ตลาดกล้องสายคอนเทนต์กำลังสนุกขึ้นอีกครั้ง เมื่อชื่อของ Insta360 Luna โผล่ขึ้นมา ตามสื่อและวงข่าวลือในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จุดที่ทำให้หลายคนหันมาสนใจ คือ การถูกวางตำแหน่งให้เป็นโปรดักต์แนวเดียวกับ DJI Pocket หรือพูดง่ายๆ คือเป็นกล้องขนาดเล็ก เน้นคล่องตัว พกง่าย พร้อมระบบกันสั่นสำหรับงานวิดีโอและงานคอนเทนต์แบบจริงจัง
คำถามสำคัญ คือ Luna จะมาแค่สร้างสีสัน หรือจะเป็นตัวเลือกที่ทำให้เจ้าตลาดอย่าง DJI ต้องหันมามองจริงๆ
ตอนนี้ข้อมูลยังอยู่ในระดับข่าวลือเป็นหลัก แต่มีหลายประเด็นที่น่าสนใจมากพอจะหยิบมาขมวดรวมกันให้เห็นภาพ เพราะ ถ้าข่าวที่หลุดออกมานี้ใกล้เคียงของจริงเมื่อไร ต้องบอกเลยว่านี่ไม่ใช่การเปิดตัวสินค้าใหม่แบบธรรมดา แต่เป็นการเปิดเกมของ Insta360 ในหมวดที่ DJI ครองพื้นที่มานานหลายเจเนอเรชัน
Insta360 Luna คืออะไร และทำไมคนถึงจับตา
ถ้าพูดถึง Insta360 ภาพจำของหลายคนมักจะไปที่กล้องแอ็กชันและกล้อง 360 องศา ไม่ว่าจะเป็นสายลุย สายท่องเที่ยว หรือสายครีเอเตอร์ที่ต้องการมุมมองแปลกใหม่ แบรนด์นี้ถือว่ามีจุดยืนชัดเจนมานาน
แต่ Luna ที่มีชื่อโค้ดหลุดออกมานั้น ดูเหมือนจะเป็นอีกเกมหนึ่งเลย เพราะมันถูกพูดถึงในฐานะไลน์อัปใหม่ ที่จะลงมาแข่งในเซกเมนต์กล้องกิมบอลพกพาแบบเดียวกับ DJI Pocket โดยตรง
จากข้อมูลที่หลุดออกมา Luna น่าจะมีทั้งหมด 2 รุ่น คือ
- Insta360 Luna Pro
- Insta360 Luna Ultra
แค่มีสองรุ่นก็เริ่มเห็นแล้วว่า Insta360 อาจไม่ได้ทำมาแค่ “ลองตลาด” แต่กำลังวางสินค้าให้ครอบคลุมผู้ใช้หลายระดับ ตั้งแต่คนเริ่มจริงจังกับคอนเทนต์ ไปจนถึงสายที่ต้องการสเปกและฟีเจอร์จัดเต็มกว่าปกติ
จุดที่ทำให้ Luna Ultra น่าสนใจมาก คือข่าวลือเรื่อง “2 เลนส์”
ประเด็นนี้ถือว่าเป็นหัวข้อที่ทำให้คนพูดถึง Luna มากที่สุด เพราะรุ่น Luna Ultra ถูกลือว่าจะเป็นดีไซน์แบบ 2 เลนส์ ซึ่งต่างจากภาพจำของ Pocket Camera ทั่วไปที่มักเป็นเลนส์เดี่ยวติดบนหัวกิมบอล
ถ้าข้อมูลนี้เป็นจริง นี่อาจเป็นความพยายามสร้างความต่างตั้งแต่ต้นของ Insta360 เลยก็ได้ เพราะการมีสองเลนส์ติดมากับตัวเครื่อง ย่อมเปิดคำถามตามมาหลายข้อ เช่น
- เป็นเลนส์สองระยะเพื่อการใช้งานที่ยืดหยุ่นขึ้นหรือไม่
- ช่วยให้การสลับมุมรับภาพไวขึ้นหรือเปล่า
- หรือเป็นแนวคิดใหม่ที่ต้องการฉีกออกจาก Pocket แบบเดิมๆ
ตอนนี้ยังไม่มีสเปกทางการออกมารองรับเต็มๆ แต่ภาพหลุดที่ออกมาส่วนใหญ่จะพุ่งไปที่รุ่น Ultra เป็นหลัก ทำให้ Luna Ultra ดูเป็นตัวชูโรงของโปรเจกต์นี้พอสมควร ส่วน Luna Pro ยังแทบไม่มีภาพตัวจริงให้เห็นชัดๆ มากนัก
ดีไซน์และสีที่หลุดออกมา ดูตั้งใจเล่นตลาดกว้างขึ้น
อีกจุดเล็กๆ แต่สะท้อนทิศทางของสินค้าได้ดีคือเรื่องสีตัวเครื่อง โดยข้อมูลที่มีตอนนี้ระบุว่า Insta360 Luna จะมาพร้อม 2 สีหลัก คือ
- สีดำ
- สีขาว
ฟังดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่มาก แต่จริงๆ มีผลต่อภาพลักษณ์ของสินค้าไม่น้อย เพราะกล้องสายคอนเทนต์แบบนี้ไม่ได้ขายแค่สเปกอย่างเดียว มันขายความรู้สึก “หยิบขึ้นมาแล้วอยากใช้” ด้วย สีขาวจึงอาจเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ Luna ดูแฟชั่นขึ้น ดูเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น และอาจโดนใจสายไลฟ์สไตล์ที่อยากได้อุปกรณ์ซึ่งหน้าตาดีควบคู่ไปกับการใช้งานจริง
Coengineer กับ Leica : แต้มต่อด้าน Branding ที่ไม่ควรมองข้าม
ข่าวลือเรื่องการร่วมงานกับ Leica ซึ่งถ้าใครติดตามสินค้ากลุ่มกล้องและสมาร์ตโฟนมาระยะหนึ่งจะรู้ดีว่า การมีชื่อ Leica เข้ามาเกี่ยวข้องช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้โปรดักต์ได้มากทีเดียว
ในข้อมูลที่หลุดออกมา มีการพูดถึงรหัสเลนส์ในลักษณะของ Leica ด้วย และทำให้หลายคนคาดการณ์ว่าอย่างน้อยรุ่น Ultra น่าจะได้อานิสงส์จากการจูนภาพหรือคาแรกเตอร์บางอย่างของ Leica เข้ามาแน่ๆ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าความร่วมมือนี้จะมีใน ทั้งสองรุ่น หรือจะมีเฉพาะรุ่น Ultra เท่านั้น เพราะข่าวลือที่ออกมาในตอนนี้ยังโฟกัสไปที่ตัวท็อปมากกว่า
สิ่งที่น่าสนใจคือ ถ้า Insta360 ดึงจุดแข็งด้านภาพลักษณ์ของ Leica มาผสานกับความเป็นกล้องคอนเทนต์ขนาดเล็กได้ดี Luna อาจไม่ใช่แค่ “กล้องสะดวกพก” แต่จะกลายเป็นกล้องที่คนเลือกเพราะโทนภาพและคาแรกเตอร์ไฟล์ด้วย
สเปกเลนส์ที่ลือกันไว้ ค่อนข้างจริงจังสำหรับกล้องไซซ์นี้
จากเอกสารข่าวลือที่หลุดออกมา Insta360 Luna จะมีมุมรับภาพเทียบเท่า 20 มม. บนฟูลเฟรม ซึ่งถือว่าเป็นระยะที่เหมาะกับงานคอนเทนต์มากๆ เพราะกว้างพอสำหรับการถือถ่ายตัวเอง การเดินถ่าย Vlog และเก็บบรรยากาศรอบข้างได้ครบโดยไม่อึดอัด
จุดนี้น่าสนใจตรงที่ไปชนกับ DJI Pocket 4 แบบตรงรุ่น เพราะระยะ 20 มม. ถือเป็นช่วงที่ใช้งานได้คล่องตัวมากในชีวิตจริง
นอกจากนี้ยังมีข่าวเรื่องช่วงซูม 20-60 มม. พร้อมรูรับแสงประมาณ f/1.8 ถึง f/2 ซึ่งถ้าสเปกนี้เป็นจริง จะถือว่า Luna ไม่ได้มาแบบเล่นๆ เลย เพราะช่วงใช้งานครอบคลุมทั้งมุมกว้างและระยะที่กระชับขึ้นสำหรับการเก็บรายละเอียดหรือถ่ายคนแบบแน่นขึ้นโดยไม่ต้องเดินเข้าออกมากนัก
แน่นอนว่าในโลกความจริง สเปกบนกระดาษยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่การที่มีตัวเลขแบบนี้หลุดออกมา ก็เพียงพอจะทำให้หลายคนเริ่มคาดหวังว่า Luna อาจถูกวางให้มีความยืดหยุ่นในการใช้งานมากกว่ากล้องพกพาทั่วไป
เซ็นเซอร์ 1 นิ้ว ชนกับ DJI Pocket 4 เต็มๆ
อีกจุดที่บอกได้ชัดเลยว่า Luna ตั้งใจมาชนเจ้าตลาด คือข่าวลือเรื่อง เซ็นเซอร์ขนาด 1 นิ้ว
ขนาดเซ็นเซอร์ระดับนี้ถือว่าอยู่ในจุดที่สมดุลมากสำหรับกล้องคอนเทนต์พกพา เพราะให้คุณภาพภาพที่จริงจังกว่าอุปกรณ์ขนาดเล็กทั่วไป โดยเฉพาะเรื่องไดนามิกเรนจ์ การจัดการแสง และโอกาสได้ภาพที่ดูมีมิติมากขึ้นเมื่อเทียบกับกล้องแอ็กชันไซซ์เล็กกว่า
ถ้ามองกันตรงๆ เมื่อทั้ง Luna และ Pocket 4 ใช้เซ็นเซอร์ 1 นิ้วเหมือนกัน สิ่งที่จะเป็นตัวตัดสินจริงๆ อาจไม่ใช่แค่ขนาดเซ็นเซอร์ แต่จะไปอยู่ที่เรื่องต่อไปนี้มากกว่า
- ชิปประมวลผล
- การจัดการนอยส์
- การเรนเดอร์สีผิวและโทนภาพ
- ความนิ่งของระบบกันสั่น
- ประสบการณ์ใช้งานจริง
พูดอีกแบบคือ ถ้าเซ็นเซอร์เท่ากัน คุณภาพไฟล์พื้นฐานอาจไม่ได้ต่างกันแบบคนละโลก แต่รายละเอียดในการปรุงไฟล์และความเสถียรของระบบ จะเป็นตัวชี้ขาดว่าใครใช้งานได้ “ลงตัว” กว่ากัน
10-bit วิดีโอ คือสิ่งที่หลายคนรอมานานจาก Insta360
จุดนี้ถือว่าน่าสนใจมากเป็นพิเศษสำหรับคนที่ใช้อุปกรณ์ Insta360 อยู่แล้ว เพราะข่าวลือระบุว่า Luna จะรองรับ วิดีโอ 10-bit ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนอยากได้มานาน
สำหรับคนที่ไม่ได้จูนสีหรือเกรดดิ้งวิดีโอบ่อย อาจสงสัยว่า 10-bit ดีกว่า 8-bit ยังไงแบบภาษาชาวบ้าน คำตอบสั้นๆ คือ ไฟล์มีเนื้อให้แต่งต่อได้มากกว่า เก็บรายละเอียดสีได้ละเอียดกว่า และเวลานำไปปรับสีหนักๆ โอกาสเกิดอาการสีแตก สีเป็นขั้น หรือไล่โทนไม่เนียน จะน้อยลง
ถ้าใครทำงานคอนเทนต์จริงจัง ไม่ว่าจะเป็นรีวิว ท่องเที่ยว สายภาพยนตร์สั้น หรือแม้แต่คอนเทนต์โซเชียลที่ต้องการภาพดูพรีเมียมขึ้น การได้ 10-bit มีผลในทางปฏิบัติชัดเจนมาก
นี่จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขที่ไว้ใช้โฆษณา แต่เป็นการอัปเกรดที่มีความหมายกับกลุ่มผู้ใช้จริง โดยเฉพาะคนที่ก่อนหน้านี้ชอบระบบหรือฟอร์มแฟกเตอร์ของ Insta360 แต่ยังติดใจเรื่องไฟล์ 8-bit อยู่
โทนสีของ Leica อาจเป็นไพ่ใบสำคัญของ Luna
นอกจากเรื่อง 10-bit แล้ว อีกประเด็นที่ชวนคิดต่อคือเรื่อง Color Profile หรือโปรไฟล์สี
ตอนนี้ข้อมูลของ Luna ยังไม่เปิดเผยชัดว่ามีโปรไฟล์สีอะไรให้ใช้บ้าง แต่มีความเป็นไปได้ไม่น้อยว่าโปรไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับ Leica อาจถูกใส่เข้ามาด้วย โดยเฉพาะเมื่อในช่วงก่อนหน้านี้อุปกรณ์บางรุ่นของ Insta360 ก็มีการอัปเดตแอปและเพิ่มโปรไฟล์สีแนว Leica เข้ามาแล้ว
ถ้า Luna ได้โปรไฟล์พวกนี้มาด้วยจริง จะทำให้มันมีจุดขายที่ชัดขึ้นทันที เพราะตลาดกล้องพกพาตอนนี้ไม่ได้แข่งกันแค่ความคม ความนิ่ง หรือความง่ายในการใช้งาน แต่แข่งกันที่ “ภาพออกมารู้สึกยังไง” ด้วย
และต้องยอมรับว่าในเรื่องสกินโทนหรือโทนภาพจากกล้องสำเร็จรูปนั้น DJI เป็นแบรนด์ที่หลายคนชอบอยู่แล้ว Luna จึงจำเป็นต้องมีอะไรบางอย่างมาตอบโต้ในมุมนี้ ไม่ว่าจะเป็นโทนสีจาก Leica หรือการปรับคาแรกเตอร์ไฟล์ให้มีเสน่ห์มากพอ
ระบบกันสั่นอาจไม่ใช่ประเด็นตัดสินแบบเด็ดขาดอีกต่อไป
ถ้ามองตลาดปัจจุบันแบบแฟร์ๆ เรื่อง กันสั่น ของกล้องคอนเทนต์ไซซ์เล็กไม่ได้เป็นจุดที่ต่างกันสุดขั้วเหมือนเมื่อก่อนแล้ว โดยเฉพาะในอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อถือง่าย เดินถ่ายคล่อง และมีระบบช่วยเสถียรภาพในตัว
ในโลกการใช้งานจริง กล้องขนาดนี้ให้ความนิ่งที่เพียงพอสำหรับงานคอนเทนต์จำนวนมากอยู่แล้ว ถึงแม้จะยังมีอาการยวบหรือไหวเล็กๆ ในบางสถานการณ์ เช่น เดินเร็วหรือก้าวแรง แต่ก็ยังสะดวกและใช้งานง่ายกว่าการถือกล้องฟูลเฟรมแล้วเดินถ่ายด้วยตัวเปล่าอย่างชัดเจน
เพราะฉะนั้น ถ้า Luna เปิดตัวออกมาแล้วมีระบบกันสั่นอยู่ในมาตรฐานของตลาดได้ดีพอ เกมการแข่งขันอาจจะไม่ได้แพ้ชนะกันที่ “นิ่งกว่าเล็กน้อย” แต่จะไปอยู่ที่ประสบการณ์รวมของระบบแทน
แบตเตอรี่ยังเป็นปริศนา และนี่คือจุดที่หลายคนรอดู
ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนเรื่องแบตเตอรี่ของ Insta360 Luna เลย ไม่ว่าจะเป็น
- ความจุแบตเตอรี่
- ระยะเวลาการใช้งานจริง
- การชาร์จเร็ว
- หรือจะมีอุปกรณ์ต่อขยายแบบแบตเสริมคล้ายแนวคิดของ DJI หรือไม่
จุดนี้อาจดูเป็นรายละเอียดรอง แต่ความจริงสำคัญมากสำหรับกล้องสายคอนเทนต์ เพราะอุปกรณ์ประเภทนี้ถูกซื้อด้วยเหตุผลเรื่องความคล่องตัว ถ้าภาพดี ฟีเจอร์ดี แต่แบตหมดไวหรือใช้งานจริงไม่ต่อเนื่อง ก็มีสิทธิ์ทำให้ประสบการณ์โดยรวมสะดุดได้เหมือนกัน
ราคา Luna จะเปิดมาเท่าไร นี่แหละโจทย์ใหญ่
ในบรรดาคำถามทั้งหมด เรื่องที่ยังไม่มีคำตอบเลยจริงๆ คือ ราคาเปิดตัว
ฝั่ง DJI Pocket 4 ปัจจุบันมีราคาเริ่มต้นประมาณช่วง 15,000 บาทขึ้นไป สำหรับชุดมาตรฐาน และถ้าเป็นชุดคอมโบก็จะขยับขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ดังนั้น Luna จะเข้ามาแข่งได้ดุเดือดแค่ไหน ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการวางราคานี่เอง
ถ้า Insta360 ตั้งราคาแรงเกินไป ก็อาจเจอคำถามว่าทำไมไม่ขยับไปหาแบรนด์เจ้าตลาดที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้วหลายรุ่น
แต่ถ้าตั้งราคาคมพอ พร้อมสเปกที่ดูคุ้มกว่า เช่น 2 เลนส์, 10-bit, เซ็นเซอร์ 1 นิ้ว และจุดขายด้าน Leica ก็มีโอกาสมากที่จะดึงความสนใจจากคนที่กำลังลังเลระหว่าง “เล่นของคุ้นมือ” กับ “ลองของใหม่ที่น่าตื่นเต้นกว่า”
ถ้าเทียบกับ DJI Pocket 4 ตอนนี้ ใครดูได้เปรียบกว่า
ถ้าถามกันแบบตรงไปตรงมา ในมุมของตลาดตอนนี้ DJI ยังมีภาษีดีกว่า อยู่พอสมควร และเหตุผลก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร
DJI ผ่านการทำกล้องลักษณะนี้มาแล้วหลายเจเนอเรชัน รู้ว่าผู้ใช้ต้องการอะไร แก้ปัญหามาเยอะ และมีระบบนิเวศของอุปกรณ์เสริมที่ค่อนข้างพร้อม พอสมควรจะเรียกได้ว่าเป็นมาตรฐานที่คนหยิบมาเทียบโดยอัตโนมัติ
ส่วน Insta360 แม้จะเก่งในเกมกล้องแอ็กชันและกล้อง 360 แต่ถ้า Luna เปิดตัวจริง นี่จะเป็นการเข้ามาในโมเดลนี้แบบจริงจังครั้งแรก นั่นแปลว่าต่อให้สเปกบนกระดาษดูน่าสนใจแค่ไหน ก็ยังต้องมีเครื่องหมายคำถามอยู่ดีว่า
- ใช้งานจริงลื่นไหม
- ระบบเสถียรหรือเปล่า
- ภาพออกมาสม่ำเสมอแค่ไหน
- ซอฟต์แวร์และแอปรองรับดีหรือไม่
- อุปกรณ์เสริมและประสบการณ์รวมพร้อมขนาดไหน
สรุปแบบไม่อ้อมค้อมคือ DJI ได้เปรียบที่ความนิ่งและความคุ้นเคย ส่วน Luna ได้เปรียบที่ความสดใหม่และความหวังว่าจะมีอะไรต่างออกไป
คุณภาพไฟล์อาจไม่ได้ต่างกันมาก แต่โทนและประสบการณ์จะเป็นตัวชี้ขาด
เมื่อทั้งสองฝั่งอยู่บนเซ็นเซอร์ 1 นิ้วเหมือนกัน มีความเป็นไปได้สูงว่าคุณภาพไฟล์พื้นฐานจะไม่ได้หนีกันแบบคนละชั้น สิ่งที่น่าจะสร้างความต่างจริงคือรายละเอียดเล็กๆ ที่คนใช้งานสัมผัสได้ทุกวัน เช่น
- โทนผิวสวยหรือไม่
- ไฟล์ดันสีได้ไกลแค่ไหน
- ใช้งานกลางคืนไว้ใจได้หรือเปล่า
- โฟกัสแม่นไหม
- แอปใช้ง่ายหรือยุ่งยาก
- หยิบขึ้นมาใช้งานเร็วแค่ไหน
คนที่ทำคอนเทนต์จริงจะเข้าใจดีว่า สเปกที่เขียนไว้บนหน้าเว็บสำคัญก็จริง แต่สุดท้ายสิ่งที่ทำให้หยิบกล้องตัวหนึ่งออกจากกระเป๋าบ่อยกว่าอีกตัว คือความรู้สึกว่า “มันง่าย มันจบงานได้ และไฟล์มันถูกใจ” มากกว่า
กำหนดเปิดตัวที่ลือกันอยู่ คาดว่าเป็นช่วงพฤษภาคม
ข้อมูลล่าสุดที่พูดถึงกันอยู่ระบุว่า Insta360 Luna อาจเปิดตัวในช่วง เดือนพฤษภาคม หรือช่วงใกล้ๆ นี้ นั่นหมายความว่าถ้าทุกอย่างเป็นไปตามกระแสข่าว เราน่าจะได้เห็นรายละเอียดทางการของรุ่น Pro และ Ultra ในอีกไม่นาน
และเมื่อถึงเวลานั้น หลายคำถามที่ยังค้างอยู่ก็น่าจะเริ่มมีคำตอบ ไม่ว่าจะเป็น
- สเปกเต็มจริงหรือไม่
- สองรุ่นต่างกันแค่ไหน
- Leica มาในระดับไหน
- แบตเตอรี่เป็นอย่างไร
- ราคาจะเปิดมาชน DJI แบบไหน
ถ้าใช้อุปกรณ์ Insta360 หรืออยากข้ามค่าย ตอนนี้ควรคิดอะไรบ้าง
สำหรับคนที่มีอุปกรณ์ Insta360 อยู่แล้วและเริ่มสนใจ Luna การรอข้อมูลทางการถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด เพราะตอนนี้หลายอย่างยังเป็นข่าวลือ แต่ถ้ากำลังวางแผนอัปเกรดอุปกรณ์ในภาพใหญ่ ก็เริ่มประเมินล่วงหน้าได้เลยว่าตัวเองต้องการอะไรจากกล้องประเภทนี้จริงๆ
ลองถามตัวเองง่ายๆ ตามนี้
- อยากได้ความคล่องตัวหรือคุณภาพภาพเป็นหลัก
- เน้นจบหลังกล้อง หรืออยากเอาไฟล์ไปเกรดสีต่อ
- ชอบโทนภาพแบบธรรมชาติ หรือชอบภาพที่มีคาแรกเตอร์จัดขึ้น
- ต้องการระบบที่พิสูจน์ตัวเองแล้ว หรือพร้อมลองของใหม่
อีกเรื่องที่น่าสนใจก็คือบริการ Trade-in ซึ่งช่วยให้คนที่มีอุปกรณ์เก่าอยู่แล้วนำมาเปลี่ยนเป็นมูลค่าเพื่ออัปเกรดเป็นตัวใหม่ได้ โดยไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเทรดแบรนด์เดิมแล้วซื้อแบรนด์เดิมกลับไปเท่านั้น ใครกำลังชั่งใจระหว่างอยู่ค่ายเดิมหรือข้ามค่าย ตรงนี้ก็เป็นอีกตัวช่วยลดภาระงบได้พอสมควร
สรุปภาพรวม Insta360 Luna มีแววเป็นคู่ชกจริง แต่ยังต้องรอพิสูจน์
ถ้าสรุปทั้งหมดแบบชัดๆ ตอนนี้ Insta360 Luna เป็นหนึ่งในข่าวลือที่น่าจับตามากที่สุดของตลาดกล้องคอนเทนต์ช่วงนี้ เพราะองค์ประกอบหลายอย่างบอกชัดว่ามันไม่ได้ตั้งใจมาเดินเฉียดๆ แต่กำลังจะลงมาเล่นในสนามของ DJI Pocket อย่างจริงจัง
จุดที่ทำให้ Luna น่าสนใจคือ
- มีข่าวลือว่าจะออกมา 2 รุ่น คือ Pro และ Ultra
- รุ่น Ultra อาจมี 2 เลนส์ ซึ่งเป็นความแตกต่างชัดเจน
- ใช้ เซ็นเซอร์ 1 นิ้ว
- รองรับ วิดีโอ 10-bit
- มีความเป็นไปได้เรื่อง Leica ทั้งในมุมเลนส์และโปรไฟล์สี
- ดีไซน์และภาพลักษณ์ดูพร้อมจับกลุ่มครีเอเตอร์ยุคใหม่
แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งที่ยังต้องรอคำตอบก็คือ
- คุณภาพไฟล์จริงเป็นอย่างไร
- ระบบนิ่งและเสถียรแค่ไหน
- แบตเตอรี่และอุปกรณ์เสริมจะออกมาแบบใด
- และที่สำคัญที่สุดคือ ราคา
ถ้ามองวันนี้แบบยังไม่เข้าข้างใคร DJI Pocket 4 ยังถือไพ่เหนือกว่าในเรื่องความเชื่อมั่นจากประสบการณ์หลายรุ่นที่ผ่านมา แต่ถ้า Luna เปิดตัวออกมาได้ตรงกับข่าวลือหลายข้อ และตั้งราคามาได้เหมาะสม มันมีสิทธิ์กลายเป็นตัวเลือกที่ทำให้ตลาดคึกคักขึ้นทันที
ลูกค้าที่สนใจสั่งซื้อสินค้า สามารถติดต่อสั่งซื้อได้ผ่านช่องทางออนไลน์ของทางร้าน ได้ตลอด 24 ชม. หรือ โทรเข้ามาโดยตรงผ่านโทรศัพท์
แอดไลน์ ID:@ZoomCamera หรือ หน้าเว็บไซด์ ZoomCamera
083-067-7677 / 02-098-9555 ต่อ 0 (หยุดวันอาทิตย์)






