน พร้อมมัดรวมฟีเจอร์ “ร่างทอง” ที่สายโปรต้องรู้

สำหรับชาว Sony A7 IV (ILCE-7M4) ทุกคน ตอนนี้ Sony ได้ปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์ระบบตัวกล้องเวอร์ชันใหม่ล่าสุด System Software Update Ver. 6.02 ออกมาเรียบร้อยแล้วครับ
ต้องบอกก่อนว่า เฟิร์มแวร์ v6.02 ในรอบนี้ ออกมาเป็น “Hotfix” เพื่ออุดรอยรั่วและแก้บั๊กจุกจิกจากเวอร์ชันใหญ่ (v6.00) ที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ แต่ที่น่าสนใจคือ หากใครที่ยังไม่ได้อัปเกรดกล้องมาเลย การอัปเดตเป็น v6.02 รอบนี้ จะปลดล็อกฟีเจอร์ระดับมหาศาลที่แทบจะเปลี่ยน Sony A7 IV ให้กลายเป็นกล้องรุ่นใหม่เลยทีเดียว!
เรามาดูกันครับว่าในเวอร์ชัน 6.02 มีอะไรแก้ไข และมีฟีเจอร์อะไรเด็ดๆ ที่มัดรวมมาให้คุณบ้าง
🚨 ไฮไลต์การแก้ไขบั๊กในเวอร์ชัน 6.02 (และ v6.01 ที่ผ่านมา)
- แก้บั๊ก Focus Bracket ตัวปัญหา: แก้ไขระบบถ่ายภาพแบบเลื่อนระยะโฟกัส (Focus Bracket) ที่ช่างภาพบางคนเจอปัญหาว่าในบางสถานการณ์กล้องจะไม่ยอมทำงาน
- แก้บั๊กระบบประหยัดพลังงาน (Power Save): จากเดิมในเวอร์ชัน 6.00 ที่ผู้ใช้บางส่วนเจออาการเมื่อ “พับปิดหน้าจอ” แล้วกล้องจะตัดเข้าโหมดประหยัดพลังงานทันที โดยไม่สนค่าที่เราตั้งไว้ ใน v6.02 นี้ได้รับการแก้ไขให้กลับมาทำงานถูกต้องตามที่เราสั่งแล้วครับ
- เพิ่มเสถียรภาพ (Operational Stability): เพิ่มความนิ่งและความเสถียรของระบบตัวกล้องในภาพรวม ลดอาการค้างหรือเอ๋อในระหว่างการใช้งานหนักๆ
🎥 มัดรวมฟีเจอร์เด็ดจากเวอร์ชันใหญ่ (v6.00) ที่คุณจะได้สัมผัสทันที!
หากคุณข้ามการอัปเดตช่วงก่อนหน้านี้มา การกดอัปเดตเป็น v6.02 ในครั้งนี้ จะปลดล็อกฟังก์ชันการทำงานระดับโปร ทั้งสายภาพนิ่งและวิดีโอ ดังนี้ครับ:
1. ฟังก์ชันการถ่ายภาพและวิดีโอ (Shooting & Playback)
- หน้าจอ UI หมุนตามแนวตั้ง: เวลาที่เราพลิกกล้องถ่ายแนวตั้ง หน้าจอแสดงข้อมูลการถ่ายภาพ (Shooting Info) จะหมุนปรับเลย์เอาต์เป็นแนวตั้งให้เราอ่านง่ายขึ้นแล้ว ไม่ต้องเอียงคออ่านอีกต่อไป!
- เพิ่มจุดโฟกัสไซส์ยักษ์ “Spot: XL” และ Custom: สำหรับสายสปอร์ตหรือนก ที่ต้องการกรอบโฟกัสขนาดใหญ่ขึ้น รวมถึงสามารถครีเอตขนาดกรอบโฟกัสและระบบ Tracking ได้เองในเมนู Custom 1/2/3
- สายวิดีโอมอนิเตอร์ง่ายขึ้น: หน้าจอจะโชว์แถบระดับเสียง (Audio Levels) ตลอดเวลาในขณะบันทึกภาพ และสามารถเปิดดูความจุการ์ดที่เหลืออยู่พร้อมกันทั้ง 2 ช่องได้ทันทีเมื่อใช้โหมดบันทึกแบบขนาน (Simult.) หรือสลับการ์ดอัตโนมัติ (Relay)
- ระบบจัดการคลิปหน้างาน: สามารถกดส่งธง OK / NG (No Good) / KEEP ลงในคลิปวิดีโอได้ตั้งแต่ตอนกำลังถ่ายหรือตอนเปิดเพลย์แบ็กหลังกล้อง ช่วยเซฟเวลาให้ดนตรี/คนตัดต่อวิดีโอเลือกไฟล์ง่ายขึ้นมาก
- Focus Bracket และเส้นกริด Golden Ratio: มีโหมดถ่าย Focus Bracket สำหรับสายมาโคร/สายวิว และเพิ่มเส้นกริดอัตราส่วนทองคำ (Golden Ratio Grid) เข้ามาในเมนูหน้าจอ
2. Workflow และการเชื่อมต่อความเร็วสูง (FTP & Creators’ App)
- เทพแห่งการโอนไฟล์: สามารถปล่อยให้กล้องส่งไฟล์ผ่าน FTP ไปพร้อมๆ กับที่กล้องกำลังเขียนข้อมูลลงการ์ดได้แล้ว (ไม่ต้องรอถ่ายเสร็จ) และสามารถตั้งส่งไฟล์ภาพ/วิดีโอที่กด “ล็อก” (Protected) ส่งแบบออโต้ได้ทันที
- รองรับ Monitor & Control App สมบูรณ์แบบ: สามารถใช้แท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนเป็นหน้าจอมอนิเตอร์แยกไร้สาย พร้อมปลดล็อกฟีเจอร์ Focus Map (แผนที่โฟกัส) บนหน้าจอมือถือได้เลย
- โอนไฟล์เข้ามือถือไม่สะดุด: ทำงานร่วมกับ Creators’ App (เวอร์ชัน 2.5.0 ขึ้นไป) ได้ฉลาดขึ้น ถ่ายไปโอนไฟล์ไปได้, โอนไฟล์ค้างไว้แล้วหลุดก็สามารถกลับมาโอนต่อจากจุดเดิมได้ (Resume) และเลือกโอนเฉพาะไฟล์ที่ยังไม่เคยโอนได้อัตโนมัติ
3. ความปลอดภัยและระบบตรวจสอบไฟล์ (Security & Authenticity)
- ฝังลายเซ็นดิจิทัล (Digital Signature): รองรับระบบ Sony’s Camera Authenticity Solution (C2PA) เพื่อฝังระบบยืนยันตัวตนในไฟล์ภาพและวิดีโอ ป้องกันการสวมรอยหรือการปลอมแปลงไฟล์ภาพจาก AI (บางฟังก์ชันอาจต้องติดตั้ง License เพิ่มเติม)
- ยกเลิกการรองรับระบบเก่าเพื่อความปลอดภัยขั้นสุด: ตัวกล้องจะ “ไม่รองรับ” การเชื่อมต่อ Wi-Fi แบบระบบเก่าอย่าง WPA และ WEP อีกต่อไป รวมถึงระบบ IPsec โดยจะบังคับให้ใช้ระบบที่ปลอดภัยกว่าอย่าง WPA2 หรือ WPA3 และระบบ Access Authen. แทนเพื่อป้องกันการโดนแฮกข้อมูลในกองถ่าย
💡 ข้อแนะนำก่อนกดอัปเดต
- เช็กเวอร์ชันปัจจุบัน: หากกล้องของคุณยังเป็นเวอร์ชันเก่ามากๆ (เช่น v1.xx หรือ v2.xx) แนะนำให้อ่านคำแนะนำในหน้าเว็บ Sony ให้ละเอียด เพราะบางครั้งอาจต้องอัปเดตผ่านเวอร์ชันกลาง (เช่น v3.00 หรือ v5.00) ก่อนที่จะข้ามมา v6.02 ครับ
- เตรียมแบตเตอรี่ให้พร้อม: ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม 100% ก่อนเริ่มทำการอัปเดตเสมอ เพื่อป้องกันกล้องดับระหว่างกระบวนการ
- ศึกษาระบบ Wi-Fi: เนื่องจากกล้องตัดระบบรักษาความปลอดภัยแบบเก่าออกไปแล้ว หลังจากอัปเดตเสร็จอย่าลืมเช็กการตั้งค่าเร้าเตอร์หรือฮอตสปอตในมือถือให้เป็น WPA2/WPA3 เพื่อให้กล้องเชื่อมต่อได้ตามปกติครับ
สรุป: แนะนำให้ช่างภาพและคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ใช้ Sony A7 IV ทุกคนกดอัปเดตเป็น v6.02 ครับ เพราะนอกจากจะเคลียร์ปัญหาจุกจิกเรื่อง Focus Bracket และโหมดประหยัดพลังงานแล้ว คุณยังได้ฟังก์ชันอำนวยความสะดวกระดับกล้องรุ่นพี่มาใช้งานฟรีๆ อีกด้วย!
Recommended products
Canon EOS R6 Mark II ปล่อยเฟิร์มแวร์ v1.7.0 เลือกซิงก์ Wi-Fi 5GHz ได้แล้ว พร้อมแก้บั๊กเซนเซอร์ลั่น

ข่าวดีสำหรับผู้ใช้งานกล้อง Full-frame Hybrid ตัวเก่งอย่าง Canon EOS R6 Mark II เพราะล่าสุด Canon ได้ปล่อยเฟิร์มแวร์อัปเดตใหม่ล่าสุด Version 1.7.0 ออกมาให้ดาวน์โหลดเรียบร้อยแล้วครับ รอบนี้เน้นหนักไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพระบบการเชื่อมต่อไร้สายให้ฉลาดขึ้น และแก้บั๊กใหญ่ระบบส่งไฟล์ภาพ (FTP) หน้างานที่เคยสร้างความปวดหัวให้ช่างภาพสายชัตเตอร์รัว
เรามาเจาะลึกกันครับว่าในเฟิร์มแวร์ v1.7.0 มีอะไรเปลี่ยนไปและช่วยให้เราทำงานได้สมูทขึ้นอย่างไรบ้าง
1. ปลดล็อกระบบเลือกแบนด์วิดท์ Wi-Fi (5 GHz / 2.4 GHz)
- Adds [Wi-Fi freq. band] to [Communication Settings]: ถือเป็นไฮไลต์เด็ดรอบนี้เลยครับ ตัวกล้องได้เพิ่มเมนูให้เราสามารถ “เลือกคลื่นความถี่ Wi-Fi ได้เองระหว่าง 5 GHz หรือ 2.4 GHz” ในจังหวะที่กล้องทำการสลับการเชื่อมต่อจาก Bluetooth ไปเป็น Wi-Fi เพื่อโอนถ่ายข้อมูล
- ดียังไง?: เวลาที่เราต้องทำงานในสถานที่ที่มีผู้คนหนาแน่น หรือสัญญาณ 2.4 GHz แออัด (เช่น งานแต่งงาน งานอีเวนต์ หรือคอนเสิร์ต) การสลับมาใช้คลื่น 5 GHz จะช่วยให้การโอนรูปเข้าสมาร์ทโฟนผ่านแอป Camera Connect ทำได้รวดเร็ว ลื่นไหล และสัญญาณไม่หลุดง่ายเหมือนเมื่อก่อนแล้วครับ
2. เคลียร์บั๊กส่งไฟล์สายโปร (แก้บั๊ก Err41 และ Err49)
สำหรับช่างภาพสายข่าว สายกีฬา หรือช่างภาพสตูดิโอที่ต้องส่งภาพยิงตรงเข้า Server ทันที เฟิร์มแวร์นี้แก้ปัญหาคอขวดให้เรียบร้อยครับ:
- แก้ปัญหา Err41: แก้ไขอาการส่งภาพเข้า FTP Server ล้มเหลวแล้วกล้องฟ้องระบบผิดพลาด Err41
- แก้ปัญหา Err49 บน SFTP: แก้ไขอาการเอ๋อที่ตัวกล้องจะขึ้นเตือนโหมด Err49 ซ้ำๆ ในระหว่างที่กล้องกำลังสื่อสารส่งข้อมูลกับ SFTP Server (Secure FTP)
3. ปรับปรุงความเสถียรทั่วไป และระบบแสดงผลในช่องมองภาพ (EVF)
- แก้บั๊กเชื่อมต่อสาย USB กับสมาร์ทโฟน: แก้ไขปัญหาที่บางครั้งเวลาเราเสียบสาย USB ต่อตรงระหว่างกล้องกับสมาร์ทโฟนแล้วตัวเครื่องมองไม่เห็นกัน
- แก้เส้นกวนตาใน EVF: แก้ไขปัญหาทางเทคนิคที่บางครั้งอาจมีเส้นแนวนอน (Horizontal Line) แวบขึ้นมาแวบหนึ่งในช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ (Viewfinder) ช่วยให้ทัศนวิสัยในการมองภาพเนียนตาขึ้น
- รองรับ CCAPI: เพิ่มการรองรับชุดเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software Development Assistance Kit) เพื่อให้นักพัฒนาสามารถนำไปเชื่อมต่อสั่งงานกล้องผ่านแอปพลิเคชันเฉพาะทางได้หลากหลายขึ้น
⚠️ ข้อควรระวังและวิธีจัดการหลังอัปเดตเสร็จ (สำคัญมาก!)
🚨 ลบชื่อกล้องแล้วต่อบลูทูธใหม่: หลังจากที่อัปเดตเฟิร์มแวร์เป็น v1.7.0 เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะใช้งานแอป Camera Connect บนมือถือ ให้คุณเข้าไปที่ตั้งค่าบลูทูธในสมาร์ทโฟนของคุณ แล้วกด “ลบข้อมูลกล้อง (Forget Device/Delete)” ออกจากรายชื่อบลูทูธเดิมก่อน จากนั้นค่อยทำการจับคู่ (Pairing) กล้องกับมือถือใหม่อีกครั้ง เพื่อป้องกันระบบเอ๋อครับ
ขั้นตอนเตรียมการอัปเดตด้วยตัวเอง
- ไปดาวน์โหลดไฟล์เฟิร์มแวร์จากหน้าเว็บไซต์ Official ของ Canon (จะได้ไฟล์บีบอัดมา)
- เมื่อแตกไฟล์ออกมาแล้ว จะเจอโฟลเดอร์เฟิร์มแวร์ ซึ่งข้างในจะมีไฟล์ชื่อ R6217000.FIR (ขนาดไฟล์ประมาณ 76.8 MB) และคู่มือการอัปเดตแบบ PDF 5 ภาษา
- ให้ก๊อบปี้เฉพาะไฟล์ R6217000.FIR ไปวางไว้ที่หน้าแรกสุด (Root Directory) ของ SD Card (แนะนำว่าใน SD Card ควรมีแค่ไฟล์เฟิร์มแวร์ตัวนี้ตัวเดียวเท่านั้น)
- ชาร์จแบตเตอรี่กล้องให้เต็ม ใส่การ์ดเข้าไปในกล้อง แล้วกดเข้าเมนู Firmware เพื่อสั่งอัปเดตตามปกติครับ
สรุป: ใครที่ใช้ Canon EOS R6 Mark II รับงานอยู่ โดยเฉพาะสายที่ต้องโอนรูปเข้ามือถือหน้างานบ่อยๆ หรือสายยิง FTP เข้าเซิร์ฟเวอร์ แนะนำให้กดอัปเดตเฟิร์มแวร์เป็น v1.7.0 ตัวนี้ทันทีครับ ระบบเสถียรขึ้นและจัดการชีวิตได้ง่ายขึ้นแน่นอน!
Canon EOS R3 ปล่อยเฟิร์มแวร์ v2.1.0 เลือกคลื่น Wi-Fi 5GHz ได้เอง พร้อมยกระดับ Workflow คุมกล้องหลายตัว

ช่างภาพสายกีฬาระดับโลก สายข่าว และสายโปรดักชันที่ใช้กล้องเรือธงพลังแรงสูงอย่าง Canon EOS R3 อยู่ ตอนนี้ได้เวลาอัปเกรดระบบปฏิบัติการของกล้องแล้วครับ เพราะ Canon ได้ปล่อยเฟิร์มแวร์อัปเดตใหม่ Version 2.1.0 ออกมาเพื่อตอบโจทย์คนทำงานที่ต้องพึ่งพาระบบเครือข่ายไร้สายความเร็วสูงและการส่งข้อมูลที่ไม่มีวันผิดพลาดในหน้างานใหญ่ๆ
เรามาสรุปฟีเจอร์และการแก้ไขที่สำคัญในเวอร์ชัน 2.1.0 นี้กันครับว่าส่งผลดีต่อคนทำงานอย่างไรบ้าง
1. เลือกแบนด์วิดท์ Wi-Fi (5 GHz / 2.4 GHz) ได้ดั่งใจ
- Adds [Wi-Fi freq. band] to [Communication Settings]: กล้อง EOS R3 ได้เพิ่มเมนูให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าไปเลือกคลื่นความถี่ Wi-Fi ระหว่าง 5 GHz หรือ 2.4 GHz ได้ด้วยตัวเอง ในจังหวะที่ระบบกำลังสลับการส่งข้อมูลจาก Bluetooth ไปเป็น Wi-Fi (เมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน)
- ทำไมถึงสำคัญ?: ในสนามกีฬา คอนเสิร์ต หรือพรมแดงที่มีตากล้องและผู้คนหนาแน่น คลื่นความถี่ 2.4 GHz จะแออัดมากจนสัญญาณแทบจะหลุดตลอดเวลา การที่กล้องโปรระดับ R3 ปลดล็อกให้เราล็อกไปใช้คลื่น 5 GHz ได้โดยตรง จะช่วยเพิ่มสปีดการโอนรูปเข้าแอป Camera Connect ได้เร็วขึ้นอย่างมหาศาล และสัญญาณนิ่งขึ้นชัดเจน
2. ควบคุมกองทัพกล้องได้ง่ายขึ้นผ่านแอป EOS Multi Remote
- สำหรับสายโปรดักชันที่ตั้งกล้อง EOS R3 ไว้หลายๆ มุมเพื่อกดถ่ายพร้อมกัน (Remote Shooting) ในเฟิร์มแวร์นี้ได้เพิ่มความสามารถให้ “กล้องตัวส่ง (Sender Camera) สามารถสั่งสลับหรือเปลี่ยนการตั้งค่ากลุ่ม (Group Settings) ของกล้องตัวรับ (Receiver Camera) ได้โดยตรง” ผ่านแอปพลิเคชัน EOS Multi Remote ช่วยประหยัดเวลา ไม่ต้องเดินไปกดเปลี่ยนที่หน้ากล้องทีละตัวให้เสียเวลาทำงาน
3. เคลียร์ปัญหาคอขวดระบบส่งไฟล์ (แก้บั๊ก Err49 ซ้ำซ้อน)
- Fixes Err49 on SFTP Server: แก้ไขปัญหาใหญ่ของตากล้องสายส่งภาพยิงตรงเข้าเซิร์ฟเวอร์สำนักข่าว ที่เดิมทีอาจจะเจอปัญหาตัวกล้องขึ้นข้อความเตือน Err49 ซ้ำๆ ในระหว่างที่ระบบกำลังสื่อสารส่งไฟล์ภาพผ่านโปรโตคอลความปลอดภัยระดับสูงอย่าง SFTP Server อัปเดตนี้จะทำให้ระบบไหลลื่น ส่งภาพเซตใหญ่ได้แบบไร้กังวล
4. เสถียรภาพโดยรวมดีขึ้น (System Stability)
- นอกเหนือจากฟีเจอร์เด่นๆ สามข้อข้างต้นแล้ว Canon ยังได้ทำการปรับปรุงโค้ดระบบภายในเพื่อเพิ่มความเสถียรในส่วนอื่นๆ (Operational Stability) ให้สมกับเป็นกล้องเรือธงที่พร้อมลุยในทุกสภาวะหน้างาน
⚠️ ขั้นตอนสำคัญหลังการอัปเดต (เพื่อไม่ให้ระบบบลูทูธเอ๋อ)
🚨 ข้อแนะนำจาก Canon: > หลังจากที่คุณอัปเดตเฟิร์มแวร์เป็น v2.1.0 เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะเปิดใช้งานแอป Camera Connect ให้คุณเข้าไปที่ตั้งค่าบลูทูธในสมาร์ทโฟนของคุณ แล้วกด “ลบชื่อ/ข้อมูลของกล้อง EOS R3 ตัวเดิมออกไปก่อน (Forget Device)” จากนั้นค่อยทำการเริ่มจับคู่เชื่อมต่อใหม่ (Re-pair) อีกครั้ง เพื่อให้ระบบทำงานร่วมกับฟีเจอร์ Wi-Fi แบนด์ใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ
วิธีการเตรียมไฟล์อัปเดตด้วยตัวเอง
- ดาวน์โหลดไฟล์เฟิร์มแวร์จากหน้าเว็บหลักของ Canon โดยตรง (จะได้ไฟล์บีบอัด .dmg สำหรับ Mac หรือไฟล์บีบอัดของ Windows)
- เมื่อทำการแตกไฟล์เรียบร้อยแล้ว จะเจอโฟลเดอร์เฟิร์มแวร์ ซึ่งข้างในจะมีไฟล์ตัวกล้องชื่อ EOSR3210.FIR (ขนาดไฟล์ประมาณ 88 MB) และไฟล์คู่มือ PDF 5 ภาษา
- ทำการฟอร์แมต SD Card / CFexpress Card แล้วนำเฉพาะไฟล์ EOSR3210.FIR ไปวางไว้หน้าแรกสุดของการ์ด (Root Directory)
- ตรวจสอบให้มั่นใจว่าแบตเตอรี่ในบอดี้เต็ม 100% ใส่การ์ดเข้ากล้อง แล้วกดเข้าเมนู Firmware Update บนตัวกล้องเพื่อเริ่มขั้นตอนอัปเกรดระบบได้เลยครับ
สรุป: สำหรับช่างภาพสาย Professional ที่ใช้ Canon EOS R3 เป็นอาวุธหลักในการทำมาหากิน โดยเฉพาะสายที่ต้องการความเร็วในการโอนรูปและส่งไฟล์ FTP ด่วนหน้างาน แนะนำให้กดอัปเดตเฟิร์มแวร์เป็น v2.1.0 ตัวนี้ทันทีครับ ระบบจัดการเครือข่ายไร้สายจะมีความเป็นมืออาชีพและนิ่งขึ้นกว่าเดิมเยอะมากครับ!
บทความนี้เขียนโดย : Gemini + สุรดิว
ลูกค้าที่สนใจสั่งซื้อสินค้า สามารถติดต่อสั่งซื้อได้ผ่านช่องทางออนไลน์ของทางร้าน ได้ตลอด 24 ชม. หรือ โทรเข้ามาโดยตรงผ่านโทรศัพท์
แอดไลน์ ID:@ZoomCamera หรือ หน้าเว็บไซด์ ZoomCamera
083-067-7677 / 02-098-9555 ต่อ 0 (หยุดวันอาทิตย์)












